
'ตราหมี' คว่ำชุดขาวยึดแชมป์ยุโรป
28 พ.ค. 2559
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 'ตราหมี' คว่ำชุดขาวยึดแชมป์ยุโรป
ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ เป็นการดวลแข้งกันของ 2 ทีมคู่ปรับร่วมเมืองหลวงของสเปน ระหว่าง “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด กับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่ซาน ซีโร เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้
วันเสาร์ที่ 28 พ.ค.
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (รอบชิงชนะเลิศ)
รีล มาดริด-แอตเลติโก มาดริด
สนาม - ซาน ซีโร เวลา 01.45 น.
รีล มาดริด - “ซิซู” ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานจอมทัพทีมชาติฝรั่งเศส ในฐานะกุนซือใหญ่คนปัจจุบัน เคยเป็นผู้ยิงประตูให้ทีมเฉือนชนะ เลเวอร์คูเซน 2-1 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2002 จึงตั้งเป้าหวังพาทีมยึดบัลลังก์ “เจ้าสโมสรยุโรป” ให้ได้เป็นสมัยที่ 11 เพื่อสร้างสถิติคว้าแชมป์ได้ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีมเป็นคนที่ 7
ต่อจาก มิเกล มูนอซ (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ รีล ดมาริด ปี 1956, 1957, 1958 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ รีล มาดริด 1960, 1966), โจวานนี ตราปัตโตนี (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ เอซี มิลาน ในปี 1963, 1969 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ ยูเวนตุส ในปี 1985), โยฮัน ครอยฟ์ (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ อาแจ็กซ์ ในปี 1971, 1972, 1973 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ บาร์เซโลนา ในปี 1992), คาร์โล อันเชล็อตติ (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ เอซี มิลาน ในปี 1989, 1990 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ เอซี มิลาน ในปี 2003, 2007 และกับ รีล มาดริด ในปี 2014), แฟรงค์ ไรจ์การ์ด (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ เอซี มิลาน ในปี 1989, 1990 และกับ อาแจ๊กซ์ ในปี 1995 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ บาร์เซโลนา ในปี 2006) และโจเซฟ กวาร์ดิโอลา (คว้าแชมป์ในฐานะนักเตะกับ บาร์เซโลนา ในปี 1992 และคว้าแชมป์ในฐานะกุนซือกับ บาร์เซโลนา ในปี 2006)
แอตเลติโก มาดริด - ดิเอโก ซิเมโอเน กุนซือ “ตราหมี” ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในฐานะนักเตะที่เคยเป็นกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา และในฐานะกุนซือที่อยู่คุมทัพมาตั้งแต่ปี 2011 แต่เคยทำผลงานได้ดีที่สุดคือคว้าตำแหน่งรองแชมป์ในปี 2014 เพราะเป็นฝ่ายแพ้ รีล มาดริด คู่แข่งจากเกมรอบชิงชนะเลิศเมื่อ 2 ปีก่อนในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-1 หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 1-1
จึงตั้งเป้าหวังพาทีมยึดบัลลังก์ “เจ้าสโมสรยุโรป” ให้ได้เป็นสมัยแรก หลังจากที่เคยเป็นฝ่ายอกหักจากเกมนัดชิงมาแล้วถึง 2 ครั้ง เริ่มจากครั้งแรกในปี 1974 ที่พลาดท่าแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-4 และหนล่าสุดเมื่อปี 2014 ที่พลาดท่าแพ้ รีล มาดริด ในช่วงต่อเวลาพิเศษ สำหรับเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของ แอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาลนี้สามารถเอาชนะทีมแชมป์แต่ละชาติได้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มที่พิชิตชัยเหนือ เบนฟิกา แชมป์โปรตุเกส, กาลาตาซาราย แชมป์ตุรกี และอัสตานา แชมป์คาซัคสถาน ส่วนรอบน็อกเอาท์เอาชนะ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน แชมป์ฮอลแลนด์, บาร์เซโลนา แชมป์สเปน และบาเยิร์น มิวนิค แชมป์เยอรมนี
ผลที่คาด - แอตเลติโก มาดริด ชนะ รีล มาดริด 2-1
------------------------
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
รีล มาดริด
ผู้รักษาประตู - เคย์ลอร์ นาบาส
กองหลัง - มาร์เซโล, เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, ดาเนียล คาร์บาฆาล
กองกลาง - โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร
กองหน้า - แกเรธ เบล, คริสเตียโน โรนัลโด, คาริม เบนเซมา
แอตเลติโก มาดริด
ผู้รักษาประตู - แยน โอบลัค
กองหลัง - เฟลิเป หลุยส์, ดิเอโก โกดิน, โฆเซ ฆิมิเนซ, ฆวนฟราน
กองกลาง - ซาอูล นิเกซ, โกเก, กาบี, ยานนิก คาร์ราสโก
กองหน้า - เฟอร์นันโด ตอร์เรส, อองตวน กรีซมันน์
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ
รีล มาดริด
รอบแบ่งกลุ่ม - นัดแรก ชนะ ชัคเตอร์ 4-0 (เหย้า), นัดที่ 2 ชนะ มัลโม (เยือน), นัดที่ 3 เสมอ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0-0 (เยือน), นัดที่ 4 ชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-0 (เหย้า), นัดที่ 5 ชนะ ชัคเตอร์ 4-3 (เยือน), นัดที่ 6 ชนะ มัลโม 8-0 (เหย้า) ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม เอ
รอบ 16 ทีมสุดท้าย - นัดแรก ชนะ โรมา 2-0 (เยือน), นัดที่ 2 ชนะ โรมา 2-0 (เหย้า) รวมผล 2 นัด รีล มาดริด เป็นฝ่ายชนะ 4-0
รอบ 8 ทีมสุดท้าย - นัดแรก แพ้ โวล์ฟสบวร์ก 0-2 (เยือน), นัดที่ 2 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-0 (เหย้า) รวมผล 2 นัด รีล มาดริด เป็นฝ่ายชนะ 3-2
รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เสมอ แมนฯ ซิตี 0-0 (เยือน), นัดที่ 2 ชนะ แมนฯ ซิตี 1-0 (เหย้า) รวมผล 2 นัด รีล มาดริด เป็นฝ่ายชนะ 1-0
แอตเลติโก มาดริด
รอบแบ่งกลุ่ม - นัดแรก ชนะ กาลาตาซาราย 2-0 (เยือน), นัดที่ 2 แพ้ เบนฟิกา 1-2 (เหย้า), นัดที่ 3 ชนะ อัสตานา 4-0 (เหย้า), นัดที่ 4 เสมอ อัสตานา 0-0 (เยือน), นัดที่ 5 ชนะ กาลาตาซาราย 2-0 (เหย้า), นัดที่ 6 ชนะ เบนฟิกา 2-1 (เยือน) ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม ซี
รอบ 16 ทีมสุดท้าย - นัดแรก เสมอ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน 0-0 (เยือน), นัดที่ 2 เสมอ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน 0-0 (เหย้า) รวมผล 2 นัด เสมอ 0-0 แต่ แอตเลติโก มาดริด ชนะช่วงดวลจุดโทษตัดสิน 8-7
รอบ 8 ทีมสุดท้าย - นัดแรก แพ้ บาร์เซโลนา 1-2 (เยือน), นัดที่ 2 ชนะ บาร์เซโลนา 2-0 (เหย้า) รวมผล 2 นัด แอตเลติโก มาดริด เป็นฝ่ายชนะ 3-2
รอบรองชนะเลิศ - นัดแรก ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 1-0 (เหย้า), นัดที่ 2 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-2 (เยือน) รวมผล 2 นัด เสมอ 2-2 แต่ได้ผ่านเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน
สถิติการพบกันในทุกรายการทั้งหมด 212 นัด
รีล มาดริด ชนะ 107 นัด เสมอ 51 นัด แอตเลติโก มาดริด ชนะ 54 นัด
สถิติการพบกันในศึกสโมสรยุโรปทั้งหมด 6 นัด
รีล มาดริด ชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด แอตเลติโก มาดริด 1 นัด
----------------------



