
สลด!ด.ญ.8ขวบถูกมอมยาบ้าข่มขืน
สลด!ด.ญ.8ขวบถูกมอมยาบ้าข่มขืน เพื่อนบ้านย่องเข้าห้องตอนพ่อแม่ออกไปกรีดยางกลางดึก กลับมาเห็นลูกคลุ้มคลั่ง ปวดท้องรุนแรง หามส่ง รพ.หมอยื้อชีวิตไม่อยู่หัวใจวายตาย
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ชาว ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ขณะที่ตนและสามีออกไปกรีดยาง ปล่อยให้ลูกๆ 3 คน นอนอยู่ในบ้าน โดยพี่ชายอายุ 11 ขวบ นอนแยกห้องกัน ส่วนลูกสาวคนกลางอายุ 8 ขวบ และลูกสาวคนเล็กอายุ 4 ขวบ นอนห้องเดียวกัน ปรากฏมีคนร้ายลอบเข้าไปในห้องนอนของลูกสาว และข่มขื่นลูกคนกลาง
น.ส.เอ กล่าวว่า เมื่อตนกลับเข้าบ้าน ช่วง 6 โมงเช้า พบว่า ลูกสาวคนกลางมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และคลุ้มคลั่ง พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอนแรกเข้าใจว่าอาจถูกคุณไสย จึงพาไปหาหมอไสยศาสตร์ แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจพาไปรักษาที่โรงพยาบาลตรัง ซึ่งแพทย์ได้ซักถามถึงอาการของลูก ตนก็บอกแค่ว่าปวดท้องอย่างมากเพราะถูกเพื่อนบ้านบังคับให้ดื่มน้ำอัดลมเข้าไปแต่ไม่แน่ใจว่าในน้ำอัดลมนั้นมีส่วนผสมสารอะไรอยู่ด้วยหรือไม่ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องปวดท้องอย่างรุนแรง
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ต่อมาแพทย์ล้างท้องและฉีดยาให้ ก่อนที่จะให้น้องเก๋ (นามสมมุติ) ลูกสาว เปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดคนไข้ของโรงพยาบาล กระทั่งพบร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย แพทย์จึงเรียกตนเข้าไปซักถาม ซึ่งตนก็ไม่ทราบมาก่อน จึงได้สอบถามลูกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกสาวซึ่งขณะนั้นยังมีสติดีอยู่บ้างจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดว่า ช่วงบ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม มีเพื่อนบ้านชื่อว่านายเฟิร์ส อายุประมาณ 20 ปี บ้านอยู่ห่างกันแค่ 500 เมตร และเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกับพ่อของน้องเก๋ เข้ามาที่บ้านและบังคับให้น้องเก๋ดื่มน้ำอัดลม จนกระทั่งช่วงที่ตนออกไปกรีดยางตอนตีสองจนถึงเช้า มีคนมาชกหน้าท้อง และได้กระทำการรุนแรงกับน้องเก๋อยู่เป็นเวลานานพอสมควร แต่ขณะนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ รู้แต่ว่ามีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ก็จำไม่ได้ว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร กระทั่งน้องสาวคนเล็กตื่นขึ้นมาเห็นชายคนดังกล่าวก็ได้วิ่งหนีไป
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า เมื่อทราบเรื่องทั้งหมด ก็ได้เดินทางเข้าไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองตรุด ทันที ขณะที่น้องเก๋ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง โดยแพทย์แจ้งว่าในน้ำอัดลมที่น้องเก๋ดื่มเข้าไปมีส่วนผสมของสารเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ทำให้มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 พฤษภาคม น้องเก๋เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่าหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน จากการชันสูตรของแพทย์ในเบื้องต้นพบว่า มีร่องรอยการถูกข่มขืน จนอวัยวะเพศฉีกขาด มีเลือดออกในช่องท้อง และมีการล่วงละเมิดทางทวารหนักร่วมด้วย
ด้าน พ.ต.ต.ชาญณรงค์ กลอนสม สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านหนองตรุด จ.ตรัง ระบุว่า ได้เรียกตัวนายเฟิร์ส ผู้ต้องสงสัย มาสอบปากคำแล้ว แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ เนื่องจากต้องรอหลักฐานที่แน่ชัดจากแพทย์ก่อน แต่ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกบตัวผู้ต้องสงสัยไว้อย่างใกล้ชิดแล้ว เพราะเกรงว่าจะหลบหนีออกจากพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ศพน้องเก๋ถูกส่งไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต รวมทั้งหาหลักฐานเพื่อมัดตัวคนร้าย โดยเฉพาะคราบอสุจิ เส้นขน และเส้นผม ที่ติดอยู่ตามร่างกายของหนูน้อยผู้เคราะห์ร้าย คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์จะรู้ผล
ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.เฉลิมพันธ์อจลบุญ ผบช.ศชต. พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้คุมตัวนายเฟิร์ส ผู้ต้องสงสัยมาแถลงข่าว ระบุว่า เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานจึงได้แจ้งข้อหานายเฟิร์ส เพื่อคุมตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่นายเฟิร์สให้การปฏิเสธ อ้างว่าช่วงเกิดเหตุนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แม้จะรู้จักกับพ่อของเด็ก แต่ก็ไม่มีเหตุที่ต้องกระทำเช่นนั้น และยังมีแม่ เพื่อน รวมไปถึงญาติพี่น้องอีกหลายคนสามารถมาเป็นพยานได้ว่าตนไม่ได้เป็นคนลงมือข่มขืนเด็กตามที่ถูกกล่าวหา ตอนที่ถูกคุมตัวมาสอบสวนยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นด้วยซ้ำ
ด้าน พล.ต.ท.วีรพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน และแนวทางการสืบสวนสอบสวน แม้ผลตรวจร่างกายผู้ต้องหาจะไม่พบร่องรอยบาดแผล แต่ได้เก็บตัวอย่างอสุจิไว้ตรวจสอบแล้ว เพื่อดูว่าตรงกับคราบอสุจิ และสารคัดหลั่งภายในตัวเด็กที่เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งได้นำไปตรวจหาดีเอ็นเอตามขั้นตอน



