ข่าว

ปูพรมโฆษณา

ปูพรมโฆษณา

17 พ.ค. 2559

ปูพรมโฆษณา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

           เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนกว่าๆ ก็จะถึงวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะว่านานก็นาน จะว่าใกล้ก็ใกล้ เพราะเวลาที่เหลืออยู่กับร่างรัฐธรรมนูญ 279 มาตรา หากจะทำความเข้าใจกับประชาชนนั้นไม่ถือว่าง่าย

           เพราะร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นภาษากฎหมายที่เวลาอ่านต้องทำความเข้าใจถึงสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน เจตนารมณ์ของบทบัญญัติที่ระบุเอาไว้ และสิ่งแฝงเร้นที่แอบซ่อน เหล่านี้ต้องใช้ความสามารถในการถอดรหัสทั้งสิ้น ซึ่งหากใครมีความสามารถ “อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น” ก็แนะนำให้เริ่มอ่านและพิจารณาเนื้อหาได้ด้วยตนเอง เพราะท่านจะสามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเองไม่ผ่านการตีความหรือโฆษณาชวนเชื่อโดยผู้อื่น

           ส่วนใครที่อ่านไม่เข้าใจรัฐและกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็จะจัดคนไปอธิบายให้ท่านฟังถึงบ้าน โดยใช้องคาพยพของรัฐในการปูพรมถึงทุกครัวเรือน ผ่านเจ้าภาพหลักคือกระทรวงมหาดไทย โดยพวกเขาได้วางระบบไว้ตั้งแต่ระดับบนลงล่าง จากระดับจังหวัดถึงหมู่บ้าน โดยใช้วิธี “ครูต้นแบบ” ในลักษณะ “วิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตย”

           สามขั้นที่ว่าจะประกอบด้วย “ครู ก.-ครู ข. และ ครู ค." โดย ครู ก. นั้นเป็นวิทยากรในระดับจังหวัด โดยโครงการจะเริ่มอบรม “คิกออฟ” ในวัที่ 18-19 พฤษภาคม ที่ กทม. เพื่อให้ บรรดา “ครู ก.” นำสิ่งที่ได้รับการอบรมไปเผยแพร่ให้แก่ “ครู ข.” ต่อไป

           “ครู ก.” นั้นจะมีจังหวัดละ 5 คน ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด 1 คน ผู้แทนศึกษาธิการ 1 คน ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด 1 คน ตัวแทนหัวหน้าส่วนราชการ 1 คน และที่สำคัญ ผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่อีก 1 คน

           จาก 5 คนของระดับจะเห็นได้ว่าเป็นการใช้องคาพยพของรัฐทั้งหมด เช่น รองผู้ว่าฯ ก็หมายถึงการใช้กลไกของมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสารักษาดินแดน ส่วนผู้แทนศึกษาธิการก็ชัดเจนว่าจะใช้กลไกของ “ครู” ขณะที่ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุข พวกเขาก็จะใช้ “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” หรือ อสม. และส่วนผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการก็หมายความว่าจะสามารถใช้ใครก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นเกษตรอำเภอ พัฒนากร เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่คนในพื้นที่ให้ความเกรงใจทั้งสิ้น

           และปิดท้ายด้วย “กองกำลังรักษาความสงบ” ซึ่งก็คือทหารนั่นเอง ที่จะคอยประกบไปกับการทำงานครั้งนี้ด้วย

           จากนั้น “ครู ก.” จะไปอบรม “ครู ข.” ซึ่งเป็นวิทยากรระดับอำเภอ โดยคัดเลือกมาอำเภอละ 4 คน โดยวางว่าระหว่างวันที่ 21-31 พฤษภาคม จะอบรม “ครู ข.” ให้เสร็จสิ้น

           ต่อมาก็จะให้ “ครู ข.” ไปอบรม “ครู ค.” ซึ่งเป็นระดับหมู่บ้าน เลือกมาหมู่บ้านละ 4 คน และตั้งเป้าว่าจะอบรมให้เสร็จก่อนวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งการคัดเลือกทั้ง “ครู ข.-ครู ค.” ก็จะเน้นคัดเลือกจากคนที่ชาวบ้านนับถือ คาดว่าวิทยากรรวมทั้งหมดสามระดับที่จะปูพรมลงทั้งประเทศจะมีถึง 3 แสนคน