ข่าว

เด็กร้องไห้กันระงม!อำลา‘ครูน้อย’ ปิดบ้าน

เด็กร้องไห้กันระงม!อำลา‘ครูน้อย’ ปิดบ้าน

15 พ.ค. 2559

เด็กๆ ร้องไห้กันระงม อำลา“ครูน้อย” ปิดบ้าน หนี้นอกระบบกว่า 8 แสนบาท จำนองบ้านกว่า 1 ล้าน พม.รับช่วงต่ออุปการะเด็ก “พงศพัศ” ช่วยเจรจาประนอมหนี้

 
          วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาชน ลงพื้นที่บ้านครูน้อย ซอยบูรณะ26 เขตบูรณะ กทม. เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการยุติการดำเนินกิจการรับเลี้ยงเด็กของ นางนวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น
 
          นางนวลน้อย ทิมกุล หรือ ครูน้อย กล่าวว่า ตนไม่สามารถแบกรับภาระหนี้สินที่กู้ยืมมาใช้จ่ายให้กับเด็ก ๆในบ้านทั้ง 64 คน ซึ่งมีทั้งค่าเทอม ค่าออกค่ายและอื่นๆ พร้อมยอมรับว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการบริหารจัดการของตนที่ไม่เป็นระบบ ก่อนหน้าเคยมีผู้แนะนำเรื่องการจัดการบัญชี แต่ทำได้ไม่สะดวก เนื่องจาก ไม่คล่อง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ นอกจากหนี้ยังเป็นหนี้สินนอกระบบกว่า 800,000 บาท และยังได้นำบ้านไปจำนองกับธนาคารอีกกว่า 1ล้านบาท โดยวันนี้ที่ยังมีความห่วยใยคือเด็ก อยากให้คนที่มีเมตตารับพวกเขาไปดูแล
 
          “สำหรับเด็กที่อยู่ในความอุปการะ มีอยู่ 64คน อายุ 3 ขวบครึ่ง -17 ปี มีค่าใช้จ่ายเดือนละอย่างต่ำ180,000 บาท รายได้บางส่วนขายของที่เหลือใช้ในบ้าน นอกนั้นเป็นการกู้หนี้ในระบบ และนอกระบบ และมียอดบริจาค สูงสุด 120,000 บาท เด็กที่อยู่ที่นี่มีทั้งเด็กที่ประสบปัญหาครอบครัว เด็กกำพร้า การทำงานของครูต่างจากระบบราชการ หลังจากที่มีการปิดบ้านแล้ว จากนี้ตนจะขายบ้าน (จำนองบ้านไว้ 1 ล้านกว่าบาท) ไปอยู่กับลูกที่ลูกซื้อบ้านให้อยู่ และเป็นยายแก่เลี้ยงหมูเลี้ยงหมา กับลูกหลานไปจนกว่าจะตาย พและประกาศขายบ้าน 9 ล้าน ยืนยันไม่มีการเปิดบ้านอีก อย่างไรก็ตามตนขอแก้ข่าวที่ว่านำเงินไปซื้อรถป้ายแดงให้ลูก นำไปซื้อที่ดิน ซึ่งยืนยันไม่เป็นความจริง” ครูน้อย กล่าว
 
          ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ครูน้อยได้ขอจดทะเบียน เป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็กกับกรมประชาสงเคราะห์ เมื่อปี 2542 โดยใช้บ้านของตนเองเป็นสถานที่ดำเนินการและใช้ชื่อว่า “สถานที่รับเลี้ยงเด็กบ้านครูน้อย” ซึ่งรับเลี้ยงเด็กชายและหญิงประเภทไป-กลับ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปัจจุบันบ้านครูน้อยไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ยังให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวด้วยการบริจาคต่อเนื่อง บ้านครูน้อยมีเจ้าหน้าที่ 7 คน ให้การดูแลเด็กทั้งสิ้น 64คน จาก 35 ครอบครัว ครอบซึ่งจำนวนนี้มีเด็กพิการอยู่ด้วย 8 คน และในวันนี้บ้านครูน้อยได้ยุติการดำเนินงาน ทำให้ตนมีความห่วงใยจึงลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเพื่อหาทางช่วยเหลือ สำหรับเด็กก็ได้กลับไปอยู่กับทางครอบครัวของตนเอง ทั้งนี้จะมีการพิจารณาเป็นครอบครัวไป หากครอบครัวใดไม่สามารถดูแลได้เราจะรับมาดูแลเอง อย่างไรก็ตามรัฐบาลให้ความสำคัญมากับการพัฒนาเรื่องของเป็นอยู่ของประชาชน สำหรับการยุติบทบาทอาจส่งผลกระทบกับชุมชนบ้าง แต่ชาวบ้านให้ความร่วมมือด้วยดี นอกจากนี้ได้มีการมอบเงินให้ 35 ครอบครัว ครอบครัวละ 2,000บาท
 
          ขณะที่ พล.ต.อ พงศพัศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีของบ้านครูน้อนขณะนี้มีเพียง 400 บาท หลังจากนี้ต้องตรวจสอบขั้นตอนว่าหนี้สินที่มี 800,000 บาท มาจากเจ้าหนี้รายใดบ้าง ทั้งนี้จะมีการเชิญเจ้าหนี้ทั้งหมด 8 ราย มาพูดคุย เจรจา เพื่อหาตัวเลขยอดหนี้ที่ชัดเจน รวมทั้งตรวจสอบว่ายังมีหนี้อื่นๆ ที่อาจมีตกหล่นอีกหรือไม่ โดยเงินที่จะนำมาชดใช้ให้ครูน้อยนั้น ตนเองจะรวบรวมมาจากจิตศรัทธาของผู้ประสงค์ให้การช่วยเหลือ ส่วนหลังจากนี้จะดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบรายต่างๆ หรือไม่ ต้องรอการเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้รายต่างๆ ก่อน อย่างไรก็ตามหนี้นอกระบบถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คำรวยก็มีการดำเนินการจับกุมมาโดยตลอด