
รองมิสแกรนด์2013โร่พบตร.
19 พ.ค. 2559
รองมิสแกรนด์ 2013 โร่พบ ตร. ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน สาวขอเช่านาฬิกาหรู อ้างถ่ายทำสกู๊ป ครบกำหนดสัญญาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืน
19 พ.ค. 59 เมื่อเวลา 10.30 น. สน.วังทองหลาง น.ส.ปภัสรินทร์ ศรีปริยวัฒน์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/175 ม.1 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี รอง Miss Grand Thailand 2013 และเป็นนางแบบโฆษณากาแฟแบรนด์ดัง เดินทางมาพร้อมมารดาเข้าพบ พ.ต.ต.สวิด แก้วปลั่ง สารวัตร (สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีปล่อยให้เช่านาฬิกายี่ห้อดัง แต่เมื่อถึงกำหนดผู้เช่ากลับไม่คืนทรัพย์สิน
น.ส.ปภัสรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้มาพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากมีพี่วีเจสาวที่รู้จักกันได้แนะนำมาว่า มีพี่ที่เคารพและนับถือ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับตัวเขาต้องการหานาฬิกาหลายเรือนไปใช้ประกอบฉากในการถ่ายทำสกู๊ป ตนจึงตัดสินใจที่จะให้เช่านาฬิกาจำนวน 2 เรือน โดยได้ทำสัญญาให้เช่านาฬิกาโรเล็กซ์ (Rolex Oyster Perpetual Datejust) สีเงิน ซึ่งตนซื้อมาราคาประมาณ 200,000 บาท เพียง 1 เรือนเท่านั้น โดยได้ปล่อยให้เช่าเดือนละ 20,000 บาท มีการทำสัญญากันที่ร้านเคเอฟซี ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีอ่อนนุช เป็นเวลา 1 เดือนกับ น.ส.คณิตกุล คล้ายแก้ว อายุ 35 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงกำหนดคืนนาฬิกากลับได้รับการผัดผ่อนจาก น.ส.คณิตกุล ด้วยข้ออ้างต่างๆ ทำให้ต้องยอมต่อสัญญาจากวันที่ 10 มีนาคม ถึง 10 เมษายน
"เมื่อครบกำหนดคืนนาฬิกาในสัญญาที่ทำขึ้นใหม่ เขาก็ยังไม่เอามาคืน จึงได้พยายามติดต่อทวงถามขอนาฬิกาคืน แต่ก็ยังได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับเงินค่าเช่านาฬิกามา 2 เดือน เท่านั้น เพราะเมื่อครบ 1 เดือน ก็พยายามที่จะต่อสัญญาต่อ และจากการพูดคุยก็มีการตกลงกันว่าครบ 1 เดือน จะคืนนาฬิกาให้ แต่ทาง น.ส.คณิตกุล อ้างว่าไม่มีของที่จะใช้ถ่ายทำ หานาฬิกาไม่ทัน และพยายามที่จะต่อสัญญาจาก 1 เดือนเป็น 6 เดือน แต่ดิฉันต้องการที่จะได้นาฬิกาคืน ทั้งนี้ยังมีอีกหลายรายที่ได้ให้เช่านาฬิกาลักษณะเดียวกันกับดิฉัน และยังไม่ได้รับการคืนนาฬิกาเหมือนกัน โดยเท่าที่ทราบมี 1 คนที่ได้รับนาฬิกาคืนแล้ว ใจก็คิดว่าเป็นคนกันเองไม่น่าจะมีอะไร เราไม่ได้บอกว่าเขาหลอก เพียงแค่เขาไม่ยอมคืน ซึ่งขณะนี้ก็ยังติดต่อ น.ส.คณิตกุล ได้อยู่"
ด้านแม่ของ น.ส.ปภัสรินทร์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับลูกสาวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเห็นควรว่าจะต้องเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพราะต้องการให้คนอื่นทราบ ซึ่งจะได้ระมัดระวังไว้ ส่วนจะเดินทางไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้เช่าหรือไม่นั้น หลังจากลงบันทึกประจำวันเสร็จสิ้นจะกลับไปปรึกษากันก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อ



