ข่าว

อุดช่องสุญญากาศประธานรัฐสภา

อุดช่องสุญญากาศประธานรัฐสภา

24 พ.ค. 2559

อุดช่องสุญญากาศประธานรัฐสภา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           หากจำกันได้ ช่วงมีปัญหาวิกฤติการณ์การเมืองเมื่อปี 2557 มีเรื่องหนึ่งที่กลายเป็นปัญหาให้ถกเถียงกัน นอกจากเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกมองว่าสุญญากาศแล้ว ยังมีตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา” อีกหนึ่งตำแหน่งที่ถูกมองว่าสุญญากาศเช่นกัน

           โดยรัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มาเขียนไว้เพียงว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรคือประธานรัฐสภา ส่วนรองประธานรัฐสภาคือประธานวุฒิสภา ไม่ได้ระบุตำแหน่งอื่นไว้นอกเหนือจากนี้ในกรณีที่ทั้งสองไม่อยู่ในตำแหน่ง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

           โดยครั้งนั้นเมื่อสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบก็ทำให้ประธานสภาผู้แทนฯ สิ้นสภาพลงไปด้วย ทำให้ผู้ที่รักษาการคือ “ประธานวุฒิสภา” ที่เป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา แต่ต่อมา “ประธานวุฒิสภา” ก็ถูกตัดสินให้สิ้นสมาชิกภาพลง ทำให้ตำแหน่งประธานรัฐสภาว่างลง จนเป็นที่มาของการตีความว่า รองประธานวุฒิสภาสามารถทำหน้าที่ “ประธานรัฐสภา” ได้หรือไม่

           ซึ่งตำแหน่งประธานรัฐสภานั้น มีอำนาจโดยเฉพาะการทูลเกล้าฯ ถวายชื่อนายกรัฐมนตรี ดังนั้นในเวลาดังกล่าวจึงคล้ายเป็นศึกช่วงชิงตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา” เพื่อปูทางไปสู่ตำแหน่งนายกฯ โดยปริยาย

           ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะนำไปลงประชามติก็ได้บัญญัติเรื่องนี้เอาไว้เพื่อเป็นการอุดช่อง โดยในมาตรา 80 ระบุในวรรคหนึ่ง ว่า “ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา”

           ส่วนวรรคสอง ระบุว่า “ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน”

           วรรคสาม ระบุว่า “ในระหว่างที่ประธานวุฒิสภาต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตามวรรคสอง แต่ไม่มีประธานวุฒิสภา และเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในระหว่างไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ให้รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ถ้าไม่มีรองประธานวุฒิสภา ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีอายุมากที่สุดในขณะนั้นทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และให้ดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาโดยเร็ว”

           และวรรคสุดท้าย ระบุถึงอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนว่า "ประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินกิจการของรัฐสภา ในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามข้อบังคับ ประธานรัฐสภาและผู้ทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ รองประธานรัฐสภามีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และตามที่ประธานรัฐสภามอบหมาย
มา"

           หากแปลความตามตัวอักษรก็หมายความว่า ตราบใดที่ยังมีวุฒิสภาอยู่ก็จะไม่มีสุญญากาศของตำแหน่งประธานรัฐสภา โดยไล่ลำดับว่า หากประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่ก็ให้ประธาวุฒิสภาทำหน้าที่แทน แต่หากประธานวุฒิสภาไม่อยู่ก็ให้รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่แทน แต่หากไม่มีรองประธานวุฒิสภาก็ให้วุฒิสภาผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่แทน ซึ่งตราบใดที่ยังมีวุฒิสภาตำแหน่งประธานรัฐสภาก็จะไม่ว่างลง

           เป็นการแก้ปัญหาอุดช่องว่างได้อย่างยอดเยี่ยม แต่คำถามคือ อุปสรรคที่ถูกจัดตั้งขึ้นจะมีโอกาสเกิดได้บ่อยขนาดไหน และถ้ามีความตั้งใจที่จะจัดฉากสถานการณ์ขึ้นมาต่อให้อุดช่องแค่ไหนพวกเขาก็จะหาทางทำให้สุญญากาศจนได้