ข่าว

เปิดเกม‘ธรรมกาย’สู้‘คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น’

เปิดเกม‘ธรรมกาย’สู้‘คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น’

18 พ.ค. 2559

เปิดเกม‘ธรรมกาย’สู้ ‘คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น’ : สำนักข่าวเนชั่น

             “อุณหภูมิเดือดขึ้นเรื่อยๆ” ในคดีที่ดีเอสไอกล่าวหาว่า พระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สมคบฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย  ศรีศุภอักษร  อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด  ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ และฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น หลังจากดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้ “พระธัมมชโย” เข้ารับทราบข้อกล่าวหามาแล้ว 3  ครั้ง

             “ครั้งแรก” ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา แต่มีการขอเลื่อนออกไปก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก “ครั้งที่ 2” ให้รับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา แต่มีการทำหนังสือขอเลื่อน อ้าง “พระธัมมชโย” ติดศาสนกิจ แต่ดีเอสไอพิจารณาแล้วไม่มีเหตุอันควร อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดนัด ทนายความได้แจ้งอาการอาพาธทำให้ไม่สามารถเข้ารับทราบข้อกล่าวหาได้ แต่พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ ดังนั้นจึงเสนอศาลออกหมายจับ แต่ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกอีกครั้ง ดีเอสไอจึงออกหมายเรียกเป็น “ครั้งที่ 3” กำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

             แต่ทางวัดพระธรรมกายส่งหนังสือขอเปลี่ยนสถานที่ขอรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวัดพระธรรมกาย โดยอ้างถึงอาการอาพาธของพระธัมมชโย ไม่สามารถเดินทางออกนอกวัด มีการนำแพทย์ 2 นาย และเอกสารหลักฐานการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโยมายื่นให้ดีเอสไอพิจารณาเพิ่มเติม

             ทั้งนี้ ภายหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนร่วมกับพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานและเหตุผลของ “พระธัมมชโย” แล้ว ได้มีมติเอกฉันท์ให้นำหลักฐานทั้งหมดทั้งจากฝ่ายพนักงานสอบสวนและพระธัมมชโยไปขออำนาจศาลอาญา ขอให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ศาลออกหมายจับให้ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดีเอสไอจะนำ “พระธัมมชโย” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

             นั่น...เป็น “เทคนิค” ในทางคดีที่ทาง “ธรรมกาย” งัดขึ้นมาสู้  ซึ่งทำให้ “ดีเอสไอ” เดินหน้าคดีไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้ “พระธัมมชโย” ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในทันทีี และหากคดีนี้ต้องเนิ่นนานออกไปเท่าใด ก็มีโอกาสทีี่จะเกิดพลิกผันในทางคดีี ยามเมื่อ “ฟ้าเปลี่ยนสี”

             ส่วนอีกวิธีหนึ่งในทางคดี ก็คือ การไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน อย่างที่เกิดขึ้นแล้ว คือ การที่ “พระธัมมชโย”  มอบอำนาจให้ทนายความ เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้ดำเนินคดีแก่ “ผู้ที่ลงลายมือชื่อ” ในสำเนาเช็คฉบับที่สั่งจ่ายให้แก่ “พระธัมมชโย” จำนวนเงิน 100 ล้านบาท  โดย “พระธัมมชโย” อ้างว่า ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับเงินหรือรับเช็คฉบับดังกล่าว รวมทั้งปฏิเสธลายเซ็นที่ปรากฏด้านหลังเช็คว่าไม่ใช่ลายเซ็นของ “พระธัมมชโย” และไม่มีการนำเช็คไปเข้าบัญชี 

             นั่นเท่ากับว่า เป็นการกล่าวอ้างว่ามีการนำเช็คฉบับดังกล่าวไปใช้ในนามของพระธัมมชโย เป็นเหตุให้ “พระธัมมชโย” ได้รับความเสียหาย  และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบหาเส้นทางเงินว่า เงินไปเข้าบัญชีใคร ซึ่งเป็นการหาตัวคนที่รับเงิน 100 ล้านบาทไป และให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ปลอมลายมือชื่อของ “พระธัมมชโย” 

             ซึ่งวิธีการนี้ มี “ความแหลมคม” ในการเปลี่ยนรูปคดี จากที่ก่อนหน้านี้ที่ดีเอสไอฟันธงไปแล้วว่า “พระธัมมชโย” เป็นผู้รับเช็ค โดยทำให้เกิดความสงสัยขึ้นว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้รับเงินไปจากสหกรณ์เครดิตยูเนีี่ยนคลองจั่น และหากคดีที่กล่าวหาว่า พระธัมมชโยสมคบฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถึงชั้นศาล แล้วดีเอสไอไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ว่า “พระธัมมชโย” เป็นผู้รับเงินตามเช็ค ศาลก็อาจยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย   

             แต่ไม่ใช่เพียงในทางคดีที่ “ธรรมกาย” จะต้องสู้คดีอย่างเต็มที่เท่านั้น การใช้ยุทธศาสตร์เปลี่ยนจาก “รับ” เป็น “รุก” ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน 

             เห็นได้จาก “เครือข่ายธรรมกาย” เปิดเกมกดดัน “ดีเอสไอ” ด้วยการ “ฟ้องกลับ” ข้อหาดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการดำเนินคดี “พระธัมมชโย”

             เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มี “กลุ่มชาวพุทธ” รวมพลได้ประมาณ 500 คน เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเรื่องกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการที่ดีเอสไอออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีพระธัมมชโย ในฐานะผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กรณีมีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

             ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ก็มี “เครือข่ายธรรมกาย” ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ได้ไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.จังหวัด ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ดำเนินคดีดีเอสไอฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากการที่ดีเอสไอดำเนินคดี “พระธัมมชโย” ในข้อหาฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 

             นอกจากนั้นยังมีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ “ศูนย์ดำรงธรรม” และ “สำนักงานพระพุทธศาสนา" ประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มลูกศิษย์ใน จ.ปทุมธานี สระบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และยะลา เป็น 5 จังหวัดนำร่องในการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

             ในหนังสือขอความเป็นธรรมอ้างว่า เพื่อช่วยปกป้องให้ความเป็นธรรมแก่ “พระธัมมชโย” โดยไม่ให้ดีเอสไอดำเนินคดี “พระธัมมชโย” เนื่องจากการที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำสำนวนแยกขึ้นมาเป็น “คดีพิเศษ” เป็นอีกคดีหนึ่งเพื่อดำเนินคดี “พระธัมมชโย” ในข้อหาฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้น  เป็นการซ้ำซ้อนกันกับคดีเก่าที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง “พระธัมมชโย” ไปแล้ว ขัดต่อหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”  

             นอกจากนี้ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมยังอ้างเหตุผลอื่นๆ อีก เช่น การรับบริจาคของ “พระธัมมชโย” ทำโดยเปิดเผย เพื่อนำ “ปัจจัย” ที่ได้รับบริจาคไปใช้ในกิจการทางศาสนา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้รับบริจาคและผู้บริจาค อีกทั้งบุคคลทั่วไป รวมทั้งผู้บริจาค สามารถตรวจสอบได้ จึงไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงินหรือรับของโจร รวมทั้งได้ใช้เงินคืนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปหมดแล้ว

             ส่วนใน ต่างประเทศ กลุ่มชาวพุทธและคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เช่น  ในกรุงสตอกโฮล์ม, โกเธนเบิร์ก, อุปซอลา และแยฟเลอ ได้ไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่พระธัมมชโย ที่สถานเอกอัครราชทูตในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศสวีเดน

             ขณะที่ตัวแทน “กลุ่มชาวพุทธ ยูเอสเอ ปกป้องพระพุทธศาสนา” สาขา นอร์ทเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ไปยื่นหนังสือที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ขอความเป็นธรรมให้แก่ “พระธัมมชโย”

             รวมถึงยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในหลายๆ ประเทศ ในการไปยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ “พระธัมมชโย”

             นี่ยังไม่นับรวม “โซเชียลมีเดีย” ที่มีคนเขียนข้อความจำนวนมาก เปิดฉากถล่มดีเอสไอที่ดำเนินคดี “พระธัมมชโย” ในข้อหาสมคบฟอกเงินและรับของโจรจากสหกรณ์เครดิตยูเนีี่ยนคลองจั่น  

             แต่สำหรับ “พนักงานสอบสวนดีเอสไอ” แหล่งข่าวระบุว่า  ไม่ได้หวั่นไหวกับเกมที่ “ธรรมกาย” งัดขึ้นมาสู้  ที่ผ่านมา “ทีมงานดีเอสไอ” ไม่เคยวิเคราะห์ด้วยซ้ำว่า “ธรรมกาย” จะเปิดเกมตอบโต้ “ดีเอสไอ” อย่างไรบ้าง โดยมุ่งไปในเรื่องเนื้อหาและพยานหลักฐานในสำนวนคดี ที่จะดำเนินคดีกับ “พระธัมมชโย”  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด  จะไม่ “วอกแวก” ไปกับเรื่องอื่น

             อย่างไรก็ตาม คดีกล่าวหา "พระธัมมชโย ฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” ถึงอย่างไรก็เป็น “งานหนัก” สำหรับดีเอสไอแน่ เพราะ “ธรรมกาย” มีเครือข่ายและลูกศิษย์อยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แทรกซึมไปแทบทุกวงการ หากงานนี้ดีเอสไอ “ไม่เจ๋ง” จริง "ธัมมชโย" ก็คงอยู่รอดปลอดภัย อีกตามเคย!