
ต้องยืนบนฐานของประชาชน
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังถูกต้อนให้ต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะทำอะไรกับ พล ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ซึ่งแสดงอาการให้เห็นว่าไม่ยี่หระต่อสถานภาพของผู้นำประเทศ หลังจากมีถ้อยคำขัดแย้งกันกรณีการเดินทางไปต่างประเทศ โดย นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้บอกประชาชนว่า
พล ต.อ.พัชรวาท จะไปพักผ่อนเพื่อเปิดทางให้การสอบสวนกรณีการลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล จากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงสวนตอบมาว่าตนเองเดินทางไปราชการ จากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติ
จะเป็นความเข้าใจผิด หรือพูดจากันโดยข้อมูลไม่สมบูรณ์ ก็สายเกินไปที่จะสะสางหาความกระจ่าง เพราะคำพูดของ พล ต.อ.พัชรวาทได้ทำลายสถานภาพของนายกฯ เสียแล้ว จะเป็นเพราะความเหิมเกริมในอำนาจ เครือข่ายของกลุ่มผู้สนับสนุนพี่ชายซึ่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ก็สุดแล้วแต่ ทำให้นายกฯ จำเป็นต้องตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรกับผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งแสดงอาการเหมือนแข็งข้อเช่นนั้น
ประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองโดยรวม ซึ่งกำลังเร่งให้นายกฯ อภิสิทธิ์ เร่งแสดงออกถึงความเป็นผู้นำประเทศ สมควรได้รับความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากประชาชน เพราะวิกฤติบ้านเมืองยังคงอยู่ ต้องอาศัยความเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว และความตั้งใจจริงเพื่อจัดการ ก่อนที่สถานการณ์โดยรวมจะเลวร้ายมากกว่านี้ และสร้างความรู้สึกว่าบ้านเมืองอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ขาดผู้นำไร้ความสามารถ
ปัญหาที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ เผชิญไม่เพียงแต่การแข็งข้อของข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรของรัฐบางแห่งเท่านั้น แม้แต่คนในพรรคเดียวกัน ในคณะรัฐมนตรียังแสดงอาการข่ม วางท่าเขื่องเหมือนนายกฯ เป็นเบี้ยล่าง หรือลูกไล่ เพราะต้องพึ่งการสนับสนุนจากพวกของตัวเองและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคให้อยู่รอด
มาบัดนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องเลือกว่าจะทำงานเพื่อบ้านเมือง หรือยอมเป็นเบี้ยล่าง หรือเครื่องมือให้นักการเมืองอื่นๆ แสวงหาผลประโยชน์ ด้วยการพิสูจน์ความตั้งใจของตัวเอง ปรับทิศทาง ยุทธศาสตร์ ทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่หวั่นว่าจะกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ ความมั่นคงของอนาคตของชาติ และสถาบันหลัก เพราะมีพฤติกรรมให้เห็นอยู่แล้วว่าองค์กรต่างๆ เช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายทหารใหญ่คุมกำลังบางนาย ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าห่วงชาติ บ้านเมืองและสถาบันกษัตริย์ แต่อย่างใด ปล่อยให้ถูกบ่อนทำลายมาโดยตลอด เสมือนรู้เห็นเป็นใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้ นายกฯ ต้องหวังฐานของประชาชน เพื่อทำงานใหญ่ ฟื้นฟูความถูกต้องของหลักการคุณธรรม และความถูกต้องในบ้านเมือง ด้วยการปรับคณะรัฐมนตรี โยกย้ายข้าราชการ ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทำตัวเป็นอุปสรรคต่อการบริหาร ทั้งองค์กรตำรวจ และกองทัพ โดยไม่ต้องหวั่นว่าจะขาดการสนับสนุนจากพรรคการเมืองหรือกลุ่มใด ทั้งนี้นายกฯ ต้องฟ้องประชาชนว่าเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ในสภาพวิกฤติ จำเป็นต้องตั้งบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริตให้ทำหน้าที่ โดยไม่พึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา แต่ขอเวลาระยะหนึ่งเพื่อจัดการปัญหาก่อนจะประกาศยุบสภาเพื่อให้ประชาชนเลือกใหม่ว่าควรจะเลือกใครมาเป็นตัวแทนและผู้นำประเทศ และจะเป็นการพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นธาตุแท้ของนักการเมืองว่าเห็นแก่บ้านเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์



