ข่าว

 กกต.ปัตตานีสร้างกลไกโปร่งใส-สุจริตดึงกำนันเกาะติด-ลดขัดแย้งศึก 83 อบต.

กกต.ปัตตานีสร้างกลไกโปร่งใส-สุจริตดึงกำนันเกาะติด-ลดขัดแย้งศึก 83 อบต.

03 ส.ค. 2552

ปัตตานี - กกต.ปัตตานี ผนึก จนท.ความมั่นคง ผุดโครงการ "การเมืองท้องถิ่นสมานฉันท์ สู่สันติสุขปัตตานี” รับมือเลือกตั้ง 83 อบต.หวังลดความขัดแย้งเกมการเมืองท้องถิ่น พร้อมดึง "กำนัน" สร้างกลไกตรวจสอบเลือกตั้งโปร่งใส

 นายธีรวัฒน์ ละเอียด ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้ร่วมกับจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกำลังความมั่นใจ จัดโครงการ “การเมืองท้องถิ่น สมานฉันท์ สู่สันติสุขปัตตานี” เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง อบต. 83 แห่ง ที่จะครบวาระวันที่ 30 กรกฎาคม และต้องเลือกตั้งใหม่วันที่ 6 กันยายน แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่พิเศษในจังหวัดชายแดนใต้ จึงต้องเร่งดำเนินการจัดการเลือกตั้งที่สะท้อนให้เห็นแนวทางการทำงานที่เป็นเอกภาพของทุกฝ่าย

 เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองในระดับท้องถิ่นเป็นประเด็นปัญหาที่ถูกทับซ้อนร่วมกับปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่จนกลายเป็นความไม่สงบ ดังนั้นการวางกรอบให้การแข่งขันทางการเมืองระดับท้องถิ่นเป็นไปตามกติกา และให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมจะเป็นแนวทางคลี่คลายอุณหภูมิความรุนแรงได้

 โดยเฉพาะการคัดสรร กกต.ท้องถิ่นจากทุกสาขาอาชีพจากแต่ละชุมชนเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ตัวกลาง ประสานความเข้าใจระหว่างผู้สมัครกรณีที่เกิดปัญหาความขัดแย้ง โดยหนึ่งในจำนวนนั้นมี กำนัน หรือตัวแทนที่ได้เชิญมาจาก 115 ตำบล เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลการเลือกตั้งที่จะเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหว ภายใต้การยึดมั่นและปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด

 “กกต.ท้องถิ่น 5 คนต่อ 1 อบต.ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขาอาชีพ ผ่านการคัดเลือกมาทำหน้าที่ โดยแต่ละคนจะรู้ข้อมูลในท้องถิ่นตัวเองเป็นอย่างดีและเป็นผู้มีข้อมูลประวัติของผู้สมัครแต่ละคนเป็นอย่างดี ทำให้ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งได้” นายธีรวัฒน์ กล่าว

 ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ กกต.ท้องถิ่นจะเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบประวัติข้อมูลของผู้สมัคร และร่วมคัดกรองบุคคลที่เข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นได้อีกทาง อาทิ เคยมีประวัติในทางเสื่อมเสีย สร้างความเสียหายต่อสังคม หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือไม่ เป็นต้น

 "โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นเป็นตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่เชื่อมั่นว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการร่วมส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันของคนในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ สู่สันติในพื้นที่อย่างถาวร” นายธีรวัฒน์ กล่าว
          ---------