ข่าว

‘เกษตรกรคือเสาหลักของชาติ’เสียงสะท้อน‘เสถียร’

‘เกษตรกรคือเสาหลักของชาติ’เสียงสะท้อน‘เสถียร’

26 พ.ค. 2559

‘เกษตรกรคือเสาหลักของชาติ’เสียงสะท้อน‘เสถียร มาเจริญรุ่งเรือง’ : คมคิดจิตอาสา โดยสุรัตน์ อัตตะ เรื่องและภาพ

             ลูกชาวจีนโพ้นทะเลที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากยึกอาชีพปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง อยู่ที่เมืองกาญจน์ มาตั้งแต่รุ่นก๋ง สำหรับ “เสถียร มาเจริญรุ่งเรือง” ปราชญ์ชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญด้านอ้อยวัย 69 ปี การันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2550 สาขาอาชีพทำไร่อ้อย ปัจจุบันรั้งตำแหน่งรองประธานหอการค้าฝ่ายเกษตร จ.กาญจนบุรี ทั้งยังเป็นเจ้าของผลงานนวัตกรรมดีเด่นเกี่ยวกับการปลูกอ้อยทั้งลำเพื่อลดต้นทุนและการปลูกอ้อยด้วยระบบน้ำหยอดเพื่อแก้ปัญหาการขาดน้ำช่วงหน้าแล้ง วิธีการก็คือ นำน้ำใส่ลงในถังตัดตั้งไว้บนหลังคารถไถ จากนั้นก็หยอดน้ำลงหลุมในขณะปลูก ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีเกษตรกรนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

             “ครอบครัวผมเป็นคนเมืองกาญจน์ อยู่ที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย เตี่ยของแม่มาจากเมืองจีน แต่ผมเกิดที่เมืองไทย เริ่มไปช่วยเตี่ยของแม่ปลูกอ้อยตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งเรียนจบชั้น ป.4 ก็ออกมาช่วยครอบครัวปลูกอ้อยอย่างเต็มตัว ก็เลยคลุกคลีอยู่กับอาชีพปลูกอ้อยตั้งแต่นั้นมาจนทุกถึงวันนี้” เสถียรย้อนอดีตให้ฟัง แม้ความรู้แค่ชั้น ป.4 แต่ความรู้จากประสบการณ์ด้านอ้อยนับวันที่หาคนเทียบชั้นยาก ประกอบกับมีพี่น้องเป็นช่างกลึง ช่างฟิต ทำให้ได้นำองค์ความรู้ด้านช่างมาประยุกต์กับการปลูกอ้อย จนมีผลงานนวัตกรรมใหม่ด้านการปลูกอ้อยอยู่ตลอดเวลา

             "การปลูกอ้อยสมัยก่อน รถไถเสร็จ แปรเสร็จ ก็ขุดหลุมเป็นตาหมากฮอสเพื่อรอให้ฝนตก สมัยก่อนอ้อยที่นำมาปลูกจะตัดเป็นท่อน ท่อนละ 2 ตา เสร็จแล้วก็นำมาปลูกเอียง 45 องศา ผมได้เรียนรู้วิธีการปลูกอ้อยมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ครอบครัวมีพี่น้อง 9 คน ผมเป็นคนที่ 7 ทุกคนก็ยังวนเวียนอยู่ในภาคเกษตร พี่ชายไปเรียนช่างฟิต อีกคนไปเรียนช่างกลึงก็มาเปิดโรงกลึง ผมจึงคิดทำเครื่องปลูกอ้อย 2 แถว 4 แถว และการปลูกอ้อยด้วยระบบน้ำหยอด เอาช่างฟิตช่างกลึงมาปรับประยุกต์กับตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดและทำมาในอดีต และมีการนนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน”

             ไม่เพียงการพัฒนากรรมวิธีการปลูกอ้อยจากอดีตใช้ท่อนพันธุ์ท่อนละ 2 ตา และ 4 ตา จนกระทั่งมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกอ้อยทั้งลำเพื่อลดต้นทุน ซึ่งเป็นแนวคิดมาจากเขาเช่นกัน โดยการเปลี่ยนรูปแบบการปลูกจากท่อนพันธุ์ 2 ตา และ 4 ตา มาเป็นปลูกวางอ้อยทั้งลำ ก็เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพราะการปลูกอ้อยทั้งลำไม่จำเป็นต้องไปตัดแต่งเป็นท่อนๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านแรงงาน ปลูกแล้วตาอ้อยก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

             ทว่าผลงานนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนเกี่ยวกับการปลูกอ้อย ไม่ว่าในเรื่องการปลูกอ้อยทั้งลำและการปลูกอ้อยในระบบน้ำหยอด ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวไร่อ้อยทั่วประเทศในปัจจุบัน  ขณะเดียวกันเขายังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการผลักดันให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับรองมาตรฐานคุณวุฒิในวิชาชีพการปลูกอ้อย ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพสาขาวิชาชีพเกษตรกรรม อาชีพเพาะปลูกอ้อย

             เสถียรมองว่า การจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพโดยออกใบรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่เกษตรกรนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นอาชีพดั้งเดิมของประชากรส่วนใหญ่ ในฐานะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงคนทั้งโลก แต่ปัจจุบันกลุ่มคนเหล่านี้ยังขาดวุฒิทางการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากสังคม ทั้งที่มีความรู้และประสบการณ์ในเชิงลึก ยิ่งมีการเปิดประชาคมอาเซียนและมีการเคลื่อนย้ายแรงได้ด้วยแล้ว วุฒิการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจอย่างอ้อย

             “วันนี้เราไม่ได้อยู่ในประเทศไทยประเทศเดียว แต่เราอยู่กับโลก อยู่กับอาเซียน 10 กว่าประเทศที่อยู่รอบๆ ตัวเรา เมื่อเรามีตรงนี้ก็สามารถไปคุยกับประเทศอื่นๆ ได้ เพราะใบรับรองนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยการันตีตัวเกษตรกร ส่วนใหญ่ไม่มีใบประกาศนียบัตรทางการศึกษา แต่พวกเขามีความรู้ลึกรู้จริงจากประสบการณ์ในด้านนั้นๆ อยู่แล้ว” เสถียรเผย ในฐานะกรรมการผู้ทรงวุฒิด้านอ้อย พร้อมย้ำว่า ยังช่วยยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็นที่ยมอรับในระดับนานาชาติอีกด้วย

             “ผมอยากให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเหมือนในหลายๆ ประเทศเช่นญี่ปุ่น อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่เขาใฝ่ฝัน ออสเตรเลียเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีคนนับหน้าถือตา แต่บ้านเรามองว่าเป็นกระดูกสันหลังผุๆ ของชาติ อยากให้ลบอันนี้ออกไป แล้วเปลี่ยนใหม่ว่า อาชีพเกษตรกรเป็นเสาหลักของชาติได้ไหม เมื่อมีใบรับรองวิชาชีพนี้แล้วอยากให้อาชีพเกษตรกรเป็นเสาหลักของชาติจริงๆ” เสถียรกล่าวทิ้งท้ายอย่างมีความหวัง

             กว่าจะมาเป็นใบรับรองวิชาชีพ(ข้าวและอ้อย)

             รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย อาจารย์ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้จัดการโครงการ กล่าวถึงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพสาขาวิชาชีพเกษตรกรรม (ข้าวและอ้อย) โดยระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ ศคช. เพื่อนำไปพิจารณาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาคณะทำงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนข้อกำหนดทุกประการ โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลในต่างประเทศแล้วนำเอาส่วนที่ดีมาประกอบการพิจารณาให้สอดคล้องกับภาคการเกษตรของประเทศไทย เพื่อนำมาพิจารณาประกอบเป็นแนวทาง

             “จากการศึกษาข้อมูล 3 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ แคนาดา และออสเตรเลีย พบว่าแต่ละประเทศมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน อย่างฟิลิปปินส์ชัดเจนว่าการให้ใบรับรองประเมินจากประสบการณ์จริง แต่ของแคนาดามีลักษณะรายละเอียดปลีกย่อยชัดเจน แล้วนำไปใช้กับการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในประเทศ  ซึ่งใกล้เคียงของออสเตรเลีย เขามีองค์การเกษตรกรที่เข้มแข็ง มีการแบ่งระดับชั้นโครงการภาครัฐและเอกชนให้ความร่วมมือกัน ทำให้เราเห็นการเกิดขึ้นของกระบวนการรับรองทั้งระบบ”

             ศ.ดร.ศักดายอมรับว่า การจัดทำมาตรฐานวิชาชีพนั้น จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน แต่ที่สำคัญการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพจะต้องมาจากอาชีพที่แท้จริง เพราะฉะนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับตัวเกษตรกร ส่วนการให้ความสำคัญกับการปลูกข้าวและอ้อยก่อนเป็นอันดับแรกนั้น เนื่องจากเป็นพืชที่สำคัญในเชิงเศรษฐกิจ

             “ครั้งแรกที่เราคุยกันการพัฒนาอาชีพการเกษตรก็มาสรุปเอาเรื่องพืชก่อนเป็นอันดับแรก แต่พืชก็มีหลากหลาย ก็มาเน้นที่พืชสำคัญในทางเศรษฐกิจ เลยเลือกอ้อยและข้าว เป็นผลมาจากการเสวนาระดมความเห็นจากหลายภาคส่วน โดยทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเองเชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุยจนตกผลึกร่วมกัน ถ้าจะทำสองอาชีพนี้จะมีพื้นฐานอะไรบ้าง ก็มีการเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว  4 อย่างเหมือนกัน แต่ทักษะแตกต่างกันก็เป็นโจทย์ของทีมที่ปรึกษาไปดำเนินการจัดทำ  ตอนนี้เราผ่านกระบวนการนั้นมาหมดแล้ว ออกแบบแล้ว ทดสอบแบบประเมินแล้ว พร้อมที่จะนำเสนอให้แก่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ประกาศใช้ต่อไป” ผู้จัดการโครงการการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกรรม (ข้าวและอ้อย) กล่าวทิ้งท้าย