ข่าว

‘สื่อสมัยนี้ เสรีภาพสมัยไหน?

‘สื่อสมัยนี้ เสรีภาพสมัยไหน?

18 พ.ค. 2559

‘สื่อสมัยนี้ เสรีภาพสมัยไหน? : จักรวาล ส่าเหล่ทูรายงาน

             “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” คือคำขวัญของวันเสรีภาพสื่อโลก ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อถือเป็นเรื่องที่หยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งในช่วงรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเป็นที่มาของหัวข้อเสวนา “สื่อสมัยนี้ เสรีภาพสมัยไหน?” เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และสมาคมเสรีภาพสื่อมวลชนโลก

             0 เสรีภาพต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ อย่ามองสื่อเป็นคู่ขัดแย้งใคร

             “ยุวดี ธัญญศิริ” หรือ “เจ๊ยุ” นักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล กล่าวถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อ จะมีมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา ซึ่งเราต้องมีความรับผิดชอบด้วย ทั้งนี้การทำหน้าที่สื่อมีหลักง่ายๆ ว่าทำอย่างไรให้คนอ่านได้รับข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา และการเป็นนักข่าวในสนาม เราเองไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งของใคร เรายืนอยู่ตรงกลางเราก็คงไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน เพราะว่านักข่าวที่ดีก็ต้องยืนอยู่บนผลประโยชน์ส่วนรวม โดยส่วนตัวแม้จะพบเรื่องอะไรมามากมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเข้มข้นของการทำหน้าที่สื่อน้อยลง เราต้องแสวงหาความจริงให้ประชาชน

             “ขออย่ามองว่าสื่อเป็นคู่ขัดแย้ง หรือเป็นคู่กัดกับรัฐบาล และอย่ามองว่าการตรวจสอบของสื่อเป็นการกลั่นแกล้ง ถ้าเผื่อต่างฝ่ายต่างรู้หน้าที่ซึ่งกันและกัน สังคมก็จะอยู่อย่างสงบสุขร่มเย็น” เจ๊ยุ กล่าว

             0 ไม่มี‘กสทช.’ คือเสรีภาพของสื่อ

             “ปัจจัยในการชี้วัดเสรีภาพสื่อ ก็คือการที่ไม่มี กสทช. ที่พูดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีองค์กรนี้แล้วสื่อทำอะไรได้ตามใจชอบได้ โดยในหลายๆประเทศที่เป็นนิติรัฐ เขาก็ใช้กฎหมายปกติดูแลสื่อ ซึ่งสามารถฟ้องร้องสื่อในกรณีที่บิดเบือน หรือหมิ่นประมาทได้” พรรณิการ์ วานิช ผู้ดำเนินรายการข่าวจากช่องวอยซ์ทีวี เปิดประเด็นถึงตัวชี้วัดเสรีภาพสื่อ พร้อมระบุอีกว่า การที่มี กสทช.เพื่อกำกับ ซึ่งจุดประสงค์อาจจะบอกเพื่อประชาชน แต่ตอนนี้ กสทช.กลายเป็นเครื่องมือควบคุมสื่อให้รัฐบาล และต่อให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยังขอยืนยันคำพูดเดิม

             พิธีกรสาวกล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า “เสรีภาพคู่กับความรับผิดชอบ” แต่การจะเกิดความรับผิดชอบได้ คุณต้องให้เสรีภาพก่อน ไม่มีทางที่จะเกิดความรับผิดชอบได้โดยที่ยังไม่ได้เสรีภาพ สำหรับคำขวัญของวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก คือ “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” ตนมีปัญหากับคำขวัญนี้ เพราะทางวอยซ์ทีวีเองไม่มองว่าสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้อง คนอื่นจะเห็นด้วยหรือไม่ หากเราเสนอในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แต่คนอื่นไม่เห็นด้วย ตกลงแล้วความถูกต้องของใครคือสิ่งที่ถูกต้อง

             “สิ่งที่ย่ำแย่ที่เกิดขึ้นคือ การเซ็นเซอร์ตัวเอง ที่ไม่ได้เกิดจากการคุมของทหาร หรือ กสทช. แต่เกิดจากสื่อไม่กล้าที่จะพูด เพราะกลัวถูกปรับทัศนคติ หรือถูกปิดช่อง เพราะมีความคลุมเครือ เพราะไม่รู้ว่าการบังคับใช้จะมีความเข้มงวดเท่ากันหรือไม่ นำมาสู่การเซ็นเซอร์ตัวเอง ทั้งนี้ยอมรับว่าเราก็เซ็นเซอร์ตัวเอง เราจะไม่นำเสนออะไรที่ล้ำหน้าไปกว่าคนอื่น เพราะไม่แน่ใจว่าจะโดนอะไรหรือไม่” พรรณิการ์ระบุ

             0 คำถามของนักข่าวต่างชาติไม่ค่อยได้รับคำตอบ กับความไม่ชัดเจนถึงสิ่งที่นำเสนอได้

             สตีเวน เฮอร์มาน จากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการเข้ามาทำงานของนักข่าวชาวต่างชาติมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องธุรกิจระหว่างประเทศด้วย เมื่อเราดูโครงสร้างต่างๆ กับสถานการณ์ปัจจุบันขณะนี้ ถ้าเหตุการณ์เลวร้ายลง นักธุรกิจชาวต่างชาติก็อาจจะไปลงทุนที่ประเทศอื่น ซึ่งขณะนี้กลายเป็นว่านักข่าวชาวต่างชาติสามารถทำงานที่เมืองย่างกุ้งได้สะดวกกว่ากรุงเทพฯ เรื่องนี้ประเทศไทยก็ต้องขบคิดด้วย อย่างเรื่องการต่อวีซ่าของนักข่าวปัจจุบันยังไม่ได้ความชัดเจน รวมถึงเรื่องที่เราสามารถเสนอได้ ซึ่งเรายังโชคดีที่ยังไม่มีนักข่าวถูกเรียกไปปรับทัศนคติ

             เฮอร์มาน กล่าวต่อว่า ขณะนี้เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ปกติดี และก็ไม่มั่นใจว่าจะบอกอะไรกับฝ่าย คสช.ได้ ที่ผ่านมาเคยพูดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ตอบสนอง เนื่องจากเขาไม่มีอำนาจอะไรมากพอที่จะตอบเรา ซึ่งจะต้องรอกระทรวงการต่างประเทศ หรือนายกฯ เป็นคนพูด และเป็นที่น่าเศร้าเมื่อเขาไม่ค่อยตอบคำถามเรา เราจึงต้องพึ่งฝ่ายที่ต่อต้านรัฐถาม ทั้งที่ความจริงเราก็มีคำถามที่แตกต่างจากพวกเขาเพื่อให้ผู้อ่านชาวต่างชาติสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ ในสิ่งที่ คสช.ต่อว่าสิ่งที่เรานำเสนอไป คสช.เองก็น่าจะเข้ามามีส่วนร่วมพูดคุยกับสื่อต่างชาติโดยตรงบ้าง

             
             0 ความถูกต้องคือเกราะป้องกันเสรีภาพสื่อ

             “การจะบอกว่าสื่อสมัยนี้ เสรีภาพสมัยไหน ต้องดูจากข้อเท็จจริงที่ผ่านมา ยุคที่สื่อโดนคุมหนัก คือ ยุคที่ใช้ ปว.17 และ ปร.42 ในการคุมสื่อเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว ซึ่งมีอำนาจยึดแท่นพิมพ์ได้ ในยุคนั้นยึดแท่นพิมพ์ได้ก็คุมสื่อได้ นอกจากนั้นผู้นำก็จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตามมาตรา 17 มาตรา 21 ยุคนี้กลไกในการควบคุมสื่อ คือประกาศของ คสช. ซึ่งมีอยู่ 4 ฉบับ และผู้นำมีอำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44” สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ บก.ข่าวการเมืองสำนักข่าวเนชั่น และนักวิเคราะห์รายการ “ห้องข่าวฉุกเฉิน” ทางช่องเนชั่นทีวีกล่าว

             “ทุกรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากเผด็จการ หรือเลือกตั้ง ล้วนพยายามจะคุมสื่อ รัฐบาลนี้ก็เช่นกันแต่โลกของการสื่อสารไปไกลเกินกว่าที่จะคุมได้ เราเคยบอกว่า เสรีสื่อคือเสรีประชาชนในวันนี้แทบจะแยกไม่ออกระหว่างเสรีสื่อกับเสรีประชาชนเพราะตอนนี้ประชาชนไม่ใช่คนที่รอรับข่าวสารอย่างเดียว แต่สามารถสื่อสาร สะท้อนความเห็นของเขาออกมาได้ ดังนั้นกลไกที่คุมตอนนี้ไม่ได้มีเฉพาะกับสื่อ แต่ลามไปถึงการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”

             “ส่วนตัวเห็นด้วยกับคำขวัญที่ว่า “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” ตราบใดที่เราทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ ก็จะเป็นเกราะป้องกัน” สมฤทัย กล่าว

             ทางด้าน สุปัน รักเชื้อ อุปนายกฝ่าสิทธิเสรีภาพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยกล่าวว่า ถ้าจะพูดเรื่องเสรีภาพสื่อ ต้องบอกว่ารัฐบาลทุกสมัยไม่ได้ให้เสรีภาพกับสื่ออย่างเต็มที่ ซึ่งการถูกปิดกั้นเสรีภาพของสื่อขณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากอำนาจรัฐที่ไม่เข้าใจบทบาทสื่อเท่านั้น หากยังมีการปิดกั้นโดยกลุ่มทุน และถูกปิดกั้นโดยประชาชนซึ่งมาจากความรู้สึกและอารมณ์ในการเสพข่าวของคนในสังคม

             ทั้งหมดคือความเห็นต่อเสรีภาพของสื่อในยุคปัจจุบัน สิ่งที่น่ากังวลจากเวทีนี้คือ เมื่อคำขวัญซึ่งน่าจะเป็นหลักการของการทำวิชาชีพสื่อที่ว่า “ถูกต้อง รอบด้าน หลักประกันเสรีภาพ” ถูกตั้งคำถามว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?