ข่าว

เปิดยุทธการดีเอสไอปิดล้อมมหาธรรมกายเจดีย์

เปิดยุทธการดีเอสไอปิดล้อมมหาธรรมกายเจดีย์

28 พ.ค. 2559

เปิดยุทธการดีเอสไอปิดล้อมมหาธรรมกายเจดีย์ : สำนักข่าวเนชั่น

           หลัง “ธัมมชโย” เบี้ยวไม่เข้ารับทราบข้อหาฟอกเงิน สมคบฟอกเงิน และรับของโจร ทำให้ดีเอสไอต้องระดมสมองวางแผนดำเนินการเข้าค้นและจับกุม โดยถอดบทเรียนจากแผนปฏิบัติการในปี 2542 งานนี้ใช้สมองและกำลัง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์ให้เกิดการปะทะกับโล่มนุษย์ จนเกิดความสูญเสียเลือดตกยางออก

           ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ชุดยุทธวิธีจะเร่งประเมินสถานการณ์ พร้อมทำแผนปิดล้อม กดดัน บีบให้น่วม เมื่อมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ไม่มีหนทางอื่นนอกจากไปจับกุมตามหมาย ครั้งแรกจับไม่ได้ก็ถอนกำลังกลับมาเพิ่มขีดความเข้มข้นขึ้นไปตามลำดับ คาดว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีความเคลื่อนไหวจากดีเอสไอ

           โดยดีเอสไอได้เปรียบจากการถือหมายจับ เท่ากับ “ธัมมชโย” สามารถถูกจับกุมได้ทุกเมื่อ ตลอดอายุความ 20 ปี เท่ากับสถานการณ์ธรรมกาย จึงเปรียบได้กับหนูในรู ยุทธการคือปิดรู ตั้งป้อมล้อมรอเวลาเหมาะสม เพื่อเข้าจับกุม เชื่อว่าธัมมชโยไม่หนี เพราะถ้าหนีจะยิ่งเป็นภาพลบ ผลกระทบจะลุกลามทำให้ลัทธิล่มสลาย!!!!

           สังเคราะห์แผน 5 ขั้นตอนของดีเอสไอ

           1.เร่งรัดคดีอาญาให้แล้วเสร็จ สรุปสำนวนส่งอัยการยื่นฟ้องคดีเพื่อให้พระธัมมชโยตกเป็นจำเลยในชั้นศาลโดยเร็ว ในช่วงนี้ต้องกดดันและตัดท่อน้ำเลี้ยงไม่ให้ส่งกำลังลำเลียงเข้าไปภายในวัด ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีมวลชนเข้าไปเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังต้องการเรียกร้องให้สังคมส่งกระแสกดดันให้มีการปฏิรูปศาสนา เพื่อไม่ให้ลัทธิธรรมกายแพร่คำสอนที่ขัดต่อหลักศาสนาด้วย

           2.เมื่อพระธัมมชโยโดนข้อหาฟอกเงิน ก็ต้องใช้กฎหมายฟอกเงินเข้าไปดำเนินการ เพราะสิ่งที่ผู้ต้องหากลัวที่สุดคือการยึดทรัพย์ โดยดีเอสไอจะเสนอให้ปปง.ใช้มาตรการทางแพ่งอายัดบัญชีส่วนตัวของพระธัมมชโย มูลนิธิที่เกี่ยวข้อง บีบให้เจ้าของบัญชีเข้าชี้แจงแสดงแหล่งที่มาของเงิน เป็นการผลักภาระให้เจ้าของบัญชีแสดงความบริสุทธิ์ ด้วยการชี้แจงหลักฐาน โดยเชื่อว่า การอายัดบัญชีจะสกัดเส้นทางการเงินวัดที่นำไปจ้างรถบรรทุกคนมารวมตัวในวัด และการว่าจ้างการ์ดมาคุมเข้มภายในวัด รวมถึงการสนับสนุนอาหารการกินภายในวัด

           3.ดีเอสไอจะเร่งรวบรวมภาพถ่ายการนำมวลชนและพระออกมาขัดขวางเจ้าพนักงาน หลอกล่อพนักงานสอบสวนให้ไปพบในสถานที่ต่างๆ ซึ่งการนำมวลชนออกมาล้อมวัด ล้อม สภ.คลองหลวง การนำรถแบ็กโฮตลอดจนเครื่องกีดขวางต่างๆ มาปิดกั้นหน้าวัด การขุดลอกคลองและไม้ไผ่เหลาให้เป็นปลายแหลมปักลงในคลอง ปิดกั้นทางเข้าด้านหลังวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของกุฏิสงฆ์ป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในบริเวณวัด เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลตามประกาศคสช.

           4.เมื่อวัดพระธรรมกายมีพฤติการณ์สะสมกองกำลัง โดยพระวัดพระธรรมกายจัดกำลังในรูปคล้ายกองกำลังทหาร 1 หมู่มีพระผู้นำ 1 รูป และเชื่อว่าภายในวัดอาจมีอาวุธ เข้าลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพล ดีเอสไอจะเสนอให้ประกาศเป็นพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้ทหารล้อมด้านนอก ทยอยคัดกรองผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากวัด กดดันจนเหลือกำลังภายในวัดน้อยที่สุดก่อนเข้าตรวจค้นและจับกุม

           5.ในส่วนของการกดดันทางสงฆ์ เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้นต่างๆ ที่ดีเอสไอมีหนังสือไปถึงต้องดำเนินการให้ธัมมชโยออกมารับทราบข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากเจ้าคณะปกครองไม่ดำเนินการต้องรับผิดตามกฎหมายในฐานะเป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะตามกฎหมายเจ้าคณะปกครองมีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน

           ทั้งนี้ หากมีการนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ต้องใช้กำลังรอบนอกไม่ต่ำกว่า 1,500 นายใช้ตรึงประตูทางเข้าออกวัดรวม 15 ประตู จัดกำลังประตูละ 1 กองร้อย (กองร้อยละ 150 คน) ส่วนพื้นที่ชั้นในต้องมีชุดค้นหาบุคคลตามหมายจับ กำหนดจุดเข้าค้นในกุฏิที่คาดว่า เป็นที่พักของธัมมชโย และชุดตรวจค้นเก็บรวบรวมหลักฐาน ทั้งนี้ หมายค้นจะต้องระบุพิกัดที่ตั้งให้ชัดเจน เพราะไม่สามารถขอหมายค้นครอบคลุมทุกตารางนิ้วภายในวัดพระธรรมกายได้