ข่าว

หนุนผู้แทนคลังขับเคลื่อนรัฐวิสาหกิจเชิงรุก

หนุนผู้แทนคลังขับเคลื่อนรัฐวิสาหกิจเชิงรุก

26 พ.ค. 2559

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังเร่งการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล และให้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนบทบาทของกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นเชิงรุก (Active Shareholder) 
 
ตามนโยบายของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการทำงานของรัฐวิสาหกิจตามนโยบายการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบนโยบายให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังให้ความสำคัญในเรื่องดังต่อไปนี้
 
ความสำคัญของรัฐวิสาหกิจกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ เนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์ 13.5 ล้านล้านบาท เป็นผู้ครอบครอง Strategic Assets สำคัญของประเทศ มีการลงทุนคิดเป็นร้อยละ 50 ของการลงทุนภาครัฐ และสามารถนำส่งรายได้ 1.6 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2558 นอกจากนี้ ยังได้เน้นบทบาทกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในการเป็น Active Shareholder ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่น สนับสนุนการลงทุนของประเทศ เพื่อให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลงทุน การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่ 95% ของบลงทุนอนุมัติ รวมถึงการสนับสนุนให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินการ
 
นโยบาย National e-Payment ต้องสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจนำระบบรองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการให้บริการกับประชาชน มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง วงเงิน 60,000 ล้านบาท และโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤติภัยแล้ง วงเงิน 15,000 ล้านบาท รวมทั้ง มาตรการช่วยเหลือ SMEs โดยเร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนทางการเงินที่ไม่สูงเกินไป ได้แก่ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs มาตรการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น และโครงการจัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและข้าราชการ เช่น โครงการบ้านประชารัฐ โครงการบ้านประชารัฐบนที่ดินราชพัสดุ และโครงการขับเคลื่อนฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง
 
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นที่จะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจเป็นแหล่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2559 เป้าหมายในการนำส่งรายได้จากรัฐวิสาหกิจ 121,000 ล้านบาท รวมถึงสนับสนุนให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายสำคัญของประเทศจึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้แก่ SFIs และสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจเป็นองค์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน โดยนำหลักบรรษัทภิบาลมาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพย์สิน สร้างรายได้เพิ่มและอยู่ได้ด้วยความยั่งยืน รวมถึงการนำรูปแบบในการประกอบธุรกิจที่ดีทั้งจากในและต่างประเทศมาปรับใช้กับองค์กร โดยจัดให้มีการวัดเปรียบเทียบ (Benchmarking) โดยเฉพาะกับมาตรฐานสากลหรือคู่แข่งที่สำคัญ
 
รมว.คลังกล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการทำงานของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการสนับสนุนให้กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังเป็น Active Shareholder เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ สคร. จะต้องทำงานเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการทำงานของกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล สคร. ต้องทำงานเชิงรุกร่วมกับการทำงานของผู้แทนกระทรวงการคลัง โดยจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารสองทาง และการสร้างความเข้าใจให้กับกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในการเป็น Active Shareholder เช่น หน้าที่ของกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในการต้องรายงานประเด็นและข้อเท็จจริงสำคัญของรัฐวิสาหกิจกลับมาให้ สคร. ทราบโดยเร็ว นอกจากนี้ สคร. ยังจัดทำฐานข้อมูลกลางรัฐวิสาหกิจที่กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น ข้อมูลผลการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ปัญหาข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่ต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ
 
ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า การที่กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังเข้าใจในบทบาทและความรับผิดชอบในการเป็นผู้แทนกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นเชิงรุก Active Shareholder และทำงานร่วมกับ สคร. ในการพัฒนารัฐวิสาหกิจ จะทำให้รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่อย่างยั่งยืน รวมทั้งให้บริการสาธารณะกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป