
รพ.ราชบุรียันใบรับรองแพทย์'ธัมมชโย'ไม่ถูก
ตม.คุมเข้ม 118 ด่านทั่วประเทศ สกัด ธัมมชโย หลบหนี หวั่นใช้ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ด้าน ผอ.รพ.ค่ายภาณุรังษี ยันใบรับรองแพทย์ ธัมมชโย" ไม่ถูกขั้นตอน
จากกรณีดีเอสไอตั้งข้อสงสัยในใบรับรองแพทย์ของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องจากพระธัมมชโยไม่ได้เดินทางออกจากวัดไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ล่าสุดผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมายืนยันแล้วว่า แบบฟอร์มใบรับรองแพทย์เป็นของโรงพยาลบาลจริง แต่ไม่ได้ออกไปจากโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสั่งตรวจเข้มทางเข้าออกประเทศ 118 ช่องทาง หวั่นพระธัมมชโยใช้หลบหนี
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ประสานไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรแล้ว เพื่อนำหมายจับผู้ต้องหา พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้าสู่ระบบเพื่อสกัดการเดินทางออกนอกประเทศ ในส่วนของ สตม.มีระบบพร้อม หากพบพระธัมมชโยเดินทางออกนอกประเทศเครื่องตรวจหนังสือเดินทางก็จะเตือนเจ้าหน้าที่ทันที
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามได้กำชับไปยังช่องทางติดต่อระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 118 ช่องทาง ทั้งสนามบินและทางรถยนต์ ให้ใช้ความระมัดระวังตรวจสอบการเดินทางเข้าออก ส่วนการปลอมเอกสารเพื่อเดินทางออกนอกประเทศก็ทำไม่ได้ง่าย เพราะตำรวจมีขั้นตอนในการตรวจสอบเอกสารอย่างรัดกุม
“ยังมีช่องทางธรรมชาติอีกจำนวนมากที่คนในพื้นที่ใช้เดินทางข้ามไปมา เพราะไทยมีพรมแดนยาว 5,656 กิโลเมตร แต่พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ ตม.ทั้งหมด มีหน่วยงานอื่นที่ดูแลอยู่ ซึ่งก็ไม่ง่ายต่อการหลบหนี” ผบช.สตม.กล่าว
วันเดียวกัน พ.อ.ณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าโรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์-เวชระเบียนที่ไม่ถูกต้องให้แก่พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากกรณีมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษีขอยืนยันว่าใบรับรองแพทย์ที่ออกให้พระธัมมชโยไม่ได้ออกให้โดยโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี
พ.อ.ณรงค์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม แบบฟอร์มเอกสารนั้นเป็นของโรงพยาบาลจริง แต่ขั้นตอนกระบวนการที่นำไปใช้ไม่ถูกต้อง เพราะ 1.ไม่มีคนไข้มาตรวจ 2.ประวัติการรักษาไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เพราะโรคที่พระธัมมชโยเป็นนั้นเป็นโรคที่ร้ายแรง ถ้าเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจะต้องมีประวัติการตรวจรักษามาก่อน ต้องมีการมาตรวจกับแพทย์และต้องมีประวัติการรับยา ซึ่งทางวัดก็ยืนยันว่าพระธัมมชโยไม่เคยมาตรวจที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี
“เรายืนยันทางโรงพยาบาลไม่มีผู้ป่วยรายชื่อดังกล่าวนี้ที่โรงพยาบาลจริง และเอกสารใบรับรองแพทย์ก็ไม่ถือว่าเป็นของโรงพยาบาล เพราะการดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ส่วนจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องที่มีการนำเอกสารของโรงพยาบาลไปใช้หรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นการกระทำส่วนบุคคลและนอกเวลาราชการ ซึ่งทางสายบังคับบัญชาจะเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้” ผอ.รพ.ค่ายภาณุรังษี กล่าว
ขณะที่ พระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวถึงกรณีใบแพทย์รับรองอาการป่วยของพระธัมมชโย ว่า ทางแพทย์ผู้รับรองได้เข้ามาตรวจรักษาอาการป่วยของพระธัมมชโยจริง และไม่ได้เดินทางไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมยืนยัน พระธัมมชโยยังคงรักษาอาการป่วยอยู่ที่วัดพระธรรมกาย โดยอาการป่วยขณะนี้อยู่ในระดับที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญที่รักษาภายในวัดเท่านั้น พร้อมทั้งทางวัดได้เตรียมรถฉุกเฉินไว้ตลอด 24 ชั่วโมง หากพระธัมมชโยมีอาการป่วยทรุดหนักจะได้นำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา
พระมหานพพรกล่าวต่อว่า ทางวัดพระธรรมกายพร้อมหากดีเอสไอนำทีมแพทย์เข้ามาตรวจอาการป่วยของพระธัมมชโย และยินดีตอบข้อสงสัยในทุกกรณี ส่วนกรณีการเข้าพบดีเอสไอของพระธัมมชโย ขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายกำลังประชุมหารือกันอยู่ และจะมีการชี้แจงต่อไป
อัยการเข้าใจความรู้สึกคนศรัทธา
นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน3สำนักงานการสอบสวน ซึ่งคณะทำงานร่วมกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) สอบสวนคดีพระธัมมชโย กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ภายหลังที่ศาลอาญาออกหมายจับพระธัมมชโยคดีฟอกเงิน ว่า เราอยากให้การดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เป็นไปตามกติกาของบ้านเมือง การออกหมายจับดังกล่าวเป็นการออกโดยศาลซึ่งผ่านการพิจารณาแล้ว ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าดำเนินการเฉพาะกับพระธัมมชโยนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งขณะนี้การสอบสวนก็ดำเนินอยู่ โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นอีกกว่า10คดี ซึ่งทางสอบสวนพบว่ามีการนำเงินกระจายทั้งกลุ่มที่เป็นพระลูกศิษย์ และอีกหลายกลุ่ม
“เข้าใจความรู้สึกของคนที่ศรัทธา แต่เราไม่ได้กระทำโดยพลการ แต่เป็นไปตามมติคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยดีเอสไอ อัยการ และที่ปรึกษาดีเอสไอที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ การที่มีคนนำเรื่องนี้ไปร้อง ป.ป.ช.ว่าเราดำเนินการโดยมิชอบ ดำเนินการซ้ำซ้อน จากที่เคยมีการสั่งไม่ฟ้องพระธัมมชโยไปแล้วนั้น ความจริงคือ ยังไม่เคยมีการสั่งคดีจากทางอัยการแต่อย่างใด”นายขจรศักดิ์ กล่าวและว่า ขณะนี้ ทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสอบปากคำเรื่อยๆ แต่เฉพาะชุดของพระธัมมชโย มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วอีก2คน ซึ่งคาดว่ายังจะมีอีก4 – 5คน



