ข่าว

เดินหน้าประชามติ

เดินหน้าประชามติ

25 พ.ค. 2559

เดินหน้าประชามติ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

              “ประชามติ กูละเบื่อจริงๆ... เรื่องประชามติ ฝ่ายความมั่นคง คสช. ไม่ต้องให้ทำก็ได้ ประกาศใช้ได้เลยเพราะมีอำนาจ ประเทศอื่นไม่เห็นต้องทำ แต่ประเทศไทยไม่ได้ เพราะเป็นประชาธิปไตย แล้วเป็นอย่างไร ก็ตีกันอยู่ เอาเรื่องดังกล่าวเป็นพิธีกรรมอ้างประชาธิปไตย ทำให้ประเทศชาติมีปัญหา” เป็นคำพูดของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งกล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศแบบบูรณาการ

              แต่ถึงนาทีนี้ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเบื่อแค่ไหนก็ตาม เนื่องจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้แล้ว และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้วันที่ 7 สิงหาคมนี้ เป็นวันออกเสียงประชามติ

              และเรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนี่เอง...มีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งก็คือ การที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะตั้ง “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยภารกิจของศูนย์ปราบโกงประชามติ จะเป็นศูนย์รับแจ้งข้อร้องเรียนต่างๆ ที่พบว่าทุจริตและพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยมีหลายช่องทางในการเปิดรับเรื่องร้องเรียน เช่น สายด่วน, เว็บไซต์ หรือแจ้งผ่านตู้ ปณ.รับแจ้งเหตุ จากนั้นศูนย์ก็จะส่งเรื่องไปยังกกต. นอกจากนี้ศูนย์จะร่วมรณรงค์ให้คนร่วมกันในการจับโกงและรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ

              หากมองตามหลักการ ก็นับว่าดี เพราะการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับการเลือกตั้ง ที่ต้องการความโปร่งใส สุจริต การที่มีศูนย์ปราบโกงฯ ของ นปช. คอยเป็น “หู” เป็น “ตา” ช่วย กกต. อีกแรง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี หากการตั้งศูนย์ปราบโกงฯ ของ นปช. ตั้งขึ้นโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเรื่อง “การเมือง” เป็นวาระซ่อนเร้น เช่น เพื่อดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของผลประชามติในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญี้ผ่านประชามติ หรือในการรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ มีีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไปในทางที่หวังผลให้เกิดการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูกันต่อไปว่า รัฐบาลและ คสช. รวมทั้ง กกต. จะยอมให้ นปช.ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นมาหรือไม่ 

              สำหรับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ได้เป็นเพียงการชี้ชะตาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินความชอบธรรมของ คสช. ในการที่จะบริหารประเทศต่อไปด้วย เพราะเสียงประชามติที่ปฏิเสธไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งร่างขึ้นโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ คสช. เป็นผู้แต่งตั้งนั้น อาจมีการหยิบยกในทางเมือง แปลความได้ว่า ประชาชนไม่ยอมรับ คสช.อีกต่อไป และเรียกร้องให้ คสช.ออกมารับผิดชอบจากการที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ กระแสต่อต้าน คสช.จากฝ่ายตรงข้าม ก็จะลดลงในระดับหนึ่ง เพราะเป็นการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในอีกไม่ช้า

              แม้ว่า คสช.จะมีอำนาจในการเดินหน้าจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต่อไป กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ  เช่น นำเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มายำรวมกับร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้วประกาศใช้ หรือทำการยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่อีกครั้ง หรือ พล.อ.ประยุทธ์ เขียนร่างรัฐธรรมนูญเอง แล้วประกาศใช้ แต่เอาเข้าจริงเมื่อถึงเวลานั้นอาจไม่ง่าย เพราะบรรยากาศทางการเมืองไม่เอื้ออำนวยให้แก่ คสช.อีกต่อไป