ข่าว

คลังบี้ธอส.แจงรับประโยชน์จัดซื้อตั้งกก.สอบประสิทธิภาพผู้บริหาร-กรณีทุจริต-เอฟอาร์ซีดี

คลังบี้ธอส.แจงรับประโยชน์จัดซื้อตั้งกก.สอบประสิทธิภาพผู้บริหาร-กรณีทุจริต-เอฟอาร์ซีดี

03 ส.ค. 2552

คลังสั่งธอส.รายงานข้อเท็จจริง หลังพนักงานร้องเรียนผู้บริหารรับประโยชน์จัดซื้อระบบคอมพ์ และการทำธุรกรรมการเงินเอฟอาร์ซีดีภายใน 15 วัน ประธานบอร์ดตั้ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นประธานสอบ ทั้งข้อร้องเรียนและประสิทธิภาพผู้บริหารกรณีเกิดเหตุทุจริตในองค์กร

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อร้องเรียนจากพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยระบุว่า ขอให้เข้าไปตรวจสอบกรรมการผู้จัดการ ธอส. และพวก ซึ่งอาจได้ประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์ คอร์แบงกิ้ง และการทำธุรกรรมทางการเงินในรูปของการออกบัตรเงินฝากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หรือ เอฟอาร์ซีดี (FRCD) ว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้สั่งให้ ธอส. รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทราบภายใน 15 วัน

 นายนริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการ ธอส. กล่าวว่า ได้ลงนามแต่งตั้งให้นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานกรรมการบริหาร ธอส. และกรรมการอีก 5 คน ทำหน้าที่เป็นประธานในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับตรวจสอบประสิทธิภาพการบริหารงานของผู้บริหารที่อาจเกี่ยวข้องตามรายงานของกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตในองค์กร โดยให้พิจารณาตามระเบียบสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ขณะเดียวกันจะต้องรายงานต่อที่ประชุมกรรมการทุกครั้งด้วย

 "สาเหตุที่ตั้งให้กรรมการชุดนี้เข้ามาตรวจสอบเรื่องการร้องเรียนที่ สคบ. ขอให้มีการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างระบบคอมพิวเตอร์ เพราะเห็นว่า กรรมการชุดนี้จะต้องตรวจสอบตามคำสั่งของบอร์ดในเรื่องประสิทธิภาพการบริหารงานในระบบคอร์แบงกิ้งอยู่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดการทุจริตในองค์กร ขณะเดียวกันก็ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องเอฟอาร์ซีดีด้วย" นายนริศ กล่าว

 แหล่งข่าวกล่าวว่า ธอส. ทำธุรกรรมการเงินเอฟอาร์ซีดี กับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด วงเงิน 1 หมื่นล้าน มาตั้งแต่ปี 2547 ขณะเดียวกันก็มีการทำสัญญาที่เกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยด้วย และเนื่องจากมีการผูกติดกับอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ ซึ่งมีความผันผวน ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงสัญญาดังกล่าวถึง 90 ครั้ง เพื่อปิดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มีมูลค่าการธุรกรรมดังกล่าวนับแสนล้านบาท
 "มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงสัญญามากขนาดนั้น เพราะแท้จริงแล้ว ธนาคารสามารถปิดความเสี่ยงโดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ได้ เหตุใดต้องใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว และทำสัญญาที่มีลักษณะของการเก็งกำไรด้วย เพราะธุรกิจของธนาคารดำเนินการในประเทศเท่านั้น ขณะที่ พ.ร.บ. ของรัฐวิสาหกิจไม่น่าจะระบุว่า สามารถกระทำได้" แหล่งข่าวกล่าว