ข่าว

 แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้?

แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้?

16 พ.ค. 2559

แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

           เป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้งว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” จะสามารถทำได้หรือไม่หลังจาก “มีชัย” พูดในงานสัมมนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในทำนองที่ว่า หากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องอะไร วันข้างหน้าก็ไปแก้ไขกัน

           ประเด็นที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยแสดงความเห็นออกมา ไม่ใช่แค่ไม่เห็นด้วยกับการให้ “รับไปก่อนแล้วค่อยไปแก้ทีหลัง” แต่แย้งว่า กติกาที่ “มีชัย” วางเอาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแทบจะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เลย

           ย้อนกลับไปดูเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยกติกาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้งว่ากำหนดไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 256

           ขั้นตอนแรก การเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องมาจาก ครม. หรือจาก ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือจากสมาชิก ส.ส. และ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายส่วนนี้ไม่ถือว่ายาก

           แต่ที่ยาก อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาทั้ง 3 วาระในที่ประชุม “รัฐสภา”

           -การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ โดยให้เรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่ง “ล็อก” เอาไว้ว่า “ในจำนวนนี้ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา” นั่นคือ หากมี ส.ว.เห็นด้วยไม่ถึงหนึ่งในสามก็แก้ไม่ได้ โดยเฉพาะใน 5 ปีแรกที่ ส.ว.มาจากกระบวนการคัดเลือกโดย คสช.น่าจะลืมไปได้เลย

           -การพิจารณาในวาระที่ 2 พิจารณาเรียงลำดับมาตรา การออกเสียงในวาระที่สองนี้ ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ แต่ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วยส่วนนี้ก็เป็นเรื่องปกติ

           -การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาโดยในจำนวนนี้ต้องมี ส.ส.จากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ แปลง่ายๆ คือ “พรรคฝ่ายค้าน” เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

           ในวาระ 3 นี้ เรียกง่ายๆ ว่า ล็อกไว้ 2 ชั้น คือ ส.ส.ฝ่ายค้านจากทุกพรรคต้องเห็นด้วยรวมกันไม่น้อยกว่า 20% และ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ก็ต้องเห็นด้วย

           นอกจากนี้ยังล็อกอีกว่า หากเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติก่อน ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยจึงจะแก้ไขเพิ่มเติมได้ และก่อนนำร่างแก้ไขนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ส.ส. หรือ ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภา หรือของทั้งสองสภารวมกัน แล้วแต่กรณี มีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นดำเนินการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

           เรียกว่าใส่กุญแจ “ซูเปอร์ล็อก” ไว้ทีเดียว