ข่าว

‘โซเชียลฟริดจ์’สะท้อนความยากของอาร์เจนตินา

‘โซเชียลฟริดจ์’สะท้อนความยากของอาร์เจนตินา

14 พ.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : ‘โซเชียลฟริดจ์’ สะท้อนความยากของอาร์เจนตินา

 
         บทเรียนการทำความดีเพื่อสังคม เป็นสิ่งที่น่าเลียนแบบและยกย่องอย่างที่สุด แม้เรื่องดีๆ เช่นนี้จะไม่ค่อยได้ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมากมายนัก แต่ก็ยังมีผู้ที่คิดค้นวิธีการ “ให้” ต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เช่นการที่ผู้ประกอบการในอาร์เจนตินา นำเอาแนวความคิดการ “ให้” แก่คนยากจนด้วยการเปิดตู้เย็นสาธารณะที่มีอาหารบรรจุไว้สำหรับคนยากจนจะเปิดตู้เย็นและหยิบเอาของที่ต้องการไปบริโภคได้ตามที่ต้องการ
 
         นายลูอิส พอนดาล เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองทูคูมาน ทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา ที่นำวิธีการดังกล่าวมาใช้ เนื่องจากรู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นอาหารจำนวนมากถูกทิ้งขว้างจากร้านอาหารและมีคนยากจนมารุมคุ้ยหาอาหารที่ยังคงกินได้แต่ไม่ได้คุณภาพของร้านอาหารนำไปกินกัน
 
         เขาเลยถามตัวเองว่า ทำไมเราไม่ให้อาหารเหล่านั้นแก่คนที่ต้องการ โดยที่พวกเขาไม่ต้องเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ลงมือคุ้ยอาหารในถังขยะเช่นเดียวกับเหล่าสัตว์กันเลยล่ะ
 
         นายพอนดาล จึงเข้าร่วมสร้างเครือข่ายตู้เย็นสาธารณะ ที่เรียกว่า “โซเชียลฟริดจ์” ขึ้นมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้คนที่มี นำอาหารที่ต้องการบริจาคให้แก่คนยาก มาใส่ไว้ในตู้เย็นที่เปิดกว้างสำหรับคนยากจนอยู่ตลอดเวลา
 
         แนวคิดดังกล่าวแพร่หลายมาก่อนหน้านี้ในสเปน และเยอรมนี ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในยุโรป ทำให้เกิดคนยากจนมากขึ้นมากในสังคม
 
         ในเวลานี้ในอาร์เจนตินา มีโซเชียลฟริดจ์ ให้บริการแก่คนยากจนอย่างน้อย 50 แห่งแล้วในประเทศ มีแม้กระทั่งตู้เย็นสำหรับเก็บอาหารสัตว์สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีปัญญาจะเจียดเงินไปซื้ออาหารสัตว์ให้แก่เพื่อนรักของตน
 
         อย่างไรก็ตาม การกำเนิดของโซเชียลฟริดจ์ ในอาร์เจนตินา ประเทศที่ร่ำรวยและ เป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่งนั้น สามารถสะท้อนวิกฤติที่เกิดขึ้นกับประเทศแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน
 
         ชาวอาร์เจนตินาต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงเกือบ 40% ค่าครองชีพจึงสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะที่เงินเดือนและรายได้ไม่ได้เพิ่มสูงตามระดับเงินเฟ้อ ทำให้พลเมืองจำนวนมากไม่มีปัญญาซื้อหาอาหารมาประทังปากท้องได้ตามที่ต้องการ
 
         จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นายพอนดาล ผู้ร่วมเครือข่ายโซเชียลฟริดจ์ ในอาร์เจนตินา จะกล่าวว่า เห็นคนหลายระดับที่เข้ามาใช้บริการตู้เย็นเก็บอาหารโซเชียลฟริดจ์นี้ ตั้งแต่คนไร้บ้าน ขอทาน จนกระทั่งชาวเมืองที่แต่งตัวภูมิฐาน แต่ความภูมิฐานของเขาเหล่านั้นเป็นเพียงแค่เปลือก เนื่องจากเบื้องหลังของเขาคือ คนที่ไม่มีงานทำ และกำลังพยายามไขว่คว้าหางาน
 
         น่าตกใจที่อาร์เจนตินามีภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของประชาชนรุนแรงเช่นนั้น ผลการวิจัยของนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยคาทอลิก ประเมินว่าประชาชนราว 1.4 ล้านคน ต้องตกมาอยู่ในกลุ่มของประชากรยากจนของประเทศภายในช่วงเวลา 3 เดือนแรกหลังจากที่ประธานาธิบดีเมาริชิโอ มาครี ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2558 ตัวเลขดังกล่าวทำให้ประชากร 34.5% ของอาร์เจนตินาที่มีประชากร 40 ล้านคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในกลุ่มประชากรใต้เส้นแห่งความยากจนตามมาตรฐานของสหประชาชาติ
 
         แต่ชาวอาร์เจนไตน์ก็ยังมีที่พึ่งพิงเป็นตู้เย็นสาธารณะเหล่านี้ที่ตั้งอยู่ตามข้างทาง ข้างร้านอาหาร และมีตู้เย็นตู้หนึ่งตั้งอยู่ในเขตจัตุรัสพลาซา เดอ มาโย ในกรุงบูเอโนส ไอเรส ตรงข้ามกับทำเนียบประธานาธิบดีเลยทีเดียว
 
         ตู้เย็นเหล่านี้จะมีป้ายสัญลักษณ์เขียนไว้ว่า “หยิบไปได้ตามที่ต้องการ” และมักจะมีคนมามุงดูอาหารภายในตู้เป็นจำนวนมากเพื่อรอหยิบสิ่งประทังชีวิตไปรับประทาน
 
         ผู้ใจบุญที่ทำทานด้วยการเปิดโซเชียลฟริดจ์บางราย ยังลงทุนทำทานเพิ่มเติมด้วยการปรุงซุปร้อนๆ มาแจกจ่ายให้แก่เพื่อนร่วมชาติทุกวันศุกร์ด้วยเช่นกัน
 
         นายเกเบรียล ชไนเดอร์ ผู้ประสานงานโครงการ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของโครงการนี้คือ การที่ให้ทานแก่คนอื่นนั้น ไม่ได้เป็นการให้ทานแก่ขอทานที่ไม่มีทางทำมาหากิน แต่วิธีการนี้คือการสร้างความเป็นปึกแผ่นของประเทศและช่วยรักษาศักดิ์ศรีของคนยากให้คงอยู่ได้ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้
 
         แม้ประธานาธิบดีมาครี จะให้สัญญาว่าจะบรรลุเป้าหมายการทำให้ชาวอาร์เจนไตน์พ้นจากความยากจนทั้งหมด ในช่วงเวลาที่ตนเองอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี และกล่าวโทษการบริหารงานของรัฐบาลนางคริสตินา เคิร์ชเนอร์ ผู้นำฝ่ายซ้ายที่ทำให้ตนเองต้องปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศที่ตกต่ำต่อเนื่องมาตลอด 12 ปี
 
         ประธานาธิบดีมาครีพยายามเพิ่มมูลค่าการลงทุนระหว่างประเทศ และข้อจำกัดในด้านการหมุนเวียนของเงิน แต่กลับปรับเพิ่มค่าสาธารณูปโภค และลดตำแหน่งงานของภาครัฐลง
 
         แต่ที่น่าประหลาดใจคือ การเปิดเครือข่ายโซเชียลฟริดจ์นั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมายในอาร์เจนตินา เพราะหลังจากมีการผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “กฎหมายผู้ใจบุญ” ออกมาเมื่อปี 2548 ทำให้การบริจาคอาหารแก่คนอื่นเป็นไปไม่ได้ และรัฐบาลในชุดก่อนที่ต้องการหาเสียงสนับสนุนจากประชาชนก็ได้ตั้งธนาคารอาหารแห่งชาติขึ้นมาเมื่อปี 2544 เพื่อรับมือกับวิกฤติการขาดแคลนกำลังซื้ออาหารที่เกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ
 
         นายพอนดาลกล่าวติดตลกว่า ไอเดียนี้เกิดขึ้นมาจากความคิดของการทำดี การทำดีที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
 
         แต่ดูเหมือนว่าข้อจำกัดจากกฎหมายจะไม่สามารถกีดกันให้ชาวอาร์เจนไตน์ทำความดีด้วยการบริจาคทานให้แก่เพื่อนร่วมชาติที่กำลังเผชิญวิกฤติได้เลย