ข่าว

สังเวยอีกกี่ศพลืมเด็กในรถตู้

สังเวยอีกกี่ศพลืมเด็กในรถตู้

13 พ.ค. 2559

สังเวยอีกกี่ศพลืมเด็กในรถตู้ : นิธิศ นาเจริญ รายงาน

           “ตาน้องยังเปื้อนคราบน้ำตา ตัวเขียวช้ำ น้องคงทุรนทุรายมาก คิดดูละกันขนาดเราเป็นผู้ใหญ่เดินตากแดดร้อนๆ ยังไม่ไหวเลย นี่รถจอดกลางแดดนาน 7-8 ชั่วโมง น้องตัวแค่นี้จะเป็นอย่างไร ไม่คิดเลยว่าเขาจะลืมลูกเรา ทั้งที่นั่งอยู่ใกล้ประตูทางออกของรถแท้ๆ”

           การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปในเวลาอันรวดเร็วเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ และยิ่งรู้ว่าก่อนที่บุคคลอันเป็นที่รักจะจากไปด้วยความทุรนทุราย ยิ่งยากจะหักใจให้ยอมรับกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ยิ่งกว่า ความรู้สึกนี้เพิ่งเกิดขึ้นกับ นางธนัชชา ปัจจัยโย วัย 35 ปี ที่เพิ่งสูญเสีย ด.ญ.ปริมประภา ปัจจัยโย หรือน้องอิ้งค์ วัย 3 ขวบ บุตรสาวคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 2 คน โดยไม่มีวันจะได้พบเจอกันอีก

           น้องอิ้งค์ เสียชีวิต เนื่องจากขาดอากาศหายใจ เพราะติดอยู่ในรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งคนขับรถลืมหนูน้อยไว้ในรถที่จอดเสียกลางแดด

           วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เป็นวันที่สองของการใช้ชีวิตวัยเรียนระดับเตรียมอนุบาลของน้องอิ้งค์ และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ใช้บริการรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางของน้องอิ้งค์ในครั้งนี้จะเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต

           น้องอิ้งค์ ขึ้นรถคันนี้ตอนเช้าตรู่ ซึ่งในรถตู้รับส่งนักเรียนคันนี้ มีเพื่อนนักเรียนรวม 15 ชีวิตเป็นผู้โดยสาร โดยมีนายอาทิตย์ รังษิโย วัย 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ และก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของชายวัยกลางคนรายนี้ที่มีโอกาสทำหน้าที่สารถีขับรถรับส่งนักเรียน

           เหตุการณ์เลวร้ายคงไม่เกิดขึ้นหากในวันนั้นรถตู้คันนี้ได้รับการบำรุงรักษาที่ดี เพราะรถคงไม่เสียระหว่างที่รถวิ่งอยู่ในละแวกหมู่บ้านเด่นชัยสามัคคี หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ห่างจากบ้านของน้องอิ้งค์เพียง 7-8 กิโลเมตร จนผู้ขับขี่ต้องจอดรถไว้แล้วเรียกให้รถตู้คันอื่นมารับนักเรียนที่โดยสารมาในรถเพื่อไปส่งยังโรงเรียนคลองบางกระบือ ย่านบางพลีใหญ่ ซึ่งเป็นปลายทางแทน แต่กลับลืมน้องอิ้งค์ไว้ในรถ เพราะหนูน้อยหลับ

           “บ่ายโมงครึ่งครูประจำชั้นของลูกโทรศัพท์มาหา ถามว่าลูกถึงบ้านหรือยัง และหลังจากนั้น 10 นาทีโทรกลับมาอีกครั้งแจ้งว่าลูกเราเสียชีวิตแล้ว มันเหมือนใจสลายไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ ไม่คิดว่าเขาจะลืมลูกเรา” นางธนัชชา กล่าวทั้งน้ำตา

           เธอ บอกว่า ลูกสาวดีใจมากที่ได้ไปโรงเรียนและตื่นเต้นที่ได้สวมชุดนักเรียน โดยวันแรกเธอไปส่งเอง ครูประจำชั้นให้อยู่ด้วยได้ถึงแปดโมงเช้า แต่เธออยากอยู่กับลูกให้นานกว่านั้นเพราะกลัวว่าน้องอิ้งค์จะงอแงตามประสาเด็ก แต่เมื่อน้องอิ้งค์บอกว่า ให้กลับไปอยู่กับพี่แอลซึ่งเป็นพี่สาววัย 4 ขวบ เธอจึงยอมกลับบ้าน

           “วันแรกเรากลัวว่าลูกจะงอแงตามประสาเด็ก แต่น้องอิ้งค์ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเขาบอกให้เรารีบกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนพี่แอลลูกสาวคนโต แม่กลับไปอยู่เป็นเพื่อนพี่แอลเถอะ หนูอยู่ได้ เสียงนี้ยังดังก้องหูเราอยู่ วันที่สองจึงให้ไปกับรถรับส่งนักเรียนซึ่งเป็นรถรับจ้างรายเดือนที่คิดค่าบริการเดือนละ 800 บาท เป็นรถของคนในหมู่บ้าน ซึ่งเราไว้ใจ ก่อนออกจากบ้านเขากอดเรากอดพี่สาวเขาแล้วบอกว่าตอนเย็นเจอกันนะ แต่ตกเย็นไม่เป็นเช่นนั้นเขาไม่กลับมาอีกแล้ว มันทำใจให้ยอมรับได้ยากจริงๆ” มารดา ซึ่งเพิ่งสูญเสียบุตรสาวอันเป็นที่รัก บอก

           เช่นเดียวกับนายสายใจ ปัจจัยโย วัย 45 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งกล่าวทั้งน้ำตาเช่นกันว่า น้องอิ้งค์เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย และรักน้องแอล ซึ่งเป็นพี่สาวมาก กำลังอยู่ในวัยน่ารัก เป็นเด็กช่างพูด ใครเห็นก็รัก หลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำใจให้ยอมรับกับความสูญเสียครั้งนี้ได้หรือไม่

           “น้องเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พูดง่าย เหมือนเขาเป็นพี่ใหญ่ เสียสละตลอด ถ้าพี่สาวจะเอาอะไร เขาจะให้พ่อแม่ซื้อให้พี่ก่อนตัวเองทุกครั้ง ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวผม ไม่คิดว่าเขาจะลืมลูกผมไว้ในรถอย่างนี้ ที่สำคัญหากรถเขาไม่ติดฟิล์มมืดแบบนี้อาจจะมีใครมาเห็นลูกผมก่อนก็ได้ อยากให้ต่อจากนี้ไปรถรับส่งนักเรียนน่าจะมีมาตรการห้ามติดฟิล์มที่มืดทึบจนไม่สามารถเห็นภายในได้” นายสายใจ กล่าว

           ความสูญเสียลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ด.ช.กิตติชัย ดวงตา วัย 4 ขวบ เสียชีวิตคาเบาะรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนกล้าขยันกิตติวุฒิ จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุเพียงเพราะคนขับอ้างว่ามองไม่เห็นใครจึงคิดว่าเด็กนักเรียนลงจากรถหมดแล้ว จึงปิดประตูรถไว้นานหลายชั่วโมงกระทั่งมาพบว่าเด็กชายเสียชีวิตแล้ว

           3 เมษายน 2556 ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย วัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลอนงค์เวท จ.สมุทรปราการ ถูกผู้ขับขี่ลืมไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียนในช่วงเช้าของการเปิดเทอมวันแรก โดยมาพบในช่วงบ่าย แม้แพทย์จะพยายามยื้อชีวิตแต่สุดท้ายสิ้นลม

           21 มกราคม 2557 เกิดเหตุชวนสลดซ้ำเมื่อ ด.ช.รณกร นาคพันธ์ วัย 4 ขวบ 5 เดือน นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนอนุบาลภรณ์อุดม จ.นครศรีธรรมราช ต้องสังเวยความประมาทของคนขับรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ตรวจสอบว่าเด็กนักเรียนลงจากรถหมดแล้วหรือไม่ ทิ้งให้หนูน้อยรายนี้ติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดดจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตเช่นกัน

           น.ส.จินตนา ธรรมวานิช นายกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมามีมาตรการในการควบคุมรถรับส่งนักเรียนอย่างเข้มงวด โดยรถรับ-ส่งนักเรียนต้องได้มาตรฐาน มีทั้งคนขับรถและคนควบคุมเด็กนักเรียนที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำรถตลอดเวลา พร้อมทั้งต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก และเหล็กชะแลง ที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่รถของโรงเรียน แต่เป็นรถบริการที่ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน เป็นรถที่ผู้ปกครองว่าจ้างให้รับส่งบุตรหลานไปโรงเรียนเอง ทำให้ควบคุมได้ยาก