ข่าว

รับมือผู้สูงอายุอย่างไร?

รับมือผู้สูงอายุอย่างไร?

25 พ.ค. 2559

เล่าสู่กันฟัง : รับมือผู้สูงอายุอย่างไร? : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์

 
                    การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญ โดยแนวคิดของกระทรวงการคลังในการจัดทำแพ็กเกจดูแลสังคมผู้สูงอายุ ทั้งสินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุ การให้ลดหย่อนภาษีกับบริษัทที่จ้างผู้สูงอายุหลังเกษียณถึง 2 เท่า จึงเป็นเรื่องดีๆ ที่ภาคเอกชนออกมาขานรับนโยบายกันอย่างถ้วนหน้า เพราะปัจจุบันสถานประกอบการหลายแห่งมีการต่ออายุให้แก่ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอยู่แล้ว เนื่องจากพนักงานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะใช้ความสามารถด้านความรู้ความเข้าใจในการทำงาน มากกว่าใช้แรงในการทำงาน จึงไม่มีอุปสรรค แถมยังเป็นผลดีกับภาคธุรกิจด้วยซ้ำ
 
                    ต้องยอมรับว่าการขยายการจ้างงานผู้สูงอายุมีประโยชนกับทุกฝ่าย ผู้ประกอบการเองก็ได้ผู้มีความรู้ มากประสบการณ์ช่วยงาน ผู้สูงอายุก็ยังมีรายได้และที่สำคัญคือรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ในขณะที่ภาครัฐก็ลดภาระในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมาตรการนี้ในต่างประเทศได้มีการนำมาใช้กันระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าสหรัฐและยุโรปขณะนี้ได้ขยายเวลาเกษียณอายุออกไปเกือบหมดแล้ว แต่ประเทศในเอเชีย ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าขยับ ยกเว้น สิงคโปร์ ประเทศเดียวที่ขยายเวลาเกษียณทั้งผู้หญิงผู้ชายเป็น 65 ปี 
 
                    สำหรับประเทศไทยเราเลือกนำร่องในวิชาชีพผู้พิพากษาก่อน แล้วตามด้วยอัยการให้เกษียณจากตำแหน่งงานปกติเมื่ออายุครบ 60 ปี แล้วต่ออายุอีก 10 ปี ให้ทำงานในตำแหน่งที่สำคัญรองลงไป เช่น ผู้พิพากษาก็ไปทำหน้าที่ตรวจสำนวนต่างๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิพากษา
 
                    การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นความท้าทายใหม่ที่เกือบทุกประเทศต้องเตรียมรับมือ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในวันนี้ คือ ประเทศสิงคโปร์ ที่ริเริ่มมองหาผู้ประกอบการเพื่อสังคม ที่มีแนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน มาร่วมจัดการแก้ปัญหาซึ่งมาพร้อมสังคมผู้สูงอายุ โดยใช้ชื่อโครงการว่า “ลีปฟอร์กู๊ด” บริหารงานโดย “สิงคโปร์ เซ็นเตอร์ ฟอร์ โซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ (เรส)”
 
                    แนวทางการดำเนินการของเรสจะเปิดให้ผู้สนใจเป็นส่วนหนึ่งของโครงการยื่นข้อเสนอแล้วผู้สมัครที่มีแนวคิดโดดเด่น 20 รายจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.5 หมื่นบาท) หลังจากนั้นเรสจะผลักดันแนวคิดดังกล่าวไปทำเป็นแนวคิดต้นแบบ ขณะเดียวกันเรสจะคัดเลือกบริษัท 5-6 แห่ง เพื่อให้นำแนวคิดต้นแบบไปทำเป็นธุรกิจใหม่นำร่อง ซึ่งจะช่วยจัดการสาเหตุของปัญหาในระยะยาวของผู้สูงอายุ
 
                    หรืออีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของการดูแลผู้สูงอายุ คือ ประเทศญี่ปุ่น มีการกำหนดการจ่ายเงินสมทบของกองทุนบำนาญแห่งชาติตามอายุ คนญี่ปุ่นอายุ 40-64 ปี ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญประมาณ 29% อายุ 65 ปีขึ้นไปต้องจ่าย 21% และอีก 50% รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินสมทบ ทำให้คนญี่ปุ่นหลังเกษียณจะมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 3 หมื่นบาท จากกองทุนบำนาญ และหากรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันบำนาญที่ซื้อไว้ด้วย อาจจะทำให้ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนบาททีเดียว
 
                    นี่คืออีกความท้าทายในวันที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุค 4.0
 
 
 
----------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : รับมือผู้สูงอายุอย่างไร? : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)