ข่าว

'รับ'ก่อนแก้ไขทีหลัง

'รับ'ก่อนแก้ไขทีหลัง

18 พ.ค. 2559

'รับ'ก่อนแก้ไขทีหลัง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

             “วันนี้แก้อะไรไม่ได้แล้ว คงต้องเดินหน้ากันต่อไป เพื่อทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ถ้ามันบกพร่องอะไรวันข้างหน้าก็คงไปแก้ไขกันเอง” เป็นคำพูดของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

             แปลความง่ายๆ ก็คือ “อาจารย์มีชัย” ขอให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ไขในภายหลังก็ได้

             แต่ในความเป็นจริง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะนำไปทำประชามติแก้ไขได้ยากมาก

             เพราะว่า มาตรา 256 ได้บัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้อย่างยุ่งยากและซับซ้อน ดังนี้

             - ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมาจาก 1.คณะรัฐมนตรี 2.ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 3.ส.ส. และ ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของทั้งสองสภา และ 4.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน

             กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำอย่างไร

             - ต้องเสนอเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภาและให้รัฐสภาพิจารณาเป็น 3 วาระ

             วาระ 1 รับหลักการ ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนเปิดเผย ใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา และในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

             วาระ 2 พิจารณาเรียงตามมาตราและใช้เสียงข้างมาก แต่ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชนที่เข้าชื่อกัน ได้แสดงความคิดเห็นด้วย

             วาระ 3 การลงมติให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

             พ่วง “เงื่อนไขพิเศษ”

             การลงมติในวาระ 3 ต้องมี ส.ส.จากพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และ ส.ว.ต้องเห็นด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

             - ต้องทำประชามติด้วย

             - หากเป็นการแก้ไข หมวด 1 (บททั่วไป), หมวด 2 (พระมหากษัตริย์), หมวด 15 (การแก้ไขรัฐธรรมนูญ) หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาล หรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่หรืออำนาจได้ต้องทำประชามติ

             - ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบก่อนนำร่างแก้ไขขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

             - ส.ส. หรือ ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภา ไม่น้อยว่า 1 ใน 10 สามารถเข้าชื่อกัน เพื่อให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” พิจารณาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือรูปแบบรัฐ หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบว่าเนื้อหาที่กำลังแก้นั้นเข้าข่ายที่ต้องทำประชามติหรือไม่

             ดังนั้น การที่ให้ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ ไปก่อน แล้วไปพึ่ง “น้ำบ่อหน้า” แก้ไขทีหลัง จึงไม่ต่างอะไรกับการบอกให้ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ นั่นเอง