ข่าว

ครูเจียมใจ รุ่งเรืองวงศ์

ครูเจียมใจ รุ่งเรืองวงศ์

16 พ.ค. 2559

โรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียนต.โสกก่าม อ.เซกา บึงกาฬ

“ผู้เป็นครูต้องมีความรักและความเมตตามุ่งมั่นและเสียสละมีจิตวิญญาณของความเป็นครูเพื่อที่จะหล่อหลอมในลูกศิษย์มีจิตสานึกที่ดีรู้รักสานึกบ้านเกิดและดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาชุมชนประเทศชาติและการใช้ทรัพยากรร่วมกันแม้ไม่มีครูเด็กก็จะสามารถสืบต่อเจตนารมณ์ของครูต่อไปได้”

ตอนที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ครูเจียมใจได้ไปค่ายอาสาพัฒนาชนบทครู เห็นสภาพเด็กที่ลำบากและขาดแคลนในโรงเรียนเล็กๆ จึงรู้สึกสงสารเด็กเหล่านั้นมาก ตั้งแต่วันนั้นจึงตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะต้องเป็นครูให้ได้ เพื่อจะกลับมาพัฒนาและช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสตรีราชินูทิศครูจึงเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยครูอุดรธานี(ป.กศ.สูง ศิลปศึกษา) จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่ คณะครุศาสตร์ สาขาบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฎอุดรธานี ได้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครูที่โรงเรียนบ้านต้องโคกกะแซสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่6 ในรายวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และศิลปะ

ตลอดระยะเวลาในการเป็นครูครูได้ค้นคว้าศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอจนจบการศึกษาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตในหลักสูตรการสอนวิทยาศาสตร์

ครูเจียมใจมักหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อต่างๆเพื่อนำมาพัฒนาตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ครูตั้งใจมาตลอดว่าอยากให้นักเรียนที่เรียนกับครูนอกจะได้รับความรู้ในรายวิชานั้นๆตามหลักสูตรแล้วครูอยากให้เด็กมีความสำนึกรักทรัพยากรรักบ้านเกิดของตัวเองนำความรู้ความสามารถที่มีกลับมาพัฒนาชุมชนและบ้านเกิดของตัวเองรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม

การเรียนการสอนของครูจึงไม่ได้เน้นแต่การอยู่ในห้องเรียนเท่านั้นครูจะพาเด็กออกไปค้นหาปัญหาจากสถานที่จริงผลิตสื่อหานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิดด้วยตัวเองตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของครูผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุดคือการที่ลูกศิษย์ที่จบไปแล้วเรียนจบและกลับมาทำงานพัฒนาบ้านเกิดของตนเองปัจจุบันมีลูกศิษย์ของครูที่กลับมาเป็นครูสอนในโรงเรียนที่หมู่บ้านยางเรียนและหมู่บ้านใกล้เคียงอยู่หลายคนและเจริญรอยตามวิถีทางที่ครูได้วางรากฐานไว้

ปัญหาโดยรวมของเด็กๆที่ครูสอนคือปัญหาหย่าร้างของพ่อแม่และความยากจนต้องไปทำงานต่างถิ่นและทิ้งลูกไว้กับปู่ย่าตายายเด็กขาดที่ปรึกษาและขาดการดูแล ทำให้บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าวสุขอนามัยไม่ดีบางคนไม่มีเงินมาโรงเรียนขาดแคลนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การเรียนบางคนก็จะติดเกมเป็นเด็กที่ไม่สังคมกับใครในกลุ่มเด็กยากจนครูและเพื่อนครูในโรงเรียนจะรวมเงินกันซื้อของใช้ที่จำเป็นให้จัดหาทุนการศึกษาจากแหล่งต่างๆในส่วนที่มีปัญหาครอบครัวครูจะดึงเด็กมาทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนเข้าไปพูดคุยกับเด็กบ่อยๆสร้างความสนิทสนม

ตั้งแต่ครูเริ่มทำการสอนครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านต้องครูนำเสนอการสอนโดยใช้แผนภูมิความคิด (mind map) มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเกิดผลชัดเจนในการพัฒนากระบวนการคิดของเด็กๆในการปลูกจิตสำนึกให้เด็กรักษาทรัพยากรและสำนึกรักบ้านเกิดศิษย์รุ่นแรกๆของครูหลายคนกลับมาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ทั้งในโรงเรียนของครูและโรงเรียนครูดูแลลูกศิษย์ของครูอย่างต่อเนื่องแม้ศิษย์จะจบการศึกษาไปแล้วครูจะมีไลน์ไว้ติดต่อกับศิษย์เก่า

ครูศศิธรรัตนพลที(ศิษย์เก่าที่โรงเรียนบ้านต้องและครูฝึกสอนที่โรงเรียนบ้านโนนสาราญ-ยางเรียน) กล่าวถึงครูเจียมใจว่า ภาพที่ครูเจียมใจเคยสอนและบรรยากาศในการเรียนสมัยประถมทำให้ครูศศิธรอยากเป็นครูเพื่อเจริญรอยตามครูเจียมใจโดยเลือกเป็นครูเอกวิทยาศาสตร์และยึดวิธีการคิดและสอนอย่างที่ครูเจียมใจเคยสอนเพราะครูอยากให้เด็กสนุกมีความสุขเหมือนที่ครูเคยได้รับสมัยที่ยังเป็นนักเรียน

“จำได้ว่าเราจะช่วยกันทำงานเป็นกลุ่มแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยอย่างสนุกสนานตอนที่จะสอบเข้าม.1ครูเจียมใจให้กำลังใจและเป็นที่ปรึกษาตลอดเวลาครูเจียมใจเป็นแรงบันดาลใจเป็นแรงผลักดันให้อยากเรียนสายวิทย์-คณิตสิ่งที่ครูสอนเป็นรากฐานสาคัญที่นำไปใช้ในวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับสูงซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแต่การท่องจำแต่มันเป็นกระบวนการคิดวิเคราะห์การสังเกตซึ่งลูกศิษย์ของครูเจียมใจจะมีคุณลักษณะพิเศษเหล่านี้ติดตัว”

สมัยก่อนโรงเรียนเป็นโรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียนโรงเรียนตชด. เนื่องจากแต่ก่อนโรงเรียนอยู่ในพื้นที่สีแดงชาวบ้านมีฐานะยากจนไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรในท้องถิ่นป่าภูวัวเป็นป่าปิดยังไม่ค่อยมีคนรู้จักเมื่อครูเจียมใจเข้ามาในชุมชนครูได้ทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องมาตลอด6ปีแรกๆครูจะสอนเด็กในห้องเรียนพาไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วให้เด็กขยายผลมาที่ผู้ปกครองและชุมชนมีการทำแผ่นพับเรื่องความรู้ให้เด็กนำมาแจกผู้ปกครองและคนในชุมชนประสานงานกับชุมชนในการทำกิจกรรมต่างๆในชุมชนผู้ปกครองกับชุมชนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงจากเด็กเช่นโครงการรณรงค์เก็บขยะปลูกหญ้าแฝกโครงการทำปุ๋ยหมักชีวภาพและยาฆ่าหญ้าชีวภาพชาวบ้านและชุมชนรักครูและโรงเรียนเห็นได้จากการที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างอาคารให้โรงเรียนโดยใช้แรงงานจากชุมชนความร่วมมือในการเก็บคัดแยกขยะซึ่งเป็นโครงการของโรงเรียนและสอดคล้องกับโครงการของชุมชนซึ่งเป็นนโยบายของจังหวัด