
นครบาลแจกสติกเกอร์'อย่าลืมเด็กในรถ'รับเปิดเทอม
นครบาลแจกสติกเกอร์'อย่าลืมเด็กในรถ'รับเปิดเทอม หวังเป็นอีกช่องทางลดความสูญเสีย สุดเศร้าเผาศพ น้องอิ๊งค์ แม่ร้องปริ่มขาดใจหลังดูหน้าศพลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจัดทำสติกเกอร์ “อย่าลืมเด็กในรถ” เพื่อเป็นการเตือนสติผู้ปกครอง รวมถึงคนขับรถรับส่งนักเรียน ให้ระมัดระวังความปลอดภัยของเด็กที่โดยสารมาในรถด้วย โดยทำออกมา 4 รูปแบบ เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์เตือนสติผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ให้เกิดเหตุน่าสลดดังเช่นกรณี ด.ญ.ปริมประภา ปัจจัยโย หรือน้องอิ๊งค์ วัย 3 ขวบ 6 เดือน ที่เสียชีวิตภายในรถตู้รับส่งนักเรียน ท้องที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้จะเริ่มแจกจ่ายสติกเกอร์ให้แก่รถตู้รับส่งนักเรียน รถโรงเรียน ตั้งแต่ช่วงวันเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม เรื่อยไป เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยลดความสูญเสียและเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทุกคนสามารถช่วยกันป้องกันได้ และเป็นการดำเนินงานแบบคู่ขนานของตำรวจและกระทรวงศึกษาธิการด้วย
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.00 น. ที่วัดน้อยสุวรรณาราม หรือวัดคลองเก้า ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายอำนวย บุญริ้ว นายก อบต.แพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพน้องอิ๊งค์ ซึ่งถูกลืมไว้ในรถตู้นานค่อนวันจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากตั้งศพสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน โดยมีชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกับครอบครัวน้องอิ๊งค์ และครูโรงเรียนคลองบางกระบือ เจ้าหน้าที่ อบต.แพรกษาใหม่ และ อบต.บางพลีใหญ่ ญาติพี่น้อง และครอบครัวของนายอาทิตย์และนายสาธิต คนขับรถตู้และพี่เลี้ยงที่คอยดูแลเด็กในรถตู้ ได้มาร่วมงานฌาปนกิจศพน้องอิ๊งค์เป็นจำนวนมาก
ภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าสลด มีเสียงร้องไห้ระงมไปทั่ววัด โดยเฉพาะ น.ส.ธนัชชา ปัจจัยโย มารดา และนายสายใจ ปัจจัยโย บิดาของน้องอิ้งค์ ยังทำใจไม่ได้ต่อการจากไปของลูกสาวคนเล็กที่เปรียบเสมือนดวงใจ นั่งร้องไห้ปานจะขาดใจ โดยมีญาติพี่น้องและบรรดาเพื่อนคอยเฝ้าปลอบใจอย่างใกล้ชิด
กระทั่งเวลา 17.30 น. หลังจากผู้เข้าร่วมงานขึ้นวางดอกไม้จันทน์เป็นที่เรียบร้อย สัปเหร่อได้เปิดฝาโลงเพื่อให้ญาติและครอบครัวได้ดูหน้าน้องอิ๊งค์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะประชุมเพลิง เมื่อ น.ส.ธนัชชาและนายสายใจเห็นหน้าลูกสาวที่นอนอยู่ในโลงถึงกลับกอดคอกันร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ ก่อนที่ น.ส.ธนัชชาจะเป็นลมล้มพับไป ท่ามกลางความเศร้าสลดของผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก ญาติจึงช่วยกันพยุงร่างลงไปข้างล่าง ปฐมพยาบาลและปลอบใจ
รวบอดีตสามีโหด ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาอดีตภรรยา แล้วหนีไปนอนในบ้านพักกลางสวน พบบาดแผลถูกไฟไหม้ เจ้าตัวอ้าง บันดาลโทสะ ตำรวจรอคนเจ็บหายดีก่อนสอบเพิ่ม
เหตุสามีโหด ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาอดีตภรรยาเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ร.ต.อ.อภิเชษฐ์ จำปาทอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายโดยการใช้น้ำมันราดแล้วจุดเผาไฟ เหตุเกิดที่หน้าร้านศรีไพโรจน์ เลขที่ 97 ถนนโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.สภ.เมืองอ่างทอง
เมื่อไปถึงพบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นน้ำมันคลุ้ง ขณะที่ข้าวของบนโต๊ะหน้าร้านศรีไพโรจน์ กระจัดกระจาย ใต้โต๊ะพบหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบร่วงอยู่ 1 ใบ และขวดน้ำที่คนร้ายใช้ใส่น้ำมันเบนซินอยู่ข้างตู้แช่ โดยมีน้ำมันเหลือติดขวดเพียงเล็กน้อย ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อ คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ถูกไฟเผาตามร่างกายเป็นแผลพุพอง
น.ส.เยาวนีย์ พนาศักดิ์ อายุ 36 ปี เพื่อนของ น.ส.เอ และเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า น.ส.เอ เป็นพนักงานขายเสื้อผ้าอยู่ในห้างบิ๊กซี สาขาอ่างทอง ส่วนคนร้ายคือ นายเรืองวิทย์ หรือต้น เกษทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 5 ต.ราษฎรพัฒนา อ.สามโก้ จ.อ่างทอง เป็นอดีตสามีของ น.ส.เอ แต่นายเรืองวิทย์ยังคอยตามราวีน.ส.เอ โดยตลอด โดยเมื่อช่วงเย็น น.ส.เอ.ได้โทรบอกตนว่า เห็นนายเรืองวิทย์เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในห้าง ก่อนเลิกงาน น.ส.เอจึงโทรให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปรับกลับหอพักในตัวเมืองอ่างทอง ระหว่างที่ขี่รถออกมา สังเกตเห็นนายเรืองวิทย์ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาด้วย จากนั้นได้ใช้เท้าถีบรถของตนแต่ไม่ล้ม จนกระทั่งมาถึงตลาด นายเรืองวิทย์ก็ยังถีบรถอีก เห็นท่าไม่ดีจึงรีบขี่รถแวะร้านค้าที่เกิดเหตุ ซึ่งมีคนพลุกพล่าน แล้วพาน.ส.เอวิ่งเข้าไปในร้าน แต่นายเรืองวิทย์ตามมาล็อกคอ น.ส.เอ ลากออกไปก่อนใช้ขวดน้ำมันที่เตรียมมา ราดตัวน.ส.เอแล้วจุดไฟ จนไฟลุกพรึบ และลามไปติดที่ตัวนายเรืองวิทย์และที่หมวกกันน็อก นายเรืองวิทย์จึงถอดโยนทิ้ง ซึ่งหลังก่อเหตุนายเรืองวิทย์ไม่ได้มีทีท่าสลด ยังหันมายิ้มใส่ ก่อนขี่รถหลบหนีไป
นางพรพิไล ปกป้องมงคล อายุ 52 ปี เจ้าของร้านค้าที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะกำลังขายของอยู่นั้น จู่ๆ น.ส.เอ พร้อมเพื่อนได้วิ่งเข้ามาที่ร้าน และมากอดตนพร้อมขอความช่วยเหลือ จังหวะนั้นคนร้ายก็ได้วิ่งตามเข้ามาพร้อมกระชากตัว น.ส.เอ ออกไปแล้วราดน้ำมันก่อนจุดไฟเผา
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ต.ท.บุญสม ได้นำกำลังชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ทหารไปยังบ้านเลขที่ 105 หมู่ 5 ต.ราษฎรพัฒนา เพื่อตามจับตัวนายเรืองวิทย์ เมื่อไปถึง พบกับนายกำพล เกษทอง อายุ 62 ปี พ่อของนายเรืองวิทย์ และญาติๆ อยู่ในบ้าน แต่ไม่พบตัวนายเรืองวิทย์
โดยนายกำพลให้การว่า ทราบข่าวแล้วว่าลูกชายไปก่อเหตุและเมื่อคืนก็ได้ไปเยี่ยมอดีตลูกสะใภ้มา ส่วนนายเรืองวิทย์ไม่ได้กลับมาบ้านตั้งแต่เกิดเหตุติดต่อทางโทรศัพท์ก็ไม่ได้ ตามหาตามบ้านเพื่อนก็ไม่เจอ ส่วนสาเหตุมาจากอะไรนั้นตนไม่ทราบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปยังบ้านพักในสวนของนายกำพล พบนายเรืองวิทย์นอนอยู่บนเตียงผ้าใบหน้าบ้านพัก ในสภาพได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกมีร่องรอยถูกไฟเผาหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมายังโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อรักษาตัว เนื่องจากกลัวแผลที่หน้าอกได้รับการติดเชื้อก่อนที่จะสอบสวนดำเนินคดี
ทั้งนี้นายเรืองวิทย์ บอกว่า มีหลายสาเหตุที่ทำลงไป โดยก่อนเกิดเหตุก็ขับรถประกบน.ส.เอ แต่น.ส.เอได้ขับรถปาดหน้าจนตนล้มได้รับบาดเจ็บ จึงถีบรถของน.ส.เอ จากนั้นก็บันดาลโทสะจึงทำลงไป ส่วนน้ำมันที่เตรียมมานั้น ซื้อมาจากตู้หยอดเหรียญตรงแยกที่ดินเพื่อติดรถไปตกปลา
พ.ต.ท.บุญสม กล่าวว่า ในเบื้องต้นนายเรืองวิทย์รับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเนื่องจากมีปัญหากันกับอดีตภรรยาและเพิ่งเลิกรากันไปได้ประมาณ 2 เดือน โดยลูกชายวัย 11 เดือน นายเรืองวิทย์ก็รับเลี้ยงเอง อย่างไรก็ตามคงต้องให้นายเรืองวิทย์รักษาแผลก่อน จึงจะนำตัวไปสอบสวน ส่วน น.ส.เออาการยังสาหัสและพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู



