ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจกีฬา

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจกีฬา

24 พ.ค. 2559

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจกีฬา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                    เมื่อเอ่ยคำว่าธุรกิจกีฬาขึ้นมาอาจจะมีหลายท่านเข้าใจว่า หมายถึงสิ่งที่นักวิชาการด้านการตลาดและสื่อมวลชนส่วนใหญ่เรียกขานกันว่า “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” หรือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือทางการตลาด แต่ธุรกิจกีฬาที่ผมจะเอ่ยถึงวันนี้มีความหมายแตกต่างกันออกไปจากสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เพราะผมกำลังจะพูดถึงการนำเอากีฬามาทำเป็นธุรกิจหากำไรโดยตรง
 
                    สำหรับคนไทยเราแล้วหากจะพูดถึงธุรกิจกีฬาที่โด่งดังมากในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นความสำเร็จของทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งก้าวสู่ตำแหน่งแชมเปี้ยนของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในประเทศอังกฤษได้หมาดๆ ด้วยว่าผู้ที่เป็นเจ้าของทีมตัวจริงหรือคนที่ออกเงินค่าใช้จ่ายให้แก่ทีม และรับผลประโยชน์ทั้งหมดที่เป็นรายได้ของทีม คือนักธุรกิจชาวไทยผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี
 
                    รายงานข่าวเกี่ยวกับทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มีเพียงเรื่องความขลังของคาถาอาคมที่พระภิกษุชาวไทยเป็นผู้มอบให้ ทั้งที่ตัวพระภิกษุเองก็ออกมาให้ข่าวว่าไม่ได้เป็นเรื่องของเวทมนตร์อันใด เพียงแค่เป็นเรื่องของการปลุกปลอบขวัญและสร้างกำลังใจให้แก่นักกีฬาเท่านั้น ขณะที่เนื้อข่าวอีกส่วนหนึ่งก็พยายามนำเสนอว่านี่คือก้าวย่างที่สำคัญของวงการกีฬาฟุตบอลไทย 
 
                    ทั้งที่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยมีเพียงแค่เจ้าของทีมเป็นนักธุรกิจชาวไทยเท่านั้นเอง ความสำเร็จที่ควรจะพูดถึงจึงควรจะนำเสนอในมุมมองของการทำธุรกิจ เพื่อให้คนไทยอื่นๆที่กำลังมองหาธุรกิจใหม่จะได้ใช้เป็นกรณีศึกษาหาประโยชน์ได้ด้วย
 
                    การก้าวเข้าไปสู่ธุรกิจการกีฬาด้วยการครอบครองหุ้นส่วนใหญ่ หรือเป็นเจ้าของเต็มตัวในทีมฟุตบอลระดับต่างๆ ที่แข่งขันกันในประเทศอังกฤษนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับทีมเลสเตอร์เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีคนระดับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เคยเข้าไปเป็นเจ้าของทีมที่มีชื่อเสียงมากกว่านี้มาแล้ว แต่ไม่สามารถบริหารจนนำทีมก้าวเข้าสู่ความสำเร็จได้
 
                    ในเมื่อการเป็นเจ้าของทีมคือการทำธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงผลกำไรเป็นสำคัญ นักฟุตบอลจึงเท่ากับสินค้าที่เจ้าของทีมต้องผลิตหรือเสาะมาในราคาที่ไม่สูงเกินไป แล้วนำมาปลุกปั้นสร้างชื่อเสียงเพื่อที่จะได้ขายออกไปในราคาที่สูงกว่าซื้อมา หรือนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างชัยชนะให้แก่ทีม เพื่อที่มูลค่าของทีมจะได้สูงขึ้นจากผลการแข่งขัน โดยมีนักฟุตบอลเป็นส่วนสำคัญในสายพานการผลิตด้านนี้
 
                    เช่นเดียวกันโค้ชหรือผู้จัดการทีมก็คือผู้บริหารระดับปฏิบัติงานที่มีอำนาจและหน้าที่สูงสุด หากสามารถนำเอาวัตถุดิบคือนักฟุตบอลมาผลิตให้เป็นสินค้าดีมีราคาสูง และทำให้ทีมซึ่งเป็นสินค้าร่วมอีกชิ้นหนึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นได้ โค้ชหรือผู้บริหารสูงสุดในระดับปฏิบัติการก็ได้ค่าจ้างค่าตอบแทนสูง แต่หากไม่สามารถทำได้ตามที่เจ้าของทีมตั้งความหวังเอาไว้ ก็ต้องถูกปลดออกไปเพื่อเปลี่ยนให้คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน
 
                    ดังนั้น เมื่อกีฬากลายมาเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบเช่นนี้แล้ว กองเชียร์ก็กลายร่างไปเป็นผู้บริโภค ซึ่งต้องเรียกร้องให้ผู้ผลิตทำสินค้าให้ออกมาถูกใจ ในราคาที่สามารถอุดหนุนกันได้ด้วย เพียงแต่สินค้าหรือธุรกิจกีฬานั้นยังมีสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งต่างไปจากสินค้าอื่นๆ ก็คือ ความภักดีต่อสินค้าหรือศรัทธาที่มีสูงมาก จนกลายเป็นอารมณ์ร่วมที่มีทั้งรัก, โกรธ และเคียดแค้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของสินค้าต้องระมัดระวังจัดการบริหารให้ดี
 
 
 
-----------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจกีฬา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)