
ป้ายปลอมราคา500แหกตากล้องวงจรปิด
ติดป้ายทะเบียนปลอมซิ่งหนีผิดจราจร ราคา500แหกตากล้องวงจรปิด : เรื่องเล่าข่าวดัง โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร
“ตั้งแต่ซื้อรถมาใช้งานยังไม่ทันครบ 2 ปี ไม่เคยไปไหนไกลขับอยู่แค่ไปกลับระหว่างบ้านในเมืองพระนครศรีอยุธยาและที่ทำงานในย่านสวนอุตสาหกรรมโรจนะแถมไม่เคยขับรถเร็วเพราะกลัว แต่ในใบสั่งบอกรถเราวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 136 กม.ต่อชั่วโมง แถมไปวิ่งอยู่บนด่วนบูรพาวิถี โน่นอยู่แถวบางนาไปชลบุรีโน่นมันจะเป็นไปได้อย่างไร”
น.ส.อรอุมา อินยักษ์ เจ้าของรถยนต์โตโยต้า ทะเบียน 3กข 58xx กรุงเทพมหานคร มีความกังวลใจ หลังจากมีใบสั่งจราจรส่งถึงบ้านพักในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า รถยนต์ที่เธอเพิ่งถอยมาใช้งานยังไม่ทันครบ 2 ปี วิ่งด้วยความเร็วสูง 136 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางด่วนบูรพาวิถี โดยเธอยืนยันว่าตั้งแต่ซื้อรถคันนี้มาใช้ ไม่เคยขับไปไหนไกลใช้เส้นทางระหว่างบ้านพักกับที่ทำงานเท่านั้น และยืนยันว่าไม่เคยให้รถยนต์คันนี้กับใครไปใช้งาน จึงวิตกกังวลว่าอาจมีรถยนต์คันใดปลอมแปลงทะเบียนรถของเธอซึ่งเกรงว่าอาจเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือเหตุอาชญากรรมอื่นหรือไม่ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ต่อตำรวจ สภ.ท่าเรือ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ
พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ทราบเรื่องกำชับให้ตำรวจ สภ.ท่าเรือ ประสานไปยังศูนย์จัดการจราจรทางพิเศษบูรพาวิถีเพื่อตรวจสอบ โดยอาจเป็นไปได้ว่าอาจเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเลขทะเบียน
เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและในจำนวนเหตุที่เกิดขึ้นมีไม่น้อยที่พบว่า มีการนำป้ายทะเบียนปลอมมาติดแทนป้ายทะเบียนเดิมเพื่อหนีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร เพราะปัจจุบันตำรวจมีการนำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ
พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล. ให้ข้อมูลว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา มีผู้กระทำความผิดขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดมากกว่า 8 แสนรายที่อุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว หรือ “เรดาร์” จับภาพไว้ได้
“ตำรวจทางหลวงนำเครื่องจับความเร็วอัตโนมัติมาใช้ตั้งความเร็วไว้เช่นมอเตอร์เวย์ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถนนปกติ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งพบว่ามีการฝ่าฝืนใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดกันมาก และระยะหลังพบว่ามีการนำป้ายทะเบียนที่ไม่ใช่ทะเบียนจริงมาใช้งานเพื่อหนีความผิดมากขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ไปเก็บป้ายทะเบียนที่หล่นตามทางมาใส่แทน เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุมด้านการจราจร กับอีกความผิดหนึ่งคือการนำแผ่นป้ายที่ไม่ใช่ทางราชการออกให้ มาใช้หรือทำปลอมขึ้นเองจะเข้าข่ายปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม” ผบก.ทล.กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ ให้ข้อมูลว่า ระยะหลังมานี้มีการทำป้ายทะเบียนปลอมมาติดแทนป้ายทะเบียนที่ถูกต้องมากขึ้นซึ่งวัตถุประสงค์ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเพื่อหนีผิดกฎจราจรในทุกรูปแบบ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่ที่หนักกว่าคือการนำรถลักษณะนี้ไปใช้ก่อคดีอาชญากรรม และที่เรื้อรังมานานคือการปลอมทะเบียนรถเพื่อนำไปสวมเข้ากับรถหนีภาษีผิดกฎหมาย รวมถึงรถที่ถูกโจรกรรม โดยฝีมือของแก๊งโจรกรรมรถและเครือข่าย
“การปลอมทะเบียนในปัจจุบันค่อนข้างแนบเนียน ทั้งวัสดุที่นำมาใช้ สี และเทคนิคการพิมพ์ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ ส่วนใหญ่นำมาสวมรถที่ผิดกฎหมายมีอยู่ 3 ประเภทคือ รถหนีไฟแนนซ์ หรือรถหลุดจำนำจากบ่อนตามตะเข็บชายแดน 2.รถถูกโจรกรรม 3.รถหนีภาษีจากกรมศุลกากร ซึ่งรถพวกนี้ไม่สามารถจดทะเบียนกรมการขนส่งทางบกได้” พ.ต.อ.อรรถพร กล่าว
วิธีการของขบวนการสวมทะเบียนรถจะมีการสั่งทำป้ายทะเบียนให้ตรงกับรถที่มีอยู่ ซึ่งรถเหล่านี้ได้มาโดยผิดกฎหมาย เมื่อไปเห็นทะเบียนรถที่วิ่งอยู่ตามท้องถนนจะจดทะเบียนนั้นไว้แล้วจ้างให้ร้านที่รับจ้างทำป้ายทะเบียนทำป้ายให้ในราคา 200-300 บาทต่อแผ่น
“เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งทลายโรงงานผลิตแผ่นป้ายทะเบียนปลอมยึดของกลางได้กว่า 8,000 แผ่น ป้ายทะเบียนปลอมมีต้นทุนประมาณ 200-300 บาท แต่ขายกันในท้องตลาดราว 500 บาทต่อแผ่น ป้ายทะเบียนเหล่านี้จะมีคุณภาพต่ำกว่าที่กรมขนส่งทางบกทำขึ้น เช่น แผ่นป้ายทะเบียนทำจากแผ่นสังกะสี ช่องไฟตัวอักษรที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งให้สังเกตหากพบป้ายทะเบียนเป็นลักษณะนี้นั้นหมายความว่ารถคันที่เห็นใช้ทะเบียนปลอม ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยควรแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบ” พ.ต.อ.อรรถพร บอก
การจับกุมผู้สวมป้ายทะเบียนปลอม พบว่า ส่วนหนึ่งนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายจราจร ส่วนหนึ่งนำไปก่อคดีอาญา ประเภท ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ส่วนแหล่งรับทำป้ายทะเบียนปลอมหาได้ง่ายโดยเฉพาะในย่านคลองถม หรือตามข้างทางมีให้เห็นทั่วไป ซึ่งร้านพวกนี้จะไปจ้างโรงงานทำต่อ
ปัจจุบันรถที่มีอยู่ราว 36 ล้านคันทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีหลายแสนคันที่พบปัญหาการสวมทะเบียนรถ ซึ่งมีทั้งที่ปลอมเฉพาะป้ายทะเบียนโดยมีเจตนาในการหนีความผิดจราจร แต่ที่น่ากังวลกว่าคือการปลอมทะเบียนเพื่อการซื้อขายรถในแวดวงรถมือสอง
โดยผู้ค้ารถยนต์มือสองรายหนึ่งยอมรับว่า รถปลอมทะเบียน เป็นปัญหาหนึ่งที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจนี้ ซึ่งการปลอมทะเบียนรถสามารถทำได้ง่าย โดยนำรถที่หลุดจำนำหรือรถที่หลุดจากไฟแนนซ์มา จากนั้นก็หาเล่มทะเบียนปลอมมาสวมใส่ ซึ่งเล่มนั้นจะเป็นเล่มจริงที่หามาจากรถที่ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถใช้งานได้ หรือที่เรียกว่าซากรถ บางส่วนอาจเป็นเล่มที่หลุดมาจากหน่วยงานราชการ รวมไปถึงสั่งทำเล่มปลอมขึ้นมาใหม่ โดยไปสั่งทำมาจากโรงงาน แต่จะต้องเป็นรถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ก็สามารถวิ่งใช้งานได้ตามปกติ หลายจังหวัดเช่นพระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และนนทบุรี เคยพบปัญหานี้ค่อนข้างมาก



