
แถลงจับผู้ต้องหาอุ้มฆ่าเผานั่งยางอุดรฯ
16 พ.ค. 2559
รอง ผบ.ตร. แถลงจับแก๊งอุ้มฆ่าเผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้อุดรธานี
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.จตุพล ปารรักษา , พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สสซ.ภ.4 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.อำนวย จุลโนนยาง ผบ.มทบ.24 นายปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัด จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีเผานั่งยาง จุดที่ 1 ของ 23 จุด ที่สุสานเผานั่งยาง ป่าสงวนแห่งชาติกุดจับ โคกเฒ่าคำภา บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
โดยได้จับกุม นายบุญหนา หรือ หนา ทองงาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 บ้านคูดง หมู่ 2 ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ที่ จ 192/2559 ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธตั้งแต่สองคนขึ้นไป เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย” ร่วมกับ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ ในคดีร่วมกันฆ่า นางบังอร ทองอ่อน อายุ 49 ปี ชาวบ้านดงบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นายทุนเงินกู้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557 และอนุมัติหมายจับนายปราโมทย์ หรือ ดาบโมทย์ ตามหมายจับที่ จ.193/2559
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ถือเป็นความคืบหน้าครั้งแรกในการรื้อคดีการเผานั่งยางที่พบร่องรอยการเผาในสุสานกลางป่าจำนวน23จุด เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยการจับกุมนายบุญหนา ผู้ต้องหา ที่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่านางบังอร เมื่อวันที่ี 7 มิถุนายน ได้รับแจ้งว่า นางบังอร ทองอ่อน อายุ 49 ปี ชาวบ้านดงบัง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยได้หายตัวไปช่วงเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2557ได้พบรถจักรยานยนต์ของนางบังอร ถูกทิ้งอยู่ในสระน้ำบ้านหนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ต่อมาวันที่8มิถุนายน 2557เวลาประมาณ17.00น.ได้พบศพถูกเผาอยู่บริเวณป่าเชิงเขา บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
จากการตรวจสอบพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว ทราบว่าเป็นศพของนางบังอร จากการสืบสวนเชื่อว่านางบังอร ผู้ตายได้ถูกฆ่าชิงทรัพย์ แล้วนำศพไปเผาทำลายอำพรางคดี ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านผือ และ บก.สส.ภ.4 จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวน ติดตามกลุ่มคนร้าย จนได้ผู้ต้องสงสัยคือนายปราโมทย์ หรือ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อดีต ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านผือ กับพวก แต่ในขณะนั้นยังมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งนายปราโมทย์ หรือดาบโมทย์ มักมีพฤติกรรมในการก่อเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง และมักนำศพมนุษย์ไปเผาทำลายที่บริเวณป่าเชิงเขาดังกล่าวเป็นประจำ จนเป็นที่กล่าวขาน ซึ่งขณะนี้นายปราโมทย์ หรือ ดาบโมทย์ ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆ่า น.ส.วารุณี ชัยริน หน.ส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2554
ต่อมาเนื่องจากมีการตรวจพบว่า บริเวณป่าเชิงเขาดังกล่าว มีซากกระดูกมนุษย์จำนวนหลายศพถูกเผาที่บริเวณเดียวกัน จนสร้างความตื่นตระหนกและตกใจกลัวต่อประชาชนในพื้นที่ และใกล้เคียง ทางตำรวจภูธรภาค 4 จึงได้ร่วมกับ มทบ.24 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ตามคำสั่งหน.คสช.ที่ 13/2559 ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า นายบุญหนา เป็นผู้ร่วมก่อเหตุในการฆ่าชิงทรัพย์เผาอำพรางคดีศพนางบังอรในครั้งนี้ ซึ่งจุดประสงค์เป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์เท่านั้น เนื่องจากนางบังอร จะสวมใส่สร้อยทอง แหวนทอง และพบเงินติดตัวครั้งละจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้ถูฏอุ้มฆ่าเผานั่งยาง เพื่ออำพรางคดี
นายบุญหนา หรือ หนา ทองงาม ผู้ต้องกาคดีฆ่าเผานั่งยาง นางบังอร ทองอ่อน ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ร่วมกับนายปราโมทย์ หรือดาบโมทย์ ลงมือฆ่าชิงทรัพย์นางบังอร จริง เนื่องจากนายปราโมทย์ หรือดาบโมทย์ มาชวนตนไปหานางบังอร เพื่อขอยิมเงินจำนวน 10,000 บาท แต่นางบังอร ไม่ให้ยืม เนื่องจากนายปราโมทย์ หรือ ดายโมทย์ เคยมายืมเงินนางบังอร ไปแล้ว แต่ไม่ยอมใช้คืน นายโมทย์ หรือ ดาบโมทย์ จึงชวนให้ตนอุ้มฆ่านางบังอร เพื่อจะชิงทรัพย์ พร้อมขู่ว่าหากตนไม่ช่วยจะฆ่าตนให้ตาย โดยนายโมทย์ หรือ ดาบโมทย์ เป็นผู้ลงมือจับตัวนางบังอร ที่บริเวณกระท่อมนาใกล้บ้านพัก ที่นางบังอร จะขี่รถจักรยานยนต์ ออกมาในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำ จากนั้นได้ทำร้ายร่างกายนางบังอร ด้วยการหักคอ มีตนเป็นคนคอยดูต้นทางให้
“จากนั้นนายโมทย์ ได้สั่งให้ตนมาช่วยอุ้มร่างนางบังอร ขึ้นรถกระบะสีดำ ของดาบโมทย์ แล้วนำร่างไปเผานั่งยางทำลายศพที่บริเวณป่าดังกล่าว ก่อนเผานายโมทย์ ได้ค้นเอาทรัพย์สินจากศพนางบังอร จากนั้นได้กลับมาเอารถจักรยานยนต์ของนางบังอร ไปทิ้งลงสระน้ำที่บ้านหนองหัวคู แล้วจึงแยกกลับบ้าน โดยนายโมทย์ ได้แบ่งเงินให้ตนจำนวน 14,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือและทองรูปพรรณ นายโมทย์ เป็นคนเอาไป และก่อนสว่างคืนเดียวกัน นายโมทย์ ได้มารับตนที่บ้าน พร้อมได้นำยางรถยนต์และน้ำมันไปเผาศพของนางบังอร ซ้ำอีกรอบให้ไหม้จนหมด และต่างคนก็แยกย้ายกันใช้ชีวิตตามปกติ โดยที่ผ่านมาก็รู้จักกับนางบังอร เพราะบ้านใกล้กัน แต่ก็ไม่เคยมีอะไรผิดใจกัน ที่ทำไปเพราะถูกนายโมทย์ บังคับให้ทำ เพราะหากไม่ทำ จะถูกฆ่า”
พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า ติดตามคดีฆ่าเผานางบังอร ตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจ สภ.บ้านผือ ได้นำตัวนายบุญหนา มาสอบสวนไปแล้วครั้งหนึ่ง จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางตำรวจสืบสวนภาค 4 จึงร่วมกับกำลังทหาร มทบ.24 นำตัวนายบุญหนา มาทำการสอบสวนอีกครั้ง และได้ให้การรับสารภาพทุกเรื่อง โดยบอกว่านางบังอร จะมีทรัพย์สินจำนวนมากติดตัว ทั้งสร้อยทอง แหวนทอง ที่ใส่เกือบครบ 10 นิ้ว และพกเงินสดติดตัวทีละจำนวนมาก จึงวางแผยฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งนายบุญหนา ได้นำชี้จุดเกิดเหตุต่าง ๆ อย่างถูกต้อง ตั้งแต่จุดที่นำร่างนางบังอร ไปเผานั่งยาง จุดที่นำรถจักรยานยนต์ของนางบังอร ไปทิ้งในสระน้ำ จุดที่อุ้มตัวนางบังอร ขึ้นรถของนายโมทย์ ไปเผานั่งยางทำลายศพ
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวีรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีเกิดขึ้นบริเวณสุสานเผานั่งยาง พบร่องรอยการเผา23จุด หนึ่งในนั้นตรวจพบ ดีเอ็นเอ.ในกระดูก1จุด ขณะมีญาติผู้สูญหายต้องการตรวจเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอ. 41 ราย ส่งไปตรวจแล้ว28ราย ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ.กระดูก เหลืออีก 13 ตัวอย่างดีเอ็นเอ.จะเร่งให้จัดส่งไปสถาบันนิติเวช จากการร่วมกันของสืบสวนภาค4กับ ภ.จว.อุดรธานี ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา2คน คือนายบุญหนา หรือหนา ที่นำมาแถลงข่าว อีกคนคือ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ ที่จะนำไปสู่คดีอื่นๆต่อไป
พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบ.ตร.ภาค 4 หัวหน้าทีมสอบสวนคดี“สุสานเผานั่งยาง”ขอให้ยุติการถามและตอบ เพราะเนื้อหาอยู่ในสำนวนจะเสียหาย พร้อมชี้แจงรายละเอียดว่า คดีนางบังอรฯ เป็น 1 ในคดีบริเวณสุสานเผานั่งยาง มีการยืนยันศพถูกนำไปเผาจริง ผู้ต้องหารับสารภาพและซัดทอด ด.ต.ปราโมทย์ ก็จะต้องให้พนักงานสอบสวน ไปสอบปากคำในเรือนจำคลองไผ่ หวังว่าขณะนี้ก็อายุมากแล้ว อาจจะให้ความร่วมมือ นำไปสู่คดีอื่นๆบริเวณนั้น
ส่วนคดี นางกุหลาบ อินทร์ศรี ถูกอุ้มจากบ้านพัก สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ คดีปิดไปแล้วเมื่อจับกุมผู้จ้างวาน ที่เกิดจากเรื่องส่วนตัว ซักทอดตำรวจ สภ.บ้านผือ 2 นายเป็นผู้จัดหาคนลงมือ ตัวสั่งฟ้องทั้ง 3 คน แต่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ตร.2 นาย และศาลมีความเห็นยกฟ้องผู้จ้างวาน ในประเด็นยังไม่รู้ว่านางกุหลาบฯ เสียชีวิตคือยัง เพราะไม่พบศพ ถ้าจะรื้อคดีต้องมีหลักฐานใหม่ อย่างเช่น ดีเอ็นเอที่ตอนนี้ยังเทียบไม่ตรงกับญาติคนใดเลย



