
คุมบุญหนาทำแผนอุ้มฆ่านายทุนเงินกู้
ตร.คุมเข้ม บุญหนา ทำแผนร่วมดาบโมทย์อุ้มฆ่าเผานั่งยางสาวใหญ่นายทุนเงินกู้ ด้านตำรวจเตรียมรื้อคดีอุ้มเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือตลาด อ.ศรีธาตุ
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านผือ และตำรวจอาสากว่า 50 นาย ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้ควบคุมตัวนายบุญหนา ทองงาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 บ้านคูดง หมู่ 2 ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกับอดีต ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี หรือ โมทย์ อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ ที่ขณะนี้ถูกคุมขังในเรือนจำคลองไผ่ ในข้อหาฆ่าหัวหน้าคลังอบต.จำปาโมง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีฆ่านางบังอร ทองอ่อน อายุ 49 ปี เศรษฐินีปล่อยเงินกู้นอกระบบเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557 หลังญาติๆ ของนางบังอรร้องสื่อจนนำมาซึ่งพบจุดเผานั่งยาง 23 จุดบริเวณป่าภูเขาขาด บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
การทำแผนเริ่มจากที่ป่าสงวนแห่งชาติกุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ้านคำบอนเวียงชัย หมู่ 3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกบริเวณปากทางเข้าไปยังสุสานเผานั่งยาง ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ที่นายบุญหนาและนายปราโมทย์ นำศพนางบังอรมาเผานั่งยาง โดยขับรถกระบะโตโยต้า 4 ประตูสีดำ เข้าไปถึงจุดที่เผา จากนั้นนายปราโมทย์นำศพนางบังอรลงจากประตูด้านหลัง ใช้มีดตัดกระเป๋าคาดเอวที่มีเงินสด แล้วนำไปนั่งในยางรถยนต์ 2 เส้น จากนั้นใช้น้ำมันที่เตรียมไว้ในแกลลอนราด ก่อนจุดไฟเผานายปราโมทย์ได้ไหว้ขอขมาศพนางบังอร จึงจุดไฟเผาและขับรถออกไป
จากนั้นได้ทำแผนต่อในช่วงที่ 2 ที่จุดเดียวกัน นายปราโมทย์ไปรับนายบุญหนามาจากบ้านอีกครั้ง เพื่อนำยางมาเผาศพนางบังอรอีกรอบหนึ่ง เพราะเกรงว่าไฟยังไหม้ร่างนางบังอรไม่หมด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน มีฝนตกหนัก นายปราโมทย์ได้เตรียมยางมาอีก 1 เส้น พร้อมน้ำมัน นำมาเผาศพของนางบังอรอีกครั้งแล้วจึงขับรถออกไป การเผาทั้ง 2 ครั้ง นายบุญหนาอ้างว่านายปราโมทย์เป็นผู้ลงมือเผาเองทั้ง 2 ครั้ง ส่วนนายบุญหนายืนดูอยู่ท้ายรถ
ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายบุญหนามาทำแผนจุดที่อุ้มฆ่าหักคอนางบังอร ที่กระท่อมในนาของนางบังอร บ้านโนนบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ ห่างจากจุดเผานั่งยาง ลัดเลาะไปตามสวนยาง ไร่อ้อย เป็นถนนลูกรังประมาณ 15 กม. จุดนี้นายบุญหนาและนายปราโมทย์ได้ติดตามดูพฤติการณ์ของนางบังอร จนนายปราโมทย์ลงมือก่อเหตุเข้าไปอุ้มนางบังอรและหักคอจนเสียชีวิต จากนั้นทั้ง 2 คนได้อุ้มศพนางบังอรขึ้นรถกระบะไปยังจุดเผานั่งยาง จุดนี้ญาตินางบังอรและชาวบ้านมาดูการทำแผนกว่า 50 คน ทำให้ตำรวจต้องกันไม่ให้เข้าไปใกล้ พร้อมให้นายบุญหนาสวมหมวกกันน็อกไว้ด้วย
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปยังจุดที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนนัดหมายพบกันบนรถกระบะ ที่สะพานบ้านคู ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จุดที่นายปราโมทย์แบ่งเงินที่ได้จากการฆ่านางบังอร 14,000 บาทให้นายบุญหนา ส่วนจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ทั้งสองคนนำรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ของนางบังอร ไปทิ้งในหนองหัวคู หลังโรงเรียนบ้านหนองหัวคู ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ เป็นจุดที่ญาตินายบุญหนามาร่วมดูการทำแผน พร้อมร้องไห้ เข้าไปกอดนายบุญหนา บอกว่าไม่เชื่อว่าจะเป็นผู้ร่วมฆ่าเผานั่งยางนางบังอร เมื่อแล้วเสร็จตำรวจได้กันตัวนายบุญหนาขึ้นรถตู้ควบคุมตัวไปที่ สภ.บ้านผือ
นางถาวร ศรีเมือง น้องสาวนางบังอร กล่าวว่า ไปดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดที่ชัดเจน ที่ผ่านมาเชื่อว่าต้องมีคนที่พี่สาวรู้จักสนิทสนม มีส่วนรู้เห็นหลอกพี่สาวไปฆ่า โดยวันเกิดเหตุพี่สาวรับโทรศัพท์แล้วตอบว่ารออยู่นั่นแหละเดี๋ยวกูออกไป แต่ผู้ต้องหามีเพียง 2 คน คือ นายปราโมทย์ กับนายบุญหนา ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้สนิทสนมจนโทรศัพท์เรียกออกไปพบได้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนอื่นที่สมรู้ร่วมคิดเพิ่มอีก
“พร้อมอโหสิกรรมให้ แต่ยังติดใจเรื่องโทรศัพท์หลอกพี่สาวออกไป คนที่สงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นคนกันเองในหมู่บ้านที่มาหยิบยืมเงินพี่สาวจนเป็นหนี้กันอยู่ ตั้งแต่เกิดเหตุก็ต่างคนต่างอยู่ เขาก็โกรธว่าไปกล่าวหาเขา วันที่ตำรวจทหารมาเชิญตัวไปสอบปากคำเราก็รอฟัง ตอนนี้เขาถูกปล่อยตัวกลับมาแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าพี่สาวไปกระท่อมนาเพื่อรดน้ำสวนพริกทุกเย็น กำลังติดต่อส่งข่าวญาติๆ โดยเฉพาะลูกๆ ของพี่สาว คนโตไปทำงานที่ดูไบ เหลือสัญญาอยู่ปีเศษ ลูกคนที่สองทำงานอยู่สระบุรี และคนเล็กทำงานที่ จ.เลย น่าจะรอให้ลูกชายคนโตกลับมาก่อน เตรียมทำบุญแจกข้าวไปหานางบังอร ตามที่ตั้งใจ” นางถาวร กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้าย และสถานที่เกิดเหตุ เชื่อว่ามีความเกี่ยวเนื่องเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน แต่ยังไม่มีพยานและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันเชื่อมโยงกัน นายบุญหนา ผู้ต้องหาที่รับสารภาพ ก็เกิดจากการสำนึกผิด หลังจากที่ฝันเห็นนางบังอร ผู้ตายมาหา ก็รับเพียงว่ามากับ ด.ต.ปราโมทย์ ครั้งเดียว โดยเดินทางมา 2 ครั้ง คือ มาเผาตอนหัวค่ำ และเอายางมาเพิ่มตอนดึก
“เราจะสืบสวนเพิ่มเติมเพราะคาดว่ามีนกต่อที่เป็นคนรู้จักสนิทสนม แต่เพราะคนร้ายรู้พฤติกรรมผู้ตายจะต้องไปรดน้ำผักที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยวปลอดคน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้นกต่อ สำหรับผู้ต้องหาระบุฆ่าด้วยการหักคอนั้น ยังไม่เคยเห็นสำนวนคดีในไทย เห็นแต่ในหนัง ซึ่งตำรวจมีหลักฐานมากพอ ไม่ต้องใช้คำรับสารภาพผู้ต้องหา เปิดเผยไม่ได้จะมีช่องให้เขาสู้คดี และยังไม่ถึงเวลาต้องไปแจ้งข้อหา หรือสอบสวน ด.ต.ปราโมทย์ ให้เราพร้อมสมบูรณ์ค่อยไป เพราะติดคุกอยู่คดีสิ้นสุดแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แล้วเขาไม่ยื่นฎีกา” พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีญาติผู้สูญหายมาแสดงตัว 41 รายแล้ว ต้องตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับกระดูกที่เก็บจากสุสานเผานั่งยาง ที่ตรวจดีเอ็นเอได้มีเพียงจุดเดียว และน่าจะได้เท่านั้น โดยส่งตัวอย่างญาติไปเทียบแล้ว 30 ตัวอย่างแต่ไม่พบ ยังต้องรอเก็บตัวอย่างไปเปรียบเทียบอีก ซึ่งยังมีอีกหลายคนยังไม่มา ขณะคดีที่นำสำนวนมาตรวจสอบ พบว่าเป็นคดีที่น่าจะต้องรื้อฟื้น 4 คดี โดยพรุ่งนี้ประชุมความคืบหน้าคดีนางบังอร เชิญพนักงานสอบสวนคดี เจ้าของคดีอุ้มเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือในตลาด อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2551 เนื่องจากมีการสเก็ตช์ภาพคนร้าย แต่ไม่ขอออกหมายจับ และขอยุติการสอบสวน



