ข่าว

แฟนคลับแทงนักร้องขวัญใจ

แฟนคลับแทงนักร้องขวัญใจ

28 พ.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : แฟนคลับแทงนักร้องขวัญใจ เผยช่องโหว่กฎหมายป้องกันคุกคาม

 
      โศกนาฏกรรมที่แฟนคลับบุกใช้มีดแทง มายุ โทมิตะ อดีตนักร้องวง AKB48 แบบจ้วงไม่นับเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว นอกจากสะเทือนขวัญอย่างที่สุดแล้ว ยังกำลังจุดประเด็นถกเถียงในญี่ปุ่นว่า กฎหมายป้องกันการติดตามรังควาน (anti-stalking) ที่มีอยู่ เหตุใดจึงป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้
 
      โทโมฮิโระ อิวาซากิ วัย 27 ปี ถูกจับกุมในวันเเดียวกับที่ก่อเหตุแทงนักร้องขวัญใจของเขาเอง ทั้งที่คอ หน้าอก หลัง และแขนทั้ง 2 ข้าง กว่า 20 แผล เหยื่อยังอาการขั้นวิกฤติ ส่วนมือมีดถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าและละเมิดกฎหมายควบคุมมีดดาบและอาวุธปืน
 
      ก่อนมาถึงวันที่อิวาซากิ นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากเกียวโตมายังโตเกียว ไปรอนักร้องสาวใกล้ๆ กับสถานที่ที่เธอเตรียมขึ้นคอนเสิร์ตเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และลงมือทำร้ายนั้น โทมิตะเคยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านของเธอในโตเกียว เพื่อขอให้หยุดอิวาซากิ ที่ส่งข้อความคุกคามเธอทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเธอได้มอบชื่อและที่อยู่ของเขา ให้แก่ตำรวจเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ตำรวจไม่ได้ทำอะไร โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องยืนยันให้ได้ก่อนว่า เป็นอิวาซากิตัวจริงที่ส่งข้อความมา นอกจากนี้ ตำรวจไม่ได้ส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบสอบสวนการติดตามรังควาน ด้วยเหตุผลว่าข้อความทางทวิตเตอร์ ไม่ได้บ่งว่าเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้า
 
      อีกด้านหนึ่ง มารดาของเหยื่อได้โทรศัพท์ไปยังตำรวจเกียวโตเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อขอให้ทำอะไรบางอย่างกับอิวาซากิที่อยู่ในเกียวโต แต่ตำรวจเกียวโตแจ้งว่าต้องไปแจ้งความตำรวจพื้นที่ในโตเกียว เพราะบุตรสาวของเธออาศัยอยู่ที่นั่น
 
      ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวเกียวโด ระบุว่า บัญชีทวิตเตอร์เป็นของอิวาซากิ ที่เปิดเมื่อเดือนมกราคม ในตอนแรก ส่งข้อความเป็นมิตรดี แต่เริ่มก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนถัดไป หลังจากเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงมีความสัมพันธ์ที่จริงใจกับตัวเขา ทวิตหนึ่งบ่งว่าผู้ส่งรู้สึกโกรธจัด
 
      อีกทวิตระบุทำนองว่า การฆ่าคนเพราะถูกปฏิเสธเป็นความคิดที่สุดโต่งมากทีเดียว และจากทวิตเตอร์เดียวกันนี้ ยังทำให้ทราบว่า อิวาซากิส่งนาฬิกาไปให้โทมิตะ ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่ผู้รับส่งคืนเมื่อเมษายน อิวาซากิ ยอมรับกับตำรวจว่า โกรธมากที่โทมิตะส่งของขวัญคืนมา
 
      โยเฮอิ ชิมิสุ นักกฎหมายในโตเกียวที่ทำคดีหมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตบ่อยครั้ง กล่าวว่า กฎหมายปัจจุบันไม่ได้ครอบคลุมการเกาะติดคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมตำหนิิว่า อย่างน้อย ตำรวจน่าจะติดต่อไปยังอิวาซากิโดยยังไม่ต้องคำนึงว่าทวิตเตอร์นั้นเป็นของเขาจริงหรือไม่ และต่อให้คนคนนั้นอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีทวิตเตอร์ แต่หากตำรวจไปเจอตัว อาจเป็นการเตือน และช่วยป้องกันเหตุได้
 
      กฎหมายป้องกันการเกาะติดคุกคาม ฉบับปรับปรุงแก้ไขเมื่อปี 2556 ไม่ได้ห้ามการส่งข้อความซ้ำๆ ทางสื่อสังคมออนไลน์โดยที่คนอื่นมองเห็นได้ แต่ห้ามเฉพาะการติดต่อแบบไม่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่องทางโทรศัพท์ แฟกซ์ และอีเมล นักกฎหมายท่านนี้จึงเห็นว่า กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจเอาไม่อยู่ กรณีที่มีการคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์ จำเป็นจะต้องเพิ่มถ้อยคำที่มีความชัดเจน
 
      ด้าน นักกฎหมายอีกคนในโอซากา เออิจิ โมริ เห็นด้วยว่า จำเป็นต้องแก้ไขทันทีเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยี ไม่เช่นนั้น กฎหมายป้องกันการคุกคาม จะไม่สามารถบรรจุเจตนาของการตรากฎหมาย คือป้องกันก่อนเหตุเกิด จริงอยู่ที่การแก้กฎหมายอาจสายไปหลังเหตุร้ายเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังดีกว่าเห็นโศกนาฏกรรมเกิดซ้ำอีก