ข่าว

SPCGรุกหนักตลาดโซลาร์รูฟตั้งเป้าปีนี้ทะลุ1,000ล้าน

SPCGรุกหนักตลาดโซลาร์รูฟตั้งเป้าปีนี้ทะลุ1,000ล้าน

25 พ.ค. 2559

SPCGรุกหนักตลาดโซลาร์รูฟหลังโรงงานใหญ่แห่สนใจขอติดตั้งเพียบ ตั้งเป้าปีนี้ 30 เมกกะวัตต์ มั่นใจโกยกำไรโซลาร์รูฟมากกว่า 100 % ทะลุ 1,000 ล้านบาทแน่

            วันที่ 25 พ.ค. ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวันบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) โดย ดร.วันดี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/59 มีรายได้รวม 1,230.5 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 690.4 ล้านบาท ซึ่งเติบโตร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 630.5 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 39.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ และมีการชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน หลังจากการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า12,500 ล้านบาท รวมถึงการรับรู้รายได้จากจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ใน 3 เดือนแรก 102ล้านหน่วยหรือสูงขึ้นกว่าร้อยละ 4 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ขายได้98.5 ล้านหน่วย

            ด้านสมศักดิ์ กุญชรยาคง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในปีนี้ว่า บริษัทฯ มีแผนทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในประเทศญี่ปุ่นเพราะเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างชัดเจนซึ่งขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน ทำโครงการเมกะโซลาร์ 30 เมกะวัตต์ จะใช้เวลาพัฒนาโครงการประมาณ 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ราวต้นปี 2560 และอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรในเมียนมาร์และฟิลลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 2-3 นี้เช่นกัน

            นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(Solar Roof) ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR ซึ่งคาดว่าธุรกิจจะเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป ซึ่ง SPR ได้แต่งตั้งบริษัท โฮม โปรดักซ์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HomePro เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และกลุ่มธุรกิจอุสาหกรรม เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลตามมาตรการการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ผู้ประกอบการที่ลงทุนในมาตรการประหยัดพลังงานจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุน ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายในปี 2560

            ทั้งนี้ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟให้ได้ 30 เมกะวัตต์ โดยที่ผ่านมามีโรงงานที่แสดงความสนใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นจำนวนมาก แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอ BOI หากกระบวนการแล้วเสร็จ สามารถดำเนินการติดตั้งได้ทันทีเพราะโรงงานส่วนใหญ่มีความพร้อมด้านเงินทุนและพื้นที่ในการติดตั้งอยู่แล้ว คาดว่าปีนี้กำไรในส่วนของโซลาร์รูฟทะลุ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 400 ล้านบาท