ข่าว

รับฟังความเห็นพรรคการเมือง

รับฟังความเห็นพรรคการเมือง

20 พ.ค. 2559

รับฟังความเห็นพรรคการเมือง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการจัดให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติ ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต ต่อตัวแทนพรรคการเมืองมากถึง 50 พรรค รวมทั้งเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่างๆ แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

            การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองในครั้งนี้ มีที่มาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งการให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม หาทางผ่อนคลายสถานการณ์ด้วยการเปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่า ประกาศ คสช.ฉบับที่ 57 ที่ห้ามพรรคการเมืองประชุมหรือทำกิจกรรม ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ทำให้ที่ผ่านมา พรรคการเมืองไม่สามารถประชุมระดมความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติในช่วงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ทำการยกร่างได้เลย จึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญ

            ทั้งที่ที่ผ่านมา “นักการเมือง” ก็เป็นตัวปัญหาหนึ่ง ที่ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะวิกฤติ หรืออีกแง่มุมหนึ่ง พรรคการเมือง นักการเมือง ยังเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่มีการบังคับใช้อีกด้วย

            “เป็นเรื่องที่คิดไว้นานแล้ว แต่รอเวลาที่เหมาะสม จึงค่อยดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องพูดล่วงหน้า ไม่ได้บิดบัง ซ่อนเร้น จะเปิดโอกาสให้พูดได้ในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเมือง ความขัดแย้ง คดีความ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            ส่วนเหตุผลหนึ่ง ที่ทางรัฐบาลยอมผ่อนปรนให้นักการเมืองแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ อาจมองได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา มีการใช้มาตรการที่เข้มงวด กดดัน และแข็งกร้าว แต่กลับไม่ค่อยประสบผลสำเร็จที่จะทำให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือ คสช. ยอมรับในกระบวนการที่แข็งกร้าวและกดดันเหล่านั้น เมื่อวิธีการแข็งกร้าวใช้ไม่ได้ก็ต้องมีการผ่อนคลาย อีกทั้งไทยยังถูกนานาชาติกดดันหนักเรื่องการทำรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านการถกเถียงแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย นี่...ก็อาจเป็นการแก้เกมของรัฐบาลหลังโดนประชาคมโลกกดดันอย่างหนัก ซึ่งเราเป็นหนึ่งในประชาคมของโลก เราไม่สามารถที่จะอยู่ในประเทศเดียวในโลกโดยไม่มีพันธมิตร

            นอกจากนี้ พรรคการเมือง นักการเมือง เป็น “ผู้นำทางความคิด” และมีมวลชนในพื้นที่สนับสนุนจำนวนมาก การปรับท่าทีต่อพรรคการเมือง น่าจะสำคัญมากต่อการทำให้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านได้

            แต่ก็มีนักการเมืองบางคน บอกว่า “สายเกินไป” เพราะที่จริงต้องรับฟังความเห็นนักการเมืองตั้งแต่ตอนยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญจนเสร็จ กำหนดเนื้อหามาเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยมาฟังความเห็นนักการเมือง

            โดยสรุปเห็นว่า ที่จริงแล้วรัฐบาลควรเปิดกว้างในเรื่องการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมากกว่านี้ ไม่ใช่ผ่อนปรนให้เฉพาะพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เปิดให้สื่อและประชาชนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีด้วย

            เพราะว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายจากสาขาต่างๆ จากภาคส่วนต่างๆของสังคม จะช่วยให้กระบวนการร่างกฎหมายในอนาคตมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ แม้ตอนนี้จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้แล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยผู้ที่ไปลงประชามติจะได้รับรู้ความคิดเห็นที่มาจากหลายด้าน มาจากภาคส่วนที่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่ละด้านอย่างจริงจัง จะส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังพิจารณาลงประชามติอยู่นี้ หากจะได้รับความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบจากประชาชน ก็มาจากการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ได้รับครบถ้วนสมบูรณ์จริงๆ