ข่าว

"ข้าราชการเกียร์ว่าง เหมือนทุบตีหม้อข้าวตัวเอง"

"ข้าราชการเกียร์ว่าง เหมือนทุบตีหม้อข้าวตัวเอง"

03 ส.ค. 2552

ขณะที่ “กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) เตรียมนำรายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่านั่นจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทยยืนยันกับ "คม ชัด ลึก" ว่า เรื่องรักชาติบ้านเมือง เทิดทูนสถาบันนั้น ข้าราชการต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องพูดให้ชัดก่อนใคร

ความคืบหน้าการตั้งโต๊ะให้ประชาชนมาถอนรายชื่อ

 เท่าที่ได้รับทราบมีหลายจังหวัดมีประชาชนจำนวนมากบางแห่งมานั่งรอก่อนสถานที่ราชการเปิดก็มี เพื่อถอนรายชื่อออกจากการร่วมลงนามถวายฎีกา ซึ่งประชาชนที่เดินทางมาขอถอนรายชื่อส่วนใหญ่ระบุว่าที่ร่วมลงชื่อเพราะไม่เข้าใจข้อกฎหมายว่าสิ่งที่ทำกระทบต่อความมั่นคงของชาติและเป็นการก้าวล่วงจารีตประเพณี เข้าใจเพียงแค่ช่วยอดีตนักการเมืองคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีการทำความเข้าใจในรายละเอียด

 จากการศึกษาคำร้องขอถวายฎีกามีความรู้สึกเป็นหัวข้อความ 2 จุด อาจจะไปวิจารณ์สถาบันตุลาการหรืออีกส่วนเกี่ยวข้องกับจารีตประเพณีที่เข้าใจว่าประชาชนที่ร่วมลงนามอาจเข้าใจในประเด็นของจารีตประเพณีคลาดเคลื่อน จึงตัดสินใจขอถอนรายชื่อออก

 สมัยก่อน กรมราชทัณฑ์ สังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันสังกัดกระทรวงยุติธรรมทำให้คนเข้าใจผิดทำให้กระทรวงมหาดไทยต้องคอยอธิบายข้อเท็จจริง และผู้ที่ยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษต้องเป็นผู้ต้องโทษ บุพการี คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและบุตรเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงบุคคลอื่น ดังนั้นเข้าชื่อเป็นหมื่น แสน หรือหลักล้านก็ไม่เข้าในระเบียบของการยื่นขออภัยโทษ

ทำช้าไปหรือไม่ในการตั้งโต๊ะให้ประชาชนมาถอนรายชื่อ เพราะกลุ่มเสื้อแดงล่ารายชื่อมานานแล้ว

 ไม่ช้า ถือว่าที่ผ่านมากระทรวงได้ทำมาโดยตลอด ได้พยายามถึงที่สุดแล้ว และได้รับมอบหมายจาก รมว.มหาดไทยให้ไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ ในวิทยุและสถานีโทรทัศน์ เรื่องนี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ข้าราชการก็ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน พูดแล้วต้องเสียงดัง ฟังชัด เพื่อให้ประชาชนเกิดความอบอุ่นใจ ไม่ไขว้เขว ไม่ใช่คนโน้นพูดอย่าง คนนี้พูดอย่าง คำสั่งให้ตั้งโต๊ะไม่ได้ไปบังคับให้ประชาชนมาถอนชื่อ เพียงแต่ขอให้หน่วยงานราชการไปช่วยอธิบายข้อเท็จจริงในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทางจารีตประเพณีเป็นเช่นไร

คาดหวังประชาชนจะเข้าใจและมาถอนรายชื่อมากน้อยแค่ไหน

 เชื่อว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะถ้าไม่ทำอะไรจะทำให้อีกฝั่งรณรงค์ในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามครรลองคลองธรรมฝ่ายเดียว จากกรณีพรรคการเมืองหนึ่งทำสติกเกอร์ข้อความว่า อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแบ่งแยกประชาชน ให้ขอหยุดล่ารายชื่อถวายฎีกา ขณะนี้ได้มีข้อความอีกฝั่งทำป้ายข้อความตรงกันข้ามขึ้นมาประมาณว่า “การถวายฎีกา ไปก้าวล่วงใคร” ซึ่งข้อเท็จจริงก็เห็นและรู้กันอยู่ว่าก้าวล่วงใคร และเดือดร้อนใคร

ต่อไปกระทรวงมหาดไทยมีมาตรการเชิงรุกหรือไม่ ที่ผ่านมาเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่า

 ในฐานะฝ่ายข้าราชการประจำ มองว่าขณะนี้ส่วนราชการหลายกระทรวง รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เพราะรัฐบาลบริหารงานมาได้ 6 เดือนแล้ว โดยเฉพาะกรณีการตั้งโต๊ะ รมว.มหาดไทย อยากให้ข้าราชการทุกจังหวัดช่วยกันบอกกับประชาชนให้เข้าใจที่เป็นรูปธรรมว่า การถวายฎีกาข้อเท็จจริงคืออะไร ข้าราชการต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน คือการดำรงไว้ซึ่งสถาบันที่พวกรักและหวงแหน เราในฐานะข้าราชการ คือต้องรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และดูแลรับใช้ประชาชนด้วย

แสดงว่าช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีข้าราชการบางส่วนมองว่ารัฐบาลนี้ไม่น่าจะอยู่นานอาจทำเกียร์ว่างในการทำหน้าที่

 ผมเข้าใจว่าก็มีหลายคนที่คิดแบบนั้น เท่าที่คุยกับเพื่อนๆ ต่างกระทรวง ก็มักจะหวังดีโทรศัพท์พูดคุยกันมักจะมีแนวคิดเช่นนั้น ถ้าอะไรแน่วแน่มั่นคง ทุกอย่างก็คงดำเนินไปอย่างเป็นปกติ เพราะต้องยอมรับว่าช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะวันที่ 12 เมษายน คนตกใจกันมาก หลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่าระบบรัฐจะดำเนินต่อไปอย่างไร คำว่าเกียร์ว่างก็คงมีในระบบราชการ ดังนั้น ถ้าสิ่งต่างๆ คลี่คลายไปได้อะไรข้างหน้าจะมีผลทางพัฒนาการขึ้นไปบ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นดีเลิศ แต่น่าจะเข้าไปในจุดที่คนประสานกลมเกลียวกันได้มากขึ้น ไม่ใช่คอยแต่เฝ้าดูเหตุการณ์คนไทยขัดแย้งกันเอง ทั้งภาคราชการ และภาคการเมือง

 ขณะนี้เพื่อนข้าราชการเริ่มได้คิดและเข้าใจแล้วว่าถ้าเราข้าราชการเกียร์ว่างทำเฉยๆ ก็เหมือนกับเราทุบตีหม้อข้าวตัวเองทุกวันนี้มีอะไรดีบ้าง และยิ่งมาเจอไข้หวัดใหญ่ 2009 ยิ่งเป็นปัญหา ถ้าเราช่วยกันมีแนวคิดรักชาติบ้านเมือง ธำรงมั่นซึ่งสถาบันทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับ

คนเสื้อแดงจะทำแค่การล่ารายชื่อถวายฎีกาหรือไม่

 หลังมีการยื่นรายชื่อแล้วคงต้องดูก่อนว่ามีรายชื่อขอถอนออกไปจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทาง รมว.มหาดไทยจะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบดูอีกครั้ง ซึ่งตามข่าวระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไปยื่นที่สำนักงานราชเลขาราชวัง ซึ่งก็ไม่ใช่ช่องทางที่ถูกต้องตามขั้นตอนการขออภัยโทษของนักโทษคดีอาญา ไม่แน่ใจคนรับหนังสือดังกล่าวจะทำอย่างไร แต่เรื่องนี้หากกระทรวงยุติธรรมรับมาพิจารณาคงดูว่าการดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ และต้องสอดคล้องกับระบบนิติรัฐ กับข้อกฎหมายต้องไปด้วยกัน ไม่ใช่พระราชอำนาจ ไม่ใช่พระราชวินิจฉัยจะมาขัดแย้งกับความเป็นนิติรัฐของประเทศได้อย่างไร

วัฒนา ค้ำชู - สมถวิล เทพสวัสดิ์