
รวบแล้ว!เวียดนามทำน้ำส้มคั้นปลอม
23 พ.ค. 2559
จับแล้วเวียดนามทำน้ำส้มคั้นปลอม หลังโซเชียลแชร์ว่อน สสจ.สระบุรี ส่งตัวอย่างให้กรมวิทย์ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน อย.ขู่เอาผิด 4 ข้อหา นักวิชาการแนะสังเกตน้ำส้มคั้นแท้
23 พ.ค. 59 จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการส่งต่อข้อมูลและภาพการผลิตน้ำส้มคั้นบรรจุขวดพลาสติก โดยเป็นภาพการทำน้ำส้ม มีการใช้สายยางเติมน้ำลงในกะละมังคล้ายกะละมังซักผ้า และน้ำขวดแก้วบรรจุน้ำสีส้มเข้ม คาดว่าเป็นหัวเชื้อน้ำส้มมาเติม พร้อมข้อความว่า “ผู้ขายเป็นชาวเวียดนามจะนำไปขายตามรถเข็น กระจายทั่วสระบุรี หนองแค มวกเหล็ก” นั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.สภ.มวกเหล็ก พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอมวกเหล็ก และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจสอบบ้านเช่าเลขที่ 499 หมู่ 9 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ห้องที่ 15 พบชาวเวียดนามสองสามีภรรยากำลังผสมทำน้ำส้มคั้นปลอม โดยใช้น้ำประปาผสมกับสีผสมอาหาร ขัณฑสกร ใส่ขวดพลาสติกนำมาขายตามท้องตลาด โดยอ้างว่าเป็นน้ำส้มคั้น โดยใช้วิธีเอาส้มจริงมาวางเพื่อให้ดูเหมือนเป็นน้ำส้มคั้นสดๆ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสระบุรีได้เก็บน้ำส้มดังกล่าวไปตรวจวิเคราะห์
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาคือ นายบิง ฝาแทงปิง อายุ 45 ปี และนางฝาติตั้ม อายุ 43 ปี เป็นชาวเวียดนาม ทั้งคู่เคยทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา เคยเห็นเจ้าของร้านทำน้ำดังกล่าวขายให้ลูกค้า และร้านอาหารดังกล่าวปิดร้านไปแล้ว นายบิงและภรรยาตกงาน จึงมาเช่าบ้านอยู่ที่สระบุรี และผสมทำน้ำส้มดังกล่าวขายใส่ขวดพลาสติกแช่เย็น ขายวันละ 40-50 ขวด ในราคาขวดละ 20 บาท โดยทำมาเดือนกว่าๆ ทั้งนี้นายบิงอ้างว่าพาสปอร์ตหาย ส่วนนางฝาติตั้มพาสปอร์ตหมดอายุ
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าจับกุมผู้ทำน้ำส้มปลอมอีกราย ที่บ้านเช่าไทยสมุทร อ.เมือง จ.สระบุรี เป็นชาวเวียดนามสองแม่ลูก โดยแม่อายุ 40 ปี และลูกชายอายุ 22 ปี ทำน้ำส้มลักษณะเดียวกันและบรรจุขวดพลาสติกนำไปขายเช่นกัน จึงนำตัวมาดำเนินคดี
พ.ต.อ.สามารถ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าน้ำส้มมีการใส่ผลไม้แท้ส่วนหนึ่ง เพียงแต่หัวเชื้อและน้ำที่นำมาผสมอาจจะไม่สะอาด ได้แจ้งข้อหาสองสามีภรรยาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามมิให้ประกอบอาชีพต้องห้าม เนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าวไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการผลิตน้ำส้มคั้นต้องรอสาธารณสุขจังหวัดตรวจสอบผลว่าถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
ด้าน นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบการผลิตน้ำส้มคั้นบรรจุขวดที่อาจจะไม่ปลอดภัยต่อการบริโภคทั้ง 2 แห่ง ที่ อ.มวกเหล็ก และอ.เมืองนั้น พบน้ำหวาน น้ำส้มสำเร็จรูป และส้มสดจำนวนหนึ่ง รวมทั้งผู้กระทำผิดรวม 4 คน แห่งละ 2 คน เป็นชาวเวียดนาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาจำหน่ายอาหารปิดสนิทโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
“เจ้าหน้าที่ สสจ.ได้ส่งตัวอย่างน้ำส้มคั้นบรรจุขวดที่ผู้ต้องหาผลิตไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนของสารอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีสิ่งที่เป็นอันตรายหรือสิ่งที่กฎหมายห้ามใช้ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วัน” นพ.ประสิทธิ์ชัย กล่าว
ส่วน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ในกรณีนี้จะเห็นว่ามีความผิดหลายอย่าง ซึ่งอย.ดำเนินการเอาผิดได้ทันที คือ 1.สถานผลิตไม่ได้รับอนุญาต 2.ลักษณะการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะตามที่กำหนด มีโทษทั้งจำทั้งปรับ 3.มีการใช้ส่วนประกอบอื่นทำเทียมส้มคั้น ถือว่าเป็นเครื่องดื่มปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปีปรับ 5,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 4.หากตรวจพบว่าในน้ำส้มดังกล่าวมีเชื้อโรค มีจุลินทรีย์ก่อโรค มีการผสมสารต้องห้ามด้วยจะถือว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ไม่ปลอดภัย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่จะกล่าวโทษในส่วนนี้ได้ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์ออกมาก่อน ถ้ามีการผสมขัณฑสกร ซึ่งเป็นสารทดแทนความหวาน สารตัวนี้อนุญาตให้ใช้กับบางอย่างนั้น แต่น้ำส้มคั้นสดไม่จำเป็นต้องใส่ เพราะมีความหวานในตัวของมันเองอยู่แล้ว
ขณะที่ รศ.ดร.พรรัตน์ สินชัยพานิช หัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในการเลือกซื้อน้ำส้มคั้นสดให้ได้ของจริงทางที่ดีที่สุดคือ ให้พ่อค้าแม่ค้าคั้นสดให้ในขณะที่ไปซื้อ ที่สำคัญต้องสังเกตการนำน้ำส้มที่คั้นสดจริงๆ มาบรรจุขวดให้ลูกค้า เพราะบางครั้งพบว่าแม่ค้าเพียงแค่คั้นโชว์ แต่ตอนบรรจุใส่ขวดจะนำน้ำส้มจากที่มีการปรุงรสรอไว้ในภาชนะแล้วมาให้ลูกค้าแทน นอกจากนี้ ส้มที่คั้นจากอุปกรณ์ที่แม่ค้าใช้นั้นจ ะเป็นการคั้นที่หยาบและมีแรงบีบ ทำให้ได้น้ำส้มที่มีเนื้อส้มผสมและมีกลิ่นของผิวเปลือกส้ม
“น้ำส้มคั้นแท้เมื่อคั้นทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งน้ำจะมีการแยกชั้น ซึ่งเวลาในการแยกชั้นของน้ำส้มจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของส้ม เช่น ส้มต่างประเทศอย่างส้มซันคิสต์ อาจใช้เวลานานกว่าจะมีการแยกชั้น” รศ.ดร.พรรัตน์ ระบุ



