
รังสรรค์อาหาร...จากความรักปวงชน
27 พ.ค. 2559
ไลฟ์สไตล์ : รังสรรค์อาหาร...จากความรักปวงชน
จากความห่วงใยเรื่องความเป็นอยู่ของราษฎรมาโดยตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลความเจริญคนในพื้นที่ขาดความรู้ด้านการอุปโภคบริโภคสิ่งของที่เป็นประโยชน์ เหตุนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการตามพระราชดำริฯ ขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อให้ความรู้ด้านการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และสร้างอาชีพ เพื่อให้ราษฎรมีแหล่งอาหารในพื้นที่ และมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว จวบจนวันนี้นับเป็นเวลา 40 ปี ที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้สนองพระราโชบายนี้สู่การพัฒนา เพาะพันธุ์ผลผลิตใหม่ๆ ที่หลายคนไม่คาดดิิดว่าทำได้ในประเทศไทย
โดยล่าสุดเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 มูลนิธิ โดยการสนับสนุนของบริษัท สยามสินธร จำกัด ได้จัดงาน “อะ สพูนฟูล ออฟ เลิฟ : ช้อน…รัก” แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ทางการเกษตรจากโครงการตามพระราชดำริ ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อ “ศิลปาชีพ” ในรูปแบบสาธิตการทำอาหารด้วยวัตถุดิบจากโครงการ ให้เห็นว่าสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายเมนู ทุกระดับ ภายในโครงการคาเฟ่ ปารีเซียง เดอะกลาสเฮ้าส์แอทสินธร ถนนวิทยุ เมื่อวันก่อน
ในงานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงการดำเนินงานตามพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ถ้าพูดถึงพระองค์ท่านเรามักจะนึกถึงผ้าไหม และการแสดงโขน แต่มีอีกโครงการสำคัญที่อยากให้ประชาชนรับรู้และพระองค์ทรงให้ความสำคัญมากๆ คือเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเมื่อ 30-40 ปีก่อนในทุกพื้นที่ที่เสด็จพระราชดำเนิน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ทรงละเลยที่จะให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งชาวไทยพื้นราบ และชาวไทยภูเขา ทรงใช้เวลาถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ทุกๆ อย่างของชาวบ้านอยู่นานทรงให้ความสำคัญเรื่องโภชนาการห่วงพระทัยว่าราษฎรจะไม่ได้รับโปรตีนที่เพียงพอ ผู้หญิงที่ตั้งครรถ์ถ้าไม่รับประทานอาหารที่ดีจะส่งผลกับลูกในท้องอย่างไร ทรงขอร้องไม่ให้เขาตัดไม้แต่เปลี่ยนมาดูแลผืนป่าแทน และมีพระราชดำริหางานให้คนในพื้นที่ทำ แต่พระราโชบายคือ ไม่เอางานยากหรืองานใหญ่ให้ แต่เป็นงานรอบๆ ตัวที่คุ้นเคย สร้างแหล่งความรู้ไปสร้างอาชีพดูแลครอบครัวพึ่งพาตัวเองได้ เป็นที่มาของโครงการตามพระราชดำริ อาทิ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โครงการฟาร์มตัวอย่าง และสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง เป็นต้น
ปัจจุบันมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอาหารโปรตีน และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ห่านหัวสิงห์ ปลาเทราต์ และปลาสเตอร์เจียน รวมถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ล่าสุด คือ การผลิต คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของโครงการตามพระราชดำริ ว่า จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยสถานการณ์ชายแดนบริเวณดอยดำ จึงได้เสด็จฯ เยี่ยมพื้นที่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2545 บริเวณจุดสูงสุดของยอดดอยดำ ต.เมืองแหง อ.เวียงแห จ.เชียงใหม่ และได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 161,850 ไร่ขึ้น
“พื้นที่ดอยดำมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีลำธารขนาดใหญ่และน้ำไหลค่อนข้างแรง ทรงมีรับสั่งถามชาวไทยภูเขาที่อยู่ที่นั่นว่า "ในลำธารมีปลาอะไรบ้าง พอจะหากินได้หรือไม่" ในขณะนั้นชาวบ้านได้กราบบังคมทูลว่า พื้นที่บริเวณนั้นน้ำเย็นจัดและอยู่สูงมากทำให้ปลาขึ้นมาไม่ค่อยถึง ส่วนมากจะอยู่ในพื้นทรายลึกลงไป จึงมีรับสั่งต่อคณะผู้ติดตามว่า “ให้หาปลาที่เลี้ยงได้ดีในที่มีอากาศหนาว รับประทานอร่อย มาให้ชาวบ้าน" พระองค์ทรงรับสั่งถามผมซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมประมงว่า “เราจะทดลองเลี้ยงปลาน้ำเย็นที่จะนำมาจากต่างประเทศดีไหม เลี้ยงได้ไหม จะเป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อมไหม” จากพระราชประสงค์นี้เราจึงได้นำพันธุ์ปลาเรนโบว์เทราต์ที่ทนอากาศร้อนได้ดีที่สุด คือไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส จากประเทศแคนาดา มาเพาะพันธุ์กว่า 2 ปี ถึงจะขยายพันธุ์ส่งขายเป็นเชิงพาณิชย์ได้ โดยปลาชนิดนี้มีเนื้อแน่น รสหวาน ก้างไม่มาก และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ต่อมาในปี 2550 ได้มีพระราชดำริให้ศึกษาพันธุ์ปลาต่างประเทศชนิดอื่นมาเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม ด้วยความสัมพันธ์อันดีกับสหพันธรัฐรัสเซียได้ทูลเกล้าฯ ถวายไข่ปลาไซบีเรียน สเตอร์เจียน และพระราชทานให้กรมประมงนำไข่มาฟักที่โรงเพาะฟักบนดอยอินทนนท์ และนำไปทดลองเลี้ยงที่ดอยดำเป็นเวลา 8 ปี ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้สามารถเพาะพันธุ์ปลาสเตอร์เจียนได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นทางรัสเซียได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาสอนทำคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งเป็นอาหารราคาแพงและมีชื่อเสียงระดับโลก มีเม็ดกลมสวย รสชาติไม่เค็มเกินไป นอกจากนี้เนื้อปลาสเตอร์เจียนก็สามารถนำมาบริโภคได้ ทั้งรสชาติดี ไม่คาว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย ซึ่งเราเคยนำคาเวียร์ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 3 พระองค์เสวยและมีรับสั่งกลับมาว่ารสชาติใช้ได้ เหมือนกับของเมืองนอก ทำให้คณะทำงานและชาวบ้านที่เพาะเลี้ยงดีใจมากว่าเราทำสำเร็จแล้ว แต่ด้วยต้นทุนในการผลิตที่มีมากและเป็นสินค้าระดับบนจึงต้องปรับเปลี่ยนจากให้ชาวบ้านเลี้ยงเพื่อรับประทาน มาเป็นเพื่อส่งขายเป็นรายได้ และนำเงินที่ได้ไปซื้ออาหารอุดมโปรตีนอื่นที่ราคาถูกกว่า หาได้ง่ายกว่ามารับประทานแทน เราสร้างระบบเลี้ยงให้มีผลผลิตทั้งไข่ปลา และตัวปลาหมุมเวียนขายได้ตลอดทั้งปีเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้สม่ำเสมอ” ดร.จรัลธาดา กล่าว
นอกจากนี้ ดร.สมชาย ธรณิศร ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวเสริมว่า ยังมีหลายผลผลิตที่พัฒนาสร้างรายได้ให้ชาวบ้านอีกหลายพื้นที่ ทั้งดอกเกลือและเกลือแกง จากโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริฯ, กาแฟอาราบิก้า จากสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงบ้านปางขอน จ.เชียงราย และสถานีการเกษตรที่สูงฯ ดอยม่อนล้าน จ.เชียงราย, ผักเมืองหนาวปลอดสารพิษ จากสถานีการเกษตรที่สูงต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ และด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน ในปี 2551 สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ทูลเกล้าฯ ถวายไข่ห่านหัวสิงห์จำนวน 100 ฟอง เพื่อทรงใช้ในโครงการตามพระราชดำริ โดยพระราชทานให้กรมปศุสัตว์นำไปดำเนินการฟักไข่ และทดลองเลี้ยงในโครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลาง จังหวัดอ่างทอง จนสามารถเพาะพันธุ์เองได้ และเจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย อีกทั้งเป็นห่านพันธุ์หนึ่งที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก โดยเพศผู้โตเต็มที่จะมีน้ำหนัก 10-12 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียหนัก 8-9 กิโลกรัม ปัจจุบันร้านอาหารในหลายๆ ที่ได้สั่งเนื้อห่านหัวสิงห์จากโครงการฯ นำมาประกอบอาหารได้ทั้งแบบตะวันออกและตะวันตกได้อย่างดี
เพื่อให้เห็นภาพ เชฟแอร์เว่ เฟอร์ราด แห่งคาเฟ่ ปารีเซียง ได้สาธิตวิธีการทำอาหารจานหรูจากปลาสเตอร์เจียน, ปลาเรนโบว์เทราต์, ไข่ปลาคาเวียร์ และเนื้อห่านหัวสิงห์ที่ได้จากโครงการรังสรรค์เป็นอาหารยุโรปรสเลิศให้เหล่านักชิมได้ประจักษ์ ว่าสามารถหารับประทานได้ที่ไทยในราคาคนไทยได้เช่นกัน ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทาง www.facebook.com/SupportFoundationOfHmq



