ข่าว

เงินทองต้องรู้ : เขียนฝัน

เงินทองต้องรู้ : เขียนฝัน

23 พ.ค. 2559

เงินทองต้องรู้ : เขียนฝัน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 
                    มีโอกาสไปร่วมงานมหกรรมการเงิน “มันนี่ เอ็กซ์โป” ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในฐานะผู้ดำเนินรายการงานเสวนาหัวข้อ “ถอดรหัสจัดการเงิน ให้สบายตอนเกษียณ” กับคุณสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วันนั้นมีคนสนใจเข้าฟังเต็มห้อง และส่วนใหญ่ของผู้ที่เข้าฟังเป็นกลุ่มข้าราชการ ที่เป็นสมาชิกกองทุน กบข. จะมีก็เพียงส่วนน้อยที่ไม่ใช่ข้าราชการ แต่ไม่ว่าข้าราชการหรือเอกชน ทุกคนที่เข้าห้องฟังเสวนาในวันนั้นก็ล้วนมีเป้าหมายที่จะ “สบายตอนเกษียณ” เหมือนกัน
 
                    ก่อนเริ่มเสวนา ทั้งวิทยากร ผู้ดำเนินรายการ และผู้ฟังต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ว่าคำว่า “สบายตอนเกษียณ” นั้น หมายถึงการมีชีวิตที่มีความสุข เป็นชีวิตหลังเกษียณที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนเป็นภาระของคนอื่น และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งแน่นอนว่า “ความสุขความสบาย” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้น เมื่อเอาความสุขความสบายที่ไม่เท่ากันเป็นตัวตั้ง รายละเอียดหรือเส้นทางในการเดินทางของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่มี “จุดหมายปลายทาง” เดียวกัน
 
                    เลขาธิการ กบข. บอกว่า เส้นทางเดินของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ “ตัวตั้ง” นั่นแหละ ซึ่งที่ผ่านมา กบข.ได้ทำการวิจัยในหัวข้อ “การทบทวนอัตราสะสม/สมทบ ของสมาชิก กบข.” มีประเด็นที่น่าสนใจว่า คนที่อยู่ในช่วงต้นของวัยเกษียณ นั่นคือ อายุระหว่าง 60-64 ปี ควรจะมีเงินใช้จ่ายเดือนละ 16,000 บาท ขณะที่คนที่อายุ 55 ปีในวันนี้ จะต้องมีเงินออมขั้นต่ำในวันเกษียณเท่ากับ 4.5 ล้านบาท ถึงจะพอเพียงสำหรับใช้หลังเกษียณ
 
                    ตัวเลขค่าใช้จ่ายเดือนละ 16,000 บาทนั้น ผลวิจัยบอกว่า “พอเพียง” สำหรับการใช้ชีวิตแบบพอดีๆ ภายใต้เงื่อนไขว่า คนคนนั้นมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วหลังเกษียณ และมีการดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลไว้พร้อมแล้ว ถ้าใครยังขาด 2 เรื่องนี้ ก็ต้องเพิ่มจำนวนค่าใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิตเพิ่มขึ้นอีก หรือหากใครต้องการการใช้ชีวิตในระดับที่สุขสบายกว่านี้ ก็ต้องเพิ่ม “ตัวตั้ง” ในแต่ละเดือนอีกเช่นกัน
 
                    “เราพบว่า หากต้องการใช้ชีวิตที่สุขสบาย ปริมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นอีกตั้งแต่ 7,000-9,000 บาท และผู้หญิงวัยเกษียณมีระดับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าผู้ชายวัยเดียวกัน” เลขาธิการ กบข.กล่าว
 
                    คำถามก็คือ เราคิดว่า รูปแบบการใช้จ่ายที่ต้องการคืออะไร ปัจจุบันเรามีเงินออมเท่าไหร่ และเงินทั้งหมดที่มีอยู่นั้น สามารถรองรับค่าใช้จ่ายในรูปแบบที่เราต้องการได้หรือไม่
 
                    ถ้าใช้ตัวเลข 16,000 บาทต่อเดือนของ กบข. เป็น “ตัวตั้ง” และเราตั้งเป้าเกษียณตอนอายุ 60 ปี โดยคาดว่า จะมีอายุอยู่หลังเกษียณอีก 20 ปี หมายถึงเราต้องใช้เงินในช่วงหลังเกษียณอย่างน้อยๆ 3.84 ล้านบาท ถ้าตอนนี้เราอายุ 55 ปี เหลือเวลาทำงานอีก 5 ปี (ภายใต้สมมุติฐานว่าไม่มีเงินเก็บเลย) เราต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละ 64,000 บาท ปีละ 7.68 แสนบาท เพื่อไปถึงเป้าหมายนั้นภายในเวลาสั้นๆ แค่ 5 ปี ซึ่งบอกเลยว่า “ยาก”
 
                    ทางแก้แรก คือ ต้องเริ่มให้เร็วกว่านั้น เพราะเริ่มเร็วกว่า มีเวลามากกว่า อัตราเร่งในการสะสมเพื่อรอวัยเกษียณก็ไม่ต้องบีบคั้นตัวเองมาก แต่ประเด็นคือ ไม่มีใครย้อนอดีตได้ ถ้าปล่อยให้ล่วงเลยมาถึงปีที่ 55 และมีเวลาเหลืออีก 5 ปี ก็ต้องยอมทำใจกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าถ้าเราทำงานหนักมาทั้งชีวิต เพื่อใช้ชีวิตที่หนักไม่แพ้กันหลังพ้นวัยทำงาน
 
                    เลขาธิการ กบข. บอกว่า จริงๆ มีคาถาสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย “สบายหลังเกษียณ” ได้ นั่นคือ เพิ่มรายรับ กระชับรายจ่าย ขยายโอกาส ซึ่งสองเรื่องแรกมีความชัดเจนอยู่แล้ว และเคยพูดถึงการหลายครั้งเรื่องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แต่เรื่องที่สาม “ขยายโอกาส” อันนี้น่าสนใจ เพราะท่านเลขาฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า ขยายโอกาสในที่นี้หมายถึงการฝึกฝนความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญอย่างอื่นเพิ่มเติม อาจจะหมายถึงการเรียนให้สูงขึ้นหากเป็นไปได้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางด้านรายได้ให้แก่ตัวเอง หรือแม้แต่การฝึกอาชีพต่างๆ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็ล้วนไปเติมคาถาแรก นั่นคือ “เพิ่มรายรับ” ให้แข็งแกร่งขึ้น และทำให้เป้าหมาย “สบายหลังเกษียณ” เป็นจริงได้มากขึ้น
 
                    ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ กบข.ได้จัดทำหนังสือเรื่อง “เงินใช้หลังเกษียณ ทำอย่างไรให้เพียงพอ” ซึ่งเป็นการรวบรวมแนวคิดในการบริหารเงิน และแบ่งปันมุมมองประสบการณ์ของข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. ผ่านการเขียนเรียงความ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ทั้งหมด 15 แนวคิด 15 เรื่อง ขออนุญาต “คัดย่อ” มุมมองบางส่วนมาแบ่งปันสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
 
                    “จรรยา อินทรหนองไผ่” ข้าราชการสังกัดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สะท้อนแนวคิด “เงินใช้หลังเกษียณ ทำอย่างไรให้เพียงพอ” ว่า สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีตลอดช่วงเวลาคือ “อดทน” เพราะในช่วงแรกๆ ของการรับราชการ เงินเดือนยังไม่มาก เพราะฉะนั้น เงินออมก็จะยังมีจำนวนน้อย แต่ก็ต้องพยายามอดทนและมีวินัยในการออม อาจจะมีอุปสรรคที่เข้ามาล่อหลอกให้ถอนเงินก้อนนี้ออกมาใช้ ก็ขอให้เข้มแข็งและยึดมั่นว่า เราจะไม่ถอนเงินนี้ออกมาใช้โดยไม่จำเป็นหรือไม่มีเหตุผล เมื่อเวลาผ่านไป เงินเดือนที่มากขึ้น ผลประโยชน์ที่งอกเงยจากการทำงานของเราที่เราวางแผนลงทุนไปออกดอกผล จะทำให้เรามีกำลังใจในการเก็บออมมากขึ้น
 
                    ขณะที่ “ว่าที่ ร.ต.สุรสิทธิ์ ถิตย์สมบูรณ์” ข้าราชการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมการศึกษากาฬสินธุ์เขต 1 บอกว่า ได้วางแผนออกแบบชีวิตของตนเองด้วยสูตรบันไดชีวิต 3 ขั้น นั่นคือ ขั้นที่หนึ่ง มีความตระหนักและกำหนดกรอบแนวคิดชีวิตของตนเองอย่างชัดเจน โดยยึดหลัก “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ ละอบายมุข”
 
                    ขั้นที่สอง มีความพยายามและปฏิบัติตนอยู่ในกรอบที่กำหนด โดยเฉพาะการจัดสรรรายได้แบ่งเป็น 3 กอง ประกอบด้วย กองเงินออม กองเงินรายจ่าย และกองเงินลงทุน และขั้นที่สาม ไม่สร้างภาระหนี้สินจนเกินตัว การกู้ยืมทุกครั้งต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า กู้เงินแล้วจะเอามาทำอะไร มีกำลังใช้หนี้หรือไม่ หักแล้วมีรายได้เหลือเท่าไหร่ กู้แล้วครอบครัวเดือดร้อนหรือไม่
 
                    นี่เป็นเพียง 2 จาก 15 ตัวอย่างของเรียงความที่ได้รับการตีพิมพ์ ซึ่งต้องยอมรับว่า ข้อดีประการสำคัญประการหนึ่งของการเขียนเรียงความ ก็คือ เมื่อลงมือเขียน คนเขียนจะรู้ความคิดตัวเอง ไม่ได้เป็นความคิดที่ลอยในอากาศหรือฟุ้งในสมอง เมื่อความคิดกลายเป็นลายลักษณ์อักษร และเป้าหมายในชีวิตกลายเป็นลายมือที่หยิบมาอ่านทวนไปทวนมาได้ซ้ำ โอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงตามนั้น อาจจะมีมากกว่า
 
                    เพราะบางทีความฝันก็ต้องลงมือเขียน
 
 
 
-------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : เขียนฝัน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])