
แจ้งข้อหาพยายามฆ่า-ปล้นทรัพย์อาสาตร.เก๊ขึงเชือก
ตร.ดำเนินคดี 2 ฝ่าย อาสา ตร.เก๊ขึงเชือกดัก จยย.รีดเงินผ่านด่าน แจ้ง 2 ข้อหาหนักกลุ่มแอบอ้าง พยายามฆ่า-ร่วมกันปล้นทรัพย์ ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นอาสาตำรวจบ้านตั้งด่านเถื่อนรีดไถเงิน โดยขึงเชือกดักรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ คือ นายวุฒิกร เสฏฐัตต์ อายุ 29 ปี พนักงานธุรการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บที่คอเป็นรอยเชือก กระดูกข้อมือแตก ศีรษะแตก ขาถลอก และถูกเรียกเก็บเงิน 200 บาท เป็นค่าผ่านด่านตรวจ ซึ่งได้จ่ายเงินไป จากนั้นนำเพื่อนย้อนกลับมาและจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไว้ได้ 1 คน คือ นายสิทธิพงศ์ ธรรมภูษา อายุ 20 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ สน.วัดพระยาไกร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เข้าตรวจสำนวนการสอบสวนคดีอ้างเป็นอาสาตำรวจ ตั้งจุดห่างจากด่านตรวจ 500 เมตร เรียกเงิน 200 บาท เป็นค่าผ่านด่านตรวจ โดยได้ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิต รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร. พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและสั่งการให้ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ฝ่าย
พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า ได้ตรวจสำนวนการสอบสวนพบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งวันนี้ (17 พ.ค.) ไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ควบคู่กันไป คาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการสอบถาม พ.ต.ท.นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร.ทราบว่ามีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจบ้านจริง โดยนายสิทธิพงศ์เพิ่งพ้นโทษได้ 2-3 วัน ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ยืนยันว่าอาสาสมัครตำรวจบ้านที่ผ่านการคัดกรองจะไม่มีพฤติการณ์แบบนี้ จะสังเกตได้ว่า การตั้งด่านตรวจจะต้องมีตำรวจอยู่ประจำบริเวณด่านตรวจด้วย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คดีนี้แยกเป็น 2 สำนวน สำนวนแรกเป็นของกลุ่มที่แอบอ้างเป็นอาสาตำรวจ ซึ่งมีจำนวน 3-4 คน ทราบตัวแล้ว 1 คน ผู้ก่อเหตุที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าไม่น่าจะอยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว โดยจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่าและข้อหาปล้นทรัพย์ เพิ่มเติม จากเดิมที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ หาวิธีการอาศัยจังหวะมาก่อเหตุ โดยก่อเหตุห่างจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านจริงเพียง 500 เมตร และอยู่บริเวณช่วงทางโค้ง ถือเป็นเคสแรกที่มีการแอบอ้างเป็นอาสาตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งยังไม่เคยมีปรากฏการแอบอ้างแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ในคืนเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเชือกกั้นในลักษณะเดียวกันเพิ่มอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายฉัตรชัย ตรีทิพย์สกุล อายุ 23 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอ
ส่วนอีกสำนวนเป็นฝั่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายนายสิทธิพงศ์จนบาดเจ็บ ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เจริญกรุง หลักฐานพบว่าผู้ก่อเหตุมีประมาณ 10 คน ส่วนใครจะเข้าไปช่วยรุมทำร้ายอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาไปแล้ว 2 คน คือ นายณัฐพล ประไพ อายุ 20 ปี และนายตั้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์ เนื่องจากนายสิทธิพงศ์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
“ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกคนที่มีพยานหลักฐานไปถึง ซึ่งตระหนักในเรื่องเหล่านี้ ไม่ปล่อยให้อาสาสมัครทำอะไรโดยพลการ คนที่จะเป็นอาสาสมัครได้จะต้องมีการคัดกรองอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ได้สั่งเน้นย้ำให้ทั้ง 88 สน.ต้องตรวจตรา ใส่ใจ คอยกำชับไม่ให้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา รัชดาฯ อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย ในข้อหาพยายามฆ่าและร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งทราบว่าหลบหนีไปกบดานที่ต่างจังหวัด



