
1×1WALLจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญแห่งธุรกิจศิลป์
1×1 WALL จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญแห่งธุรกิจศิลป์ แค่คลิกก็จับต้องได้ : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ ภาพ สุกล เกิดในมงคล
ถ้าต้องจัดห้องหรือบ้านใหม่คุณจะนึกถึงเรื่องอะไรก่อน เฟอร์นิเจอร์ที่เข้าชุดกัน หรือ งานศิลปะที่เข้ากับการใช้งานของห้องนั้นสักชิ้น ตามมุมองของผู้ตั้งคำถามนี้ และในฐานะนักจัดหางานศิลป์รุ่นใหม่ “เพชร” ธนบดี ทองคำ วัย 26 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ซื้อขายงานศิลปะ 1×1 WALL บอกว่า สำหรับเขาแล้วถ้าอยากได้ห้องที่มีสไตล์ชัดเจนไม่ซ้ำใคร แค่มีงานศิลป์ที่ชอบมาตั้งไว้ในห้องโล่งๆ ก่อนสักชิ้น ก็สามารถต่อยอดการตกแต่งให้เสร็จสมบูรณ์แบบไม่เหมือนใครได้ นั่นคือพลังของศฺิลป์ที่ช่วยปรับอารมณ์ สะท้อนตัวตนของคนสร้างและคนที่ชื่นชอบ ซึ่งไม่ว่าจะมาจากฝีมือจิตรกรดังหรือศิลปินหน้าใหม่ ไปจนถึงตัวการ์ตูน รูปถ่าย ที่ชื่นชอบ ถ้ามองแล้วมีความถูกใจผลงานนั้นก็มีความหมาย จึงไม่จำเป็นต้องตีความว่างานศิลป์คือความแพง เป็นของต้องลงทุน จนเลยเถิดคิดไปว่าเป็นรสนิยมที่ไกลตัว
จากคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยเรียนสายศิลป์มาก่อน แต่มีความเข้าใจงานศิลปะที่แตกต่างในข้างต้น ทำให้วันนี้เขาได้มาจับธุรกิจเกี่ยวกับศิลปะในรูปแบบเติมเต็มช่องว่าง สร้างสะพานให้ศิลปินและคนทั่วไปได้รู้จักกันผ่านรูปแบบโซเชียลมีเดีย ปรับเปลี่ยนแนวคิดการซื้อขายผลงานให้เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย เหมือนซื้อของใช้ออนไลน์ทั่วไปผ่านเว็บไซต์รับฝากขายผลงานศิลปะ รวมถึงธุรกิจจัดหางานศิลป์ประดับตกแต่งในสถานที่ต่างๆ ช่วยสร้างพื้นที่แสดงผลงานให้เหล่าศิลปินมากขึ้น
“ความจริงผมมีความรู้เรื่องศิลปะแบบเบื้องต้น ตัดสินใจจากความรู้สึกมากกว่าเทคนิค หัวจะไปทางการเงินเพราะผมทำธุรกิจมาตั้งแต่ ม.4 คุณพ่อผมท่านทำงานด้านกฏหมายก็จะสอนให้ลูกอ่านหนังสือเยอะๆ มาตั้งแต่เด็ก ทุกที่ในบ้านท่านจะวางหนังสือแทรกๆ ไว้ ว่างก็เอื้้อมหยิบอ่านได้เลย นิยาย การ์ตูน สารคดี อ่านได้หมด แต่ช่วงนั้นผมอ่านเรื่องธุรกิจเยอะมากเรื่องวิธีสร้างรายได้ เริ่มต้นธุรกิจต่างๆ พออ่านไปก็อยากลองวิชาว่าอ่านแล้วเราจะทำตามได้ไหม เลยลงขันกับเพื่อนๆ สกรีนเสื้อยืดขายที่ตลาดนัดจตุจักรก่อน เงินได้มาก็เอาไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กไม่ได้กำไรอะไรเยอะครับ พอมาเรียนมหาวิทยาลัยด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน ม.อัสสัมชัญ ก็เริ่มไปติดต่อเต็นท์รถขอเป็นนายหน้าให้ เราก็หารถดีๆ ขับไปให้เพื่อนที่มหาวิทยาลัยดู ชอบใจก็พากันไปซื้อขายกันเราก็ได้เปอร์เซ็นต์ จนเรียนจบก็ทำงานสายการเงินมาเรื่อยๆ แต่ความชอบของผมเวลาไปเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่รู้สึกว่ากระทบจิตใจเรา ทั้งเรื่องดีและไม่ดีก็จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เป็นงานศิลปะ ถ้าเดินไปเจองานที่รู้สึกชอบหรือตรงกับความรู้สึกเราตอนนั้นก็จะซื้อมาเปลี่ยนเลย ที่ผ่านมาห้องทำงานผมกับที่บ้านจะเปลี่ยนงานศิลป์บนกำแพงบ่อย เพราะผมชอบบรรยากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ดังนั้นงานศิลป์ของผมเป็นได้ทั้งการตกแต่ง การให้กำลังใจ ให้แรงบันดาลใจตัวเอง
จุดเปลี่ยนให้มาสนใจงานตรงนี้ เกิดขึ้นตอนที่ผมไปไปติดต่อหล่อพระพุทธรูปเพื่อนำไปทำบุญกับครอบครัวที่โรงปั้นของ ม.ศิลปากร เมื่อต้นปี เลยได้เห็นผลงานศิลปะดีๆ ของนักศึกษาวางไว้เยอะมาก มีหลายงานที่ผมชอบอยากอุดหนุนเลยได้เข้าไปพูดคุยกับนักศึกษา และอาจารย์ ทำให้รู้ว่าผลงานเหล่านี้ถ้าไม่ได้โดนขายออกไปน้องๆ ก็จะเอากลับไปเก็บไว้ที่บ้านหรือทิ้งไว้ที่คณะ ซึ่งหลายชิ้นเป็นงานที่ดีมาก ศิลปินมีโอกาสเติบโตอีกไกล แต่หลายคนก็บอกว่าการเป็นศิลปินมีรายได้ไม่มั่นคง ตั้งใจว่าจบแล้วจะไปทำงานออฟฟิศหาต้นทุนเลี้ยงตัวเองก่อน เราเลยเสียดายว่าน่าจะมีช่องทางอะไรสักอย่างที่ทำให้คนเห็นงานพวกนี้ได้ เลยคิดมาเป็นออนไลน์คอมมูนิตี้อันหนึ่งที่รวบรวมงานศิลปะ ของศิลปินทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพเป็นพื้นที่แสดงงานโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนเหมือนในระบบแกลเลอรีเดิมๆ สร้างช่องทางให้ศิลปินหน้าใหม่ และเปิดโลกงานศิลปฺ์แปลกใหม่ให้สังคมได้ด้วย" หนุ่มนักการเงินเล่าถึงที่มาของการทำธุรกิจด้านศิลปะ
คอนเซ็ปต์ของเว็บไซต์ www.1x1wall.com คือการมองเรื่องพาณิชย์ศิลป์เป็นเรื่องง่าย ศิลปินสามารถส่งภาพงานประติมากรรม จิตกรรมต่างๆ มาที่เว็บไซต์ พร้อมข้อมูลผลงาน และกำหนดราคาด้วยตัวเอง ฝ่ายเว็บไซต์จะทำการคัดเลือกผลงานโดยอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ หากผ่านการคัดเลือกก็จะได้พื้นที่ลงขายและทำการตลาดให้ฟรี ส่วนทางเว็บไซต์จะหักเปอร์เซ็นต์จากผลงานที่ขายได้แล้วเท่านั้น
“ช่วงแรกผมเป็นคนเข้าไปคุยกับศิลปิน 50-60 คน นอกจากเชิญชวนเขาเอาผลงานมาฝากเราขายแล้วผมอยากคุยเพราะอยากรู้จักศิลปิน อยากเข้าใจมุมมองการทำงาน รู้ความหมายของผลงานเข้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินอิสระ นักศึกษา และศิลปินดังๆ ก็นัดคุยกับเขาให้หมดส่วนมากยินดีที่จะแสดงผลงานและขายผ่านทางออนไลน์ เพราะเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้สกิลในการขายมาก ศิลปินจริงๆ หน้าที่ของเขาคือการสร้างสรรค์ ถ้าให้มานั่งพูดขายไม่ค่อยมีคนทำได้ครับ ส่วนมากจะวาดและรอคนสนใจจริงๆ เข้ามาซื้อ ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่เขาจะทำให้ผลงานมีคุณค่าจริงๆ เรื่องราคาที่กำหนดมาจากฝีมือยังมีการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างศิลปินกับคนซื้ออยู่มาก มีหลายกรณีที่ทำให้รู้ว่าแค่โชว์รูปภาพกับราคาอย่างเดียวจะขายยาก คนจะนึกว่าราคาสูงเพราะใช้กรอบแพงหรือเปล่าไม่ได้สนใจที่คุณค่าของผลงาน เราจึงต้องเน้นการอธิบายผลงานให้คนดูเข้าใจที่มาที่ไปของรูปนั้นๆ เช่น ภาพถ่ายใบหนึ่งราคา 5,000 บาท เป็นมูลค่างานศิลป์ที่กว่าจะได้รูปนี้มาศิลปินต้องทำอะไรบ้าง ใช้เทคนิคอะไร เขาต้องการสื่อความหมายอย่างไรบ้าง เริื่องพวกนี้ผมต้องพูดคุยกับศิลปินจนเข้าใจและพิมพ์ใส่ไปในเว็บให้ละเอียด แปลงเป็นภาษาง่ายๆ อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตรงกลางระหว่างคนทำและคนซื้อ เสริมจุดที่แต่ละฝ่ายขาดให้เต็ม เท่านี้วงการซื้อขายศิลปะก็เดินต่อได้อีกหลายชิ้นงาน” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ขายงานศิลป์เล่าถึงการทำงาน
1×1 WALL นำเสนอขายงานศิลปะอยู่ 3 รูปแบบหลัก เริ่มจากเพื่อการตกแต่ง ให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แล้ว ต่อมาคือการซื้อชิ้นงานที่ให้ความรู้สึกกับตัวเองและผู้อื่น เช่น ต้องการภาพที่ให้แรงบันดาลใจในการทำงาน หรือภาพที่ชวนผ่อนคลายเวลาทำงานเครียดๆ สุดท้ายคือการซื้อเป็นของขวัญ มอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน
“สาเหตุที่ต้องแยกงานแบบนี้เพราะต้องการแปลงภาษาศิลปะที่ดูยากๆ ให้เข้าใจง่ายด้วยวิธีการใช้งานของคน ก่อนคนจะเข้าหาศิลปะหลายคนต้องมีคำถามก่อนว่าจะเอาไปทำอะไร เราเลยแนะนำให้เข้าใจวิธีการใช้ง่ายๆ ใน 3 แบบนี้ก่อน ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อครั้งแรก 1 ชิ้นจากคำแนะนำของเรา พอกลับมาซื้ออีกจะเป็น 3-4 ชิ้น จากที่เขาเลือกมาเองเพราะเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อมีงานศิลป์ในบ้าน และเริ่มเปิดใจเรียนรู้ศิลปะค้นหางานที่เหมาะกับพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม ราคาเริ่มต้นในเว็บเราก็แค่หลักร้อยด้วยซึ่งเป็นราคาที่เอื้อมถึงได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้คนก็กล้าซื้อมากขึ้น ผมยังมีบริการให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักงานศิลป์เลย เขาสามารถระบุได้ว่าอยากได้รูปมาติดที่ห้องอะไร ขนาดเท่าไหร่และต้องการบรรยากาศแบบไหนถ่ายรูปพื้นที่นั้นให้เราดูได้เลย เช่น ติดภาพห้องนอนต้องการเพิ่มความโรแมนติก ติดที่ห้องนั่งเล่นเพิ่มบรรยากาศอบอุ่น จะมีทีมงานช่วยคัดเลือกผลงานที่เหมาะสมกับจุดประสงค์และเข้ากับการตกแต่งบ้านของลูกค้าที่สุด” เจ้าของเว็บไซต์หนุ่มอธิบายจุดประสงค์การซื้องานศิลป์ให้เข้าใจง่าย
พูดถึงผลตอบรับ เจ้าตัวสารภาพว่าก่อนเปิดตัวเว็บไซต์เคยคิดว่าคงขายไม่ได้ เพราะขนาดงานศิลป์ที่วางขายให้เห็นกับตาจับต้องได้คนยังไม่ค่อยซื้อ แต่ปรากฏว่าเปิดตัวมาไม่ถึงเดือนสามารถขายงานให้ศิลปินได้เกือบ 3 แสนบาท เพราะผู้บริโภคมองว่าหาซื้อได้ง่ายและคอนเทนต์ในเว็บก็สามารถฉายภาพให้เห็นชัดเจน ว่าผลงานแต่ละชิ้นมีความหมายอย่างไรและเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ความยากอยู่ที่ต้องหาความบาลานซ์ ให้ชิ้นงานมีคุณค่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้เข้าถึงยากเกินไป ความสำเร็จนี้ต่อยอดให้เกิดช่องทางขายแบบออฟไลน์ แสดงผลงานศิลปะ ทั้งในห้องประชุม ห้องนั่งเล่น คาเฟ่ ห้องอาหาร และห้องทำงาน ที่มีการใช้งานอยู่จริง วิธีนี้จะทำให้คนซึมซับและเข้าใจพลังของงานศิลป์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์และบรรยากาศในห้องนั้นๆ ได้
"การนำผลงานที่มีไปตกแต่งให้กับร้านกาแฟ ร้านอาหาร และออฟฟิศต่างๆ เป็นเหมือนมินิแกลเลอรี และพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เห็นเป็นแรงบันดาลใจว่าจะเอางานศิลป์ไปใช้อย่างไร ผมว่าดีกว่าที่เราจะไปหาพื้นที่ใหญ่ๆ แล้วเอาผลงานมาตั้งโชว์ แบบนั้นก็ไม่ต่างจากแกลเลอรีเดิมๆ รูปแบบนี้เจ้าของสถานประกอบการสามารถเลือกผลงานที่เขากับร้านได้ ศิลปินมีพื้นที่โชว์ผลงานมากขึ้น โดยจะเปลี่ยนผลงานทุกๆ 3 เดือน ถ้ามีการติดต่อซื้อขายก็จะหักรายได้ให้แก่ทางพื้นที่ด้วย รูปแบบนี้เราแสดงผลงานที่ไหนก็ได้ไม่จำกัดว่าต้องอยู่ในแกลเลอรี และในประเทศเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีพื้นที่แสดงอยู่มากกว่า 10 แห่งแล้วครับ อนาคตจะใช้รูปแบบนี้ในต่างประเทศเช่นกันเป็นช่องทางแสดงผลงานศิลปินดาวรุ่งของไทยให้เป็นที่รู้จักไกลมากขึ้น มีพื้นที่แลกเปลี่ยนการแสดงผลงานกับประเทศอื่นๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย
ถ้ามานั่งดูงานอาร์ตสมัยใหม่ของศิลปินไทยดีๆ จะเห็นว่าเรามีการพัฒนาไปเยอะไม่ใช่มีแค่ลายไทย จิตรกรรมฝาผนัง ภาพวิถีชีวิต แต่ยังมีศิลปะแนวอื่นๆ ที่ศิลปินหลายคนทำได้ดีมากแต่ไม่มีช่องทางให้แสดงออกมากนัก ผมเชื่อมั่นว่ายังมีศิลปินไทยฝีมือดีหลงเหลือในบ้านเราพร้อมโชว์ความสามารถอีกเยอะ ถ้ามีการตั้งใจสนับสนุนและมีพื้นที่พรีเซ็นต์ผลงานที่มากพองานของศิลปินบ้านเราไปไกลระดับโลกแน่นอน" เพชรกล่าวถึงมุมมองทางศิลปะทิ้งท้าย



