
4ปี...เถ้าแก่กาแฟเงินล้าน
19 พ.ค. 2559
4ปี...เถ้าแก่กาแฟเงินล้าน : คมคิดธุรกิจนิวเจนธานี กุลแพทย์
พื้นที่จัดสรรที่ทำกินเพื่อการเกษตร 400 ไร่บนเนินเขา จ.นครพนม ซึ่งครอบครัวของ “เฟลม” เกียรติศักดิ์ คำวงษา วัย 21 ปี ซึ่งปลูกกาแฟมาหลายสิบปี กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากที่เขาตัดสินใจบอกแผนพัฒนาไร่กาแฟกับผู้เป็นแม่เพื่อเริ่มกิจการของตนเองเมื่อ 3 ปีก่อน
“ไร่ของแม่เป็นไร่กาแฟทั่วๆไป คือ ปลูกทิ้งไว้ให้ธรรมชาติดูแล ถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็จ้างคนงานเก็บเมล็ด มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่ เราไม่ต้องเหนื่อยมาก แต่ผมมาคิดว่าทำยังไงจะเพิ่มมูลค่ากาแฟที่ไร่ได้ จึงไปปรึกษาอาจารย์ที่คณะ BUSEM ม.กรุงเทพฯ ที่ผมเรียนอยู่ ตอนนั้นเพิ่งเข้าเรียนปี 1 ทำให้ได้ความคิดผลิตกาแฟชะมดขึ้นมา”
เฟลม เริ่มเรื่องการทำธุรกิจ BlueGold Coffee กาแฟชะมดแท้ 100% เลี้ยงตามระบบนิเวศธรรมชาติ ส่งให้กาแฟธรรมดาที่เคยปลูกขายกิโลกรัมละ 500 บาท กลายมาเป็นสินค้าหายาก ราคาแพง ขายกิโลกรัมละ 5 หมื่น-1 แสนบาท
แรงผลักอันนำมาซึ่งการสร้างกิจการ สร้างรายได้เลี้ยงชีพให้ตัวเองตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา เฟลม เล่าว่า ด้วยครอบครัวอยู่ จ.นครพนม แม่รับราชการเป็นวิศวกร พ่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และมีพื้นที่ปลูกกาแฟอยู่แล้ว เขาจึงคิดเดินตามเส้นทางธุรกิจกาแฟ ต่อเมื่อ พ่อเสียชีวิตลงพร้อมกับภาระหนี้สิน กว่า 50 ล้านบาท เขาและแม่จึงต้องดิ้นรนเพียงลำพัง
“ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้นม.3 รู้ซึ้งถึงคำว่าอัตคัดและขาดแคลนมาก เกือบทุกมื้อเย็นจะมีเพียงไข่ต้ม 1 ฟองกับเงิน 50 บาท แม่บอกว่าให้จำความรู้สึกในวันนั้นไว้ให้ดี นั่นจึงเป็นแรงผลักทำให้ผมคิดมาตลอดทั้งการเรียน การงาน”
ด้านการเรียน เฟลม บอกว่า ความฝันที่จะเรียนต่อสายสามัญชั้นมัธยมปลายสะดุดลง ด้วยภาระหนี้สินจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่พ่อทิ้งไว้ เขาจึงตัดสินใจเรียนสายอาชีพด้านโยธา เพื่อใช้ความรู้มาช่วยแม่ล้างหนี้
“เรียนก่อสร้าง เรียนเขียนแบบเพื่อมาช่วยแม่คุมคนงาน อ่านแบบ ยื่นซองประมูลแทนแม่ ช่วง 3 ปีที่เรียนสายนี้ ผมช่วยแม่ปลดหนี้ได้ทั้งหมด และฟื้นฐานะให้แม่ได้”
เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบปวส. เฟลม บอกว่า เขาจึงเดินตามความฝันที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายชีวิตเป็นโปรแกรมเมอร์ ทว่า กลับไม่ได้เรียนในสาขาที่ตั้งใจ เมื่อได้รู้จักคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (School of Entrepreneurship and Management : BUSEM)
ได้ยินชื่อคณะแล้ว เฟลมบอกว่า คลิกทันที นี่แหละสาขาที่ต้องเรียน เพราะจบแล้วสามารถมีกิจการเป็นของตนเองได้ ที่นี่สอนให้เป็นเจ้าของกิจการ เพราะได้ลงมือทำจริงๆ ได้ไอเดียมากมายในแต่ละวัน จากเพื่อน อาจารย์ กระตุ้นให้ได้คิดไปเรื่อยๆ คิดในสิ่งที่ต่างไปจากสิ่งที่มี
"คณะนี้จะให้นักศึกษาคิดแผนธุรกิจ ทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ปี 1 มีอาจารย์คอยเป็นที่ปรึกษา สิ่งสำคัญที่อาจารย์ย้ำในการเรียนการสอนคือ ให้เราใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรที่มันต่างไปจากที่เห็นอยู่ และสอนให้เราคิดแบบเจ้าของธุรกิจ ผมเลยหันมามองสิ่งที่เรามีอยู่คือไร่กาแฟ”
นั่นเป็นที่มาของการทำกาแฟชะมด หลังจากเขาใช้เวลาศึกษาหาความรู้อยู่นาน ก่อนเล่าแผนธุรกิจให้แม่ฟัง แรกๆ เธอก็กังวล เพราะไม่รู้ว่าสินค้าชนิดนี้ตลาดอยู่ตรงไหน ต่อเมื่อเฟลมอธิบายให้ฟังอย่างรอบด้าน ทั้งการผลิต ทำสต็อก ขยายธุรกิจ สร้างตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการสูงในการรับซื้อเมล็ดกาแฟ ที่ขายปลีกกิโลกรัมละ 5 หมื่นบาท ขายส่ง 2-3 หมื่นบาท
การทำงานของเฟลมจึงเริ่มต้น ตลอด 2 ปี (ขณะเรียนปี 2-3) เขาศึกษาข้อมูลธุรกิจอย่างละเอียด ลงมือเองทุกอย่างตั้งแต่การเลี้ยงชะมด เก็บขี้ชะมดมาล้างทำความสะอาดเพื่อสต็อกเมล็ดเอาไว้ ควบคุมคนงาน และค่อยๆ เปลี่ยนไร่กาแฟให้เป็นพื้นที่กสิกรรมที่มีการทำปศุสัตว์เพิ่มเติม ทั้งเลี้ยงม้า เลี้ยงชะมด และปลูกพืชอื่นๆ
บนพื้นฐานจุดแข็งของไร่ ซึ่งเฟลมบอกว่า มีพื้นที่ปลูกราว 400 ไร่ อยู่ติดชายแดนอันเป็นจุดผ่อนผันการนำเข้าสัตว์ป่าได้ตามกฎหมาย สามารถเลี้ยงชะมดในระบบเปิด ให้อิสระมันใช้ชีวิตในไร่กาแฟ วิ่งเล่นตามต้นไม้ กินอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งมันจะเลือกเมล็ดกาแฟที่สุกแล้วเท่านั้น กาแฟชะมดของเขาจึงเป็นผลิตผลจากจากฟาร์มเลี้ยงแบบเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย
โดยเฉพาะทันทีที่เปิดตัวสินค้าสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ BlueGold Coffee ใช้ช่องทางจำหน่ายทางเดียวคือออนไลน์ โดยเปิดเว็บไซต์ www.bluegoldcoffee.com และเฟซบุ๊ก BlueGold Coffee ได้ผลตอบรับจากตลาดเกินความคาดหมาย
ทุกเช้า เฟลมจะต้องตื่นมารับออเดอร์สินค้าทางเฟซบุ๊กก่อนไปเรียน สินค้าขายดีคือแพ็กเกจเล็กที่สุด (normal set) ราคา 990 บาท ส่วนคอกาแฟตัวจริงจะสนใจพรีเมียมเซต และลักชัวรีเซต ซึ่งมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีออเดอร์เมล็ดกาแฟดิบซึ่งปัจจุบันมียอดสั่งซื้อพุ่งสูงถึงเลขแปดหลัก ทั้งนี้ เกิดจากการวางแผนธุรกิจที่ดี มีสต็อกสินค้าเพียงพอ มีแผนสร้างแบรนด์ต่อเนื่อง มีกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างเครือข่ายกับลูกค้า
“มีแผนเปิดร้านกาแฟบลูโกลด์ เพื่อใช้เป็นหน้าร้านขายเมล็ดกาแฟ พัฒนาสูตรให้หลากหลายเพื่อคอกาแฟ โดยกำหนดเปิดร้านแรกปี 2560 และมีแผนขยายสาขาอีก 10 สาขา ทั้งมีเตรียมส่งออกในตลาดต่างประเทศด้วย” เขาแจง
เศรษฐกิจยุคนี้ถูกขับเคลื่อนจากพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ จึงมีเรื่องราวความสำเร็จในการประกอบอาชีพจากเจ้าของธุรกิจในวัยเรียนจำนวนไม่น้อย ดังหนุ่ม “เฟลม” เกียรติศักดิ์ คำวงษา ที่ก้าวมาสู่การเป็นเจ้าของกิจการกาแฟชะมด บลูโกลด์ มูลค่าหลายสิบล้านบาทในขณะนี้
สัตว์เลี้ยงทำเงิน!
เกียรติศักดิ์ คำวงษา เป็นชาว จ.นครพนม ปัจจุบันอายุ 21 ปี กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUSEM) ความที่เติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ และทำธุรกิจ ที่ชีวิตในวัยเยาว์ของเขาไม่ได้แตกต่างจากเด็กทั่วไป เพียงแต่สัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบหาใช่สุนัข แมว กระต่าย แต่กลับเป็น “ชะมด”
แม้ชะมดจะเป็นสัตว์ป่า แต่เฟลมบอกว่า เลี้ยงง่ายมากหากเข้าใจนิสัยของมัน ทั้งเป็นสัตว์ที่มีกลิ่นหอม ชอบกินผลไม้สุก รวมถึงผลกาแฟด้วย นิสัยร่าเริง ปราดเปรียว มีอิสระในตัวเองสูง มีวินัยในการขับถ่าย มันจะกลับมาถ่ายที่เดิมๆ ทุกครั้ง
“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมล็ดกาแฟที่ได้จากการขับถ่ายมูลของมันจะเป็นสินค้าราคาแพงและหายาก จนได้มาสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟชะมด เข้ามาสัมผัสอย่างจริงจัง จึงพบว่ามีกลิ่นหอมต่างไปจากกาแฟทั่วไป ทั้งมีกาเฟอีนต่ำ ทำให้ผู้ที่ดื่มไม่เกิดอาการใจสั่น แต่ได้รสชาติกาแฟแท้จริง” เขาแจง
นั่นเป็นเรื่องราวของชะมด สัตว์เลี้ยงในวัยเด็ก ทว่า เฟลมจำต้องลาจากกันเพราะการเรียน การงาน ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเลี้ยงมันอีก จนถึงวันนี้วันที่ได้ทำธุรกิจกาแฟชะมด ที่คราวนี้ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่มีมากถึง 200 ตัว



