ข่าว

สรรพากรโอดรายได้วูบ1.7หมื่นล้าน

สรรพากรโอดรายได้วูบ1.7หมื่นล้าน

05 ก.พ. 2552

สรรพากรโอด 4 เดือนแรกปีงบ 52 รายได้พลาดเป้าแล้ว 1.7 หมื่นล้านบาท เหตุภาษีมูลค่าเพิ่มวูบทั้งจากการบริโภคและการนำเข้าสินค้า พร้อมเตือนผู้ตกงานให้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้เพื่อเร่งคืนภาษีภายใน 2 สัปดาห์

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ต.ค.51-ม.ค.52) พบว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมยังจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 5.57% โดยภาษีหลักที่จัดเก็บลดลงมาก ประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งน้ำมัน รถยนต์ และเหล็ก ซึ่งแม้ว่าปริมาณนำเข้าน้ำมันจะยังอยู่ในระดับสูงแต่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าจะจัดเก็บที่มูลค่าไม่ได้ขึ้นกับปริมาณ เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลงก็ส่งผลให้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บลดลงตามไปด้วย "แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าน้ำมันจะปรับลดลง แต่จากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันซึ่งนอกจากจะเพิ่มรายได้ให้กรมสรรพสามิตในปี 2552 เป็น 1.9 หมื่นล้านบาทแล้ว จะมีผลให้กรมสรรพากรมีรายได้เพิ่มจากภาษีมูลค่าเพิ่มจากน้ำมันเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาทด้วย ซึ่งถือเป็นการตุนเงินภาษีไว้ได้อีกส่วนหนึ่ง" นายวินัยกล่าว การยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2551 ที่เริ่มยื่นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่า จากฐานภาษีบุคคลธรรมดา 9 ล้านราย ได้ยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว 3 แสนราย และยื่นแบบเอกสารปกติผ่านสรรพากรพื้นที่ 3 แสนราย รวมเป็น 6 แสนราย ทั้งนี้การยื่นแบบชำระภาษีดังกล่าวส่วนมากพบว่าประชาชนจะยื่นในเดือนมีนาคมเดือนสุดท้ายมากที่สุด ซึ่งจะมีผลให้การคืนเงินภาษีล่าช้าตามไปด้วย หากเป็นไปได้จึงอยากให้ประชาชนยื่นแบบเร็วขึ้นเพื่อให้การคืนภาษีทำได้เร็วขึ้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนปีที่ผ่านมามีผู้ยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น 6 ล้านราย และยื่นเอกสาร 3 ล้านราย ส่วนกลุ่มคนที่ถูกเลิกจ้างช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันจะตกงานแต่ก็ต้องยื่นแบบชำระภาษีเนื่องจากมีเงินได้และอาจมีผลให้ได้รับคืนภาษี เนื่องจากลูกจ้างประจำจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ดังนั้นหากรวมเงินรายได้ทั้งปีของปีก่อนอาจไม่ถึงวงเงินที่ต้องชำระภาษี ซึ่งกำหนดให้ต้องมีเงินได้ 1.5 แสนบาทต่อคนต่อปี ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่จะรับคืนเงินภาษีจึงควรมายื่นแบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย