
บทร่วม'องค์กรอิสระ'
บทร่วม'องค์กรอิสระ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญสำนักข่าวเนชั่น
นับแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 สังคมก็ได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า “องค์กรอิสระ” ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้กันว่า องค์กรเหล่านี้มีผลอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ดังที่เห็นมาแล้วในหลายๆ ครั้ง โดยบทบาทขององค์กรเหล่านี้นั้นจะเน้นไปในทางตรวจสอบและคานการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร
และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็กำหนดให้มีองค์กรอิสระเช่นกัน หากไม่รวม “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่แยกออกไปอยู่ในหมวดศาลแล้ว จะมีหน่วยงานที่นับเป็นองค์กรอิสระทั้งสิ้น องค์กรประกอบด้วย 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 4.คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 5.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อย่างไรก็ตามที่น่าสนใจสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” นั้นกำหนดให้มี “บททั่วไป” ซึ่งคล้ายเป็นกติการ่วมของหน่วยงานที่เรียกว่าองค์กรอิสระ โดยกำหนดไว้ตั้งแต่มาตรา 215-221
โดยในมาตราแรกเป็นการนิยามคำว่า “อิสระ” โดยระบุว่า “องค์กรเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นให้มีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย” และในวรรคต่อมาเป็นการระบุว่า พวกเขาต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากการใช้ดุลพินิจ
นอกจากนี้ยังได้กำหนดคุณสมบัติโดยรวมขององค์กรอิสระนอกเหนือจากของแต่ละองค์กรที่กำหนดไว้แล้วว่า ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี และไม่เกิน 70 ปี มีสัญชาติไทยโดยการเกิด อย่างต่ำปริญญาตรี มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และที่เพิ่มมาอย่างน่าสนใจคือ “มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นอกจากนี้ยังไม่เป็นกรรมการองค์กรอิสระอื่น หรือเป็นผู้ที่ต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเหมือนเส้นที่ขีดว่าใครสมควรเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง ต้องไม่เคยเป็น ส.ส. หรือส.ว. หรือข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมืองในระยะเวลา 10 ปี ก่อนการเข้ารับการสรรหา ไม่เป็นข้าราชการประจำ ไม่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัทหรือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหากำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน
เรียกได้ว่าห้ามประกอบอาชีพอื่น ไม่ว่าจะในภาครัฐหรือภาคเอกชน
ส่วนการสรรหาก็มีรูปแบบเดียวกันกล่าวคือ มีกรรมการสรรหา ประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร 3.ผู้นำฝ่ายค้าน 4.ประธานศาลปกครองสูงสุด 5.บุคคลที่แต่งตั้งโดยศาลรัฐธรรมนญ 5.ผู้แทนองค์กรอิสระที่ไม่ใช่องค์กรที่กำลังสรรหา รวม 4 คน
เมื่อสรรหาได้ก็ให้นำไปขอความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบ ให้สรรหาบุคคลใหม่ขึ้นมาแทน
ส่วนการพ้นจากตำแหน่งนั้น ระบุไว้ว่า พ้นได้โดยการ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้หากเหลือกรรมการอยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ร่วมตั้งบุคคลทำหน้าที่เป็นกรรมการชั่วคราวให้ครบตามจำนวนกรรมการที่พึงมี และทำหน้าที่จนกว่าจะสรรหาผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม และให้ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวแก่ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีด้วย ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็สามารถกำหนดจริยธรรมพื้นฐานแต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่องค์กรอิสระจัดทำขึ้น



