ข่าว

เปิดปมชนวนปัญหาลูกยาง‘แท็บเล็ต’กดไม่ขึ้นไทยเหยื่อ-ใครผิด

เปิดปมชนวนปัญหาลูกยาง‘แท็บเล็ต’กดไม่ขึ้นไทยเหยื่อ-ใครผิด

20 พ.ค. 2559

เปิดปมชนวนปัญหาลูกยาง‘แท็บเล็ต’กดไม่ขึ้นไทยเหยื่อ-ใครผิด

            “หา...ใบแดงอะไรวะ!”

            นั่นคือเสียงอุทานด้วยความงุนงงของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมวอลเลย์บอลสาวไทย ในแทบจะทันทีที่ทราบว่า หลุยส์ เกราร์โด มาร์เซียส ผู้ตัดสินชาวเม็กซิโก ชักใบแดงให้แก่ทีมลูกยางสาวไทย ซึ่งทำให้สกอร์ในเซตตัดสิน ของการแข่งขันวอลเลย์บอลกีฬาโอลิมปิก 2016 รอบคัดเลือก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ทีมสาวไทยนำเจ้าถิ่นอยู่ 12-8 ขยับเป็น 12-9 ทันที

            หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาที ผู้ตัดสินคนเดิมก็แจกใบแดงให้ทีมไทยอีกครั้ง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ทีมไทยตามหลัง 12-13 สกอร์เปลี่ยนเป็น 12-14 ทำให้ญี่ปุ่นได้แมทช์พอยต์ ก่อนเป็นฝ่ายเอาชนะทีมไทยในเซตนี้ 15-13 และชนะการแข่งขันไปด้วยสกอร์ 3-2 เซต

            หลังการแข่งขันจบสิ้นลง นักตบลูกยางสาวไทยหลายคนหลั่งน้ำตาแห่งความผิดหวังเดินออกจากสนาม เช่นเดียวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วสารทิศว่า “ไทยถูกโกง”!!!!

            จะโกงหรือไม่ สุดแต่ดุลพินิจของแต่ละคน แต่ที่มาที่ไปของปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ที่ทาง “เจ้าภาพ” ญี่ปุ่น ได้นำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ คือการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “แท็บเล็ต” มาใช้ในการเปลี่ยนตัว, ขอเวลานอก และขอชาลเลนจ์ (ดูภาพช้า) แทนที่ของเดิมที่จะส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่ข้างสนม หรือยกป้ายเปลี่ยนตัวอย่างที่แฟนวอลเลย์บอลหลายคนเห็นกันจนชินตา

            สำหรับระบบการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “แท็บเล็ต” นี้ เมื่อสตาฟฟ์โค้ชของแต่ละทีม กดปุ่มเลือกเมนูที่ต้องการ ว่าจะเปลี่ยนตัว, ขอเวลานอก หรือชาลเลนจ์ ระบบจะถูกส่งผ่านไปหาเจ้าหน้าที่ ที่ต้องกดรับคำขอดังกล่าวจึงจะถูกส่งไปหากรรมการที่ควบคุมการแข่งขัน

            “ครูตุ้ม” ทรงศักดิ์ เจริญผล ประธานผู้ตัดสินสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย อธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า ระบบนี้เรียกว่า อิเล็กทรอนิก แอนด์ ทีมแท็บเล็ต หรือ อีทีที โดยจะใช้สัญญาณไวไฟในการส่งข้อมูล จากเครื่องที่ติดตั้งไว้ให้แต่ละทีม ไปยังผู้ตัดสินกลาง ซึ่งในจุดนี้สุ่มเสี่ยงในเรื่องความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ตในสนาม ที่อาจเร็วหรือช้าไม่เท่ากันทุกช่วงเวลา

            “แท็บเล็ตจะมี 3 ปุ่มให้กด คือ กดเปลี่ยนตัว กดขอเวลานอก และขอชาลเลนจ์ การขอเปลี่ยนตัวและเวลานอก ต้องทำล่วงหน้า ส่วนการชาลเลนจ์ ต้องทำภายในเวลาที่กำหนด กรณีไวไฟมีปัญหา อาจทำให้ข้อมูลที่ส่งไปขึ้นช้าเกินเวลาก็มีผลต่อรูปเกม และอารมณ์ของนักกีฬาได้”

            ส่วนกติกาการให้ใบเหลือง-ใบแดงนั้น ผู้ตัดสินจะให้ในกรณีผู้เล่นหรือทีมจงใจถ่วงเวลาการแข่งขัน หากเป็นครั้งแรกจะเป็นใบเหลืองก่อน ครั้งที่ 2 และครั้งต่อๆ มานั้น จะเป็นใบแดง ซึ่งหมายถึงการเพิ่มแต้มให้ทีมตรงข้ามทันที ครั้งละ 1 คะแนน โดยผู้ตัดสินจะเรียกกัปตันทีมไปแจ้งทุกครั้งก่อนให้ใบเหลืองหรือใบแดง

            มีการคาดการณ์กันว่า ระบบใหม่ที่จะนำมาใช้นี้ อาจมีปัญหา เพราะความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ โดยในการแข่งขันที่ผ่านมาหลายๆ นัด มีเหตุขลุกขลักเกิดขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัว ที่สัญญาณมักไปไม่ถึงผู้ตัดสิน พอผู้เล่นในสนามที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก กับผู้เล่นนอกสนามที่จะถูกเปลี่ยนตัวเข้า ยื่นป้ายส่งให้กัน เดินเข้าไปในสนามเรียบร้อยแล้ว จึงถูกผู้ตัดสินเรียกออกมาให้เปลี่ยนตัวกันใหม่อยู่บ่อยครั้ง

            ก่อนที่ปัญหาใหญ่จะมาเกิดขึ้นกับทีมสาวไทย...

            ขณะที่การเล่นเซตชี้ชะตาระหว่าง ไทย กับ ญี่ปุ่น ดำเนินไปอย่างตึงเครียด จากจังหวะที่สาวเจ้าถิ่นทำแต้มไล่มาเป็น 12-8 นั้น “โค้ชอ๊อต” ได้กดสัญญาณขอชาลเลนจ์ว่า การเล่นแต้มที่ผ่านมานั้น มีผู้เล่นญี่ปุ่นล้ำเส้นกลางสนามเข้ามา ซึ่งเป็นการชาลเลนจ์ตามกติกาทุกอย่าง แต่ผู้ตัดสินจากแดงจังโก้ปฏิเสธการชาลเลนจ์ดังกล่าว ทั้งที่มีการขึ้นป้ายแจ้งให้ผู้ชมในสนามทราบไปแล้ว พร้อมส่งสัญญาณให้เล่นต่อ ซึ่ง “โค้ชอ๊อต” ได้สอบถามไปยังกรรมการที่อยู่ข้างสนามอีกครั้ง จนถูกใบเหลือง เตือนครั้งแรก ทำเอาทีมไทยต้องขอเวลานอก เพื่อปรับเกม และเรียกสมาธิคืนมา ก่อนลงไปเล่นใหม่ ซึ่งคราวนี้ผู้ตัดสินได้เรียก ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีมสาวไทยเข้าไปคุย ก่อนชักใบแดงให้ในเวลาถัดมา

            จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจ พายุลูกที่ 2 ก็ตามมา เมื่อทีมไทยขอเปลี่ยนเอา พรพรรณ เกิดปราชญ์ ตัวเซตที่ได้ลงเป็นตัวจริงในนัดนี้ กลับไปลงสนามแทน นุศรา ต้อมคำ มือเซตหลักที่นัดนี้เป็นเพียงตัวสำรอง ที่คราวนี้ไม่เพียงกรรมการไม่อนุญาตให้เปลี่ยนตัว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยไม่ยอมให้เปลี่ยนเอา ทัดดาว นึกแจ้ง ที่รูปร่างสูง ลงไปแทน บุษบา ดีสะเกษ ที่ตัวเล็กกว่า เพื่อช่วยในเกมรับมาแล้ว แต่ยังชูใบแดงที่ 2 เพิ่มแต้มให้แก่ญี่ปุ่น กลายเป็นแมทช์พอยต์ ก่อนเช็กบิลปิดบัญชีได้สำเร็จอีกด้วย

            จะเรียกว่าโกงหรือไม่ คงมิอาจฟันธงลงไปได้ แต่ที่แน่ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ เวลาที่ทีมไทยกดสัญญาณไปยังแท็บเล็ตเพื่อขอเปลี่ยนตัว แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่กดตอบรับ ทำให้ไม่ขึ้นในระบบกรรมการ ส่งผลให้เปลี่ยนตัวไม่ได้ รวมถึงการขอชาลเลนจ์ ดูภาพช้า ไทยเลยประท้วงว่ากดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่ขึ้น เราเลยพยายามย้ำ และขอให้ตรวจสอบ แต่ทีมงานชาวญี่ปุ่นบอกว่าไม่มี กรรมการเลยมองว่าเราถ่วงเวลา ให้ใบแดง โดนปรับแต้มถึง 2 ครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการแชร์ข้อความในโลกโซเชียลมีเดีย โดยผู้ที่ใช้ชื่อของ ปลื้มจิตร์ ถินขาว ว่า “เราถูกตัดสัญญาณ จึงกดอย่างไรก็ไม่ขึ้น”

            ในเรื่องดังกล่าว โค้ชอ๊อต กล่าวแบบงงๆ ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เป็นโค้ชมา 20 กว่าปีที่ต้องถูกใบแดง ตนเองไม่เข้าใจระบบการตัดสิน ไม่เข้าใจว่าทำอะไรผิดพลาด เมื่อไม่เข้าใจก็เลยถามผู้ตัดสิน พยายามถามว่าทำไมกดไป 2 ครั้งแล้ว เพื่อเป็นการเปลี่ยนตัว เราทำถูกต้อง ระบบมันไม่โชว์ สุดท้ายมาให้ใบแดง ไทยเลยเสียโอกาส ทั้งๆ ที่เราพยายามเล่นด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ เคารพผู้ตัดสิน เคารพกฎกติกา

            “ผมรู้สึกไม่ค่อยดีกับสถานการณ์ของลูกที่จะมีผลต่อการแพ้ชนะ ไหนๆ เกมมันก็จบไปแล้ว เอาชัยชนะกลับมาไม่ได้ เคารพในการตัดสิน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือระบบในครั้งนี้มันมีข้อบกพร่อง จริงๆ แล้วผมได้ชี้แจงตั้งแต่วันแรกก็แล้ว วันที่ 2-3 ก็แล้ว ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร”

            แม้ โค้ชอ๊อต จะยอมจบ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ที่อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง ทำให้ทีมลูกยางไทยสูญเสียโอกาสการได้ไปเล่นในกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คงจะไม่จบกันง่ายๆ โดย พิสิษฐ์ นัทธี ผู้จัดการทีมสาวไทย กล่าวว่า หลังศึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น พบว่าเท่าที่ดูกฎระเบียบข้อบังคับในเรื่องการใช้แท็บเล็ต ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (เอฟไอวีบี) แล้ว ทีมไทยไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กฎข้อหนึ่งบอกว่าหากแท็บเล็ตไม่ทำงาน หรือไม่เสถียรในการใช้ สตาฟฟ์โค้ชสามารถยกป้ายได้ตามปกติ และผู้ตัดสินก็ไม่มีสิทธิ์ลงโทษในเรื่องความพยายามดึงเกม ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่แสดงว่าเราทำผิดกฎจนผู้ตัดสินมาให้ใบแดงในช่วงสำคัญของเกมถึง 2 ใบแบบนี้

            “ผมได้ประสานกับ ร.อ.จักรสุวรรณ โตเจริญ เลขาธิการสมาคมวอลเลย์บอลแล้ว บอกว่าให้ดำเนินการได้เลยในการทำหนังสืออุทธรณ์ไปทางเอฟไอวีบีต่อไป เพื่อตรวจสอบจริยธรรมของผู้ตัดสินชาวเม็กซิโก ส่วนบทลงโทษผู้ตัดสินก็คงต้องอยู่ในดุลพินิจของเอฟไอวีบีต่อไป”

            ส่วน “โค้ชยะ” ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ผู้ช่วยหัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า การทำหนังสืออุทธรณ์นี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขัน แต่เพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบมันไม่เวิร์ก เพราะรายการสำคัญแบบนี้ มันทำให้หลายๆ ทีมเสียโอกาส และจะได้มีการตรวจสอบผู้ตัดสินว่า ได้ทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของสหพันธ์หรือไม่

            แต่นั่นคงไม่เท่ากับแรงแค้นของคนไทย ที่สามัคคีกันออกมาระบายอารมณ์ทางโลกโซเชียล โดยมีเป้าหมายใหญ่ๆ อยู่ 3 จุด คือ ตัวผู้ตัดสินมาร์เซียส, “เจ้าภาพ” ญี่ปุ่น และเอฟไอวีบี

            ส่วนข้อความนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะกว่า 80 เปอร์เซ็นต์นั้น “ไม่ผ่านเซ็นเซอร์” แน่นอน

            

การทำงานของ “อีทีที”

1. เปลี่ยนตัว

2. ขอเวลานอก

3. ชาลเลนจ์

- Ball in-out - ลูกลง/ลูกออก

- Block Touch - บล็อกทัช

- Net Touch - ทัชตาข่าย

- Antenna - เสาอากาศ

- Center Line Fault - ล้ำเส้นกลางสนาม

- Service Line Fault - เหยียบเส้นเสิร์ฟ

- Attack Line Fault - เหยียบเส้น 3 เมตร