
พานาโซนิคจ่อปลดคน 1.5 หมื่นปิดโรงงาน 27 แห่งทั่วโลก-บริษัทลูกในไทยยังอึมครึม
05 ก.พ. 2552
พานาโซนิคเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศลดพนักงาน 1.5 หมื่นคนทั่วโลก ปิดโรงงานผลิต 27 แห่งปลายเดือนมีนาคมปี 53 หลังแบกรับขาดทุนไม่ไหว ส่วนบริษัทในเมืองไทยสถานการณ์ยังคลุมเครือ
นายอะกิระ คาโดตะ โฆษกบริษัทพานาโซนิค คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ผลิตจอโทรทัศน์พลาสมารายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศแผนลดพนักงานจำนวน 1.5 หมื่นคนทั่วโลก พร้อมสั่งปิดโรงงานผลิต 27 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานในประเทศต่างๆ 14 แห่ง และในญี่ปุ่น 13 แห่ง ภายในปลายเดือนมีนาคม 2553 เพื่อลดกำลังการผลิต และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ขณะที่งบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2552 มีผลขาดทุน 3.8 แสนล้านเยน ถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 6 ปี
อย่างไรก็ตาม พานาโซนิค ไม่ได้เป็นบริษัทรายเดียวที่ปิดโรงงานและปรับลดพนักงาน เพราะก่อนหน้านี้บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นหลายแห่งพร้อมใจกันปรับลดกำลังการผลิตและลดจำนวนพนักงาน เพื่อรับมือกับภาวะขาลงของธุรกิจ เนื่องจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ลุกลามไปทั่วโลก รวมถึง บริษัท โซนี่ คอร์ป และโตชิบา คอร์ป
ทั้งนี้ การประกาศแผนลดจำนวนพนักงานของพานาโซนิค ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในนครโอซากาและประมาณ 50% ของพนักงานที่ถูกปลด เป็นพนักงานในญี่ปุ่น จะเริ่มดำเนินการภายในปลายเดือนมีนาคม 2553 ส่วนพนักงานทั่วโลกที่บริษัทมีแผนจะปลดออกจากตำแหน่งมีสัดส่วนประมาณ 5% ของพนักงานทั่วโลกที่มีอยู่ 3 แสนคน
"บรรยากาศทางธุรกิจในขณะนี้ถือว่าเลวร้ายมาก โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะการแข็งค่าของเงินเยน คำสั่งซื้อสินค้าหด การใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกลดลง และการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดกว่าทุกปี" แถลงการณ์จากพานาโซนิคระบุ
ด้านสถานการณ์ พานาโซนิคในไทยยังไม่ให้ข้อมูลชัดเจน โดยระบุว่าอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารระดับสูง คือ นายฮิโรทากะ มุราคามิ ซีอีโอกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้
ขณะเดียวกัน ตัวแทนพานาโซนิคในไทยได้สอบถามไปยังสำนักงานภาคพื้นประเทศสิงคโปร์ ได้รับคำตอบจากทางสิงคโปร์ในประเด็นเดียวกับที่เป็นข่าว คือ มีการแถลงข่าวในประเทศญี่ปุ่นว่า พานาโซนิคจะมีการลดพนักงาน 1.5 หมื่นคนทั่วโลก ภายในปีงบประมาณมีนาคม 2553 พร้อมระบุว่าพนักงานที่ปรับลดลงส่วนใหญ่ จะเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือประมาณครึ่งหนึ่งของที่แถลงข่าว ส่วนเรื่องปิดโรงงาน 27 แห่งนั้นได้คำตอบที่ระบุได้ว่า 13 แห่งเป็นในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังไม่มีความชัดเจน รวมทั้งยังไม่ชี้ชัดสถานการณ์ในไทย



