
ไอเอสบึ้มชีอะห์อิรักตายกว่าครึ่งร้อย
11 พ.ค. 2559
ระเบิดรถยนต์ถล่มตลาดในพื้นที่ชาวมุสลิมชีอะห์ของกรุงแบกแดด ตายกว่าครึ่งร้อย นองเลือดสุดในรอบปี ไอเอสอ้างลงมือ
เกิดเหตุนองเลือดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในย่านซาดร์ ทางเหนือของกรุงแบกแดด เมืองหลวงอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวมุสลิมชีอะห์ คนร้ายวางระเบิดรถยนต์ถล่มตลาด เมื่อช่วงสายวันพุธที่ 11 พฤษภาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 คน บาดเจ็บอีกราว 65 คน
แรงระเบิดทำให้ร้านค้าใกล้เคียงเกิดเพลิงไหม้ เศษซากปรักหักพังรวมถึงซากรถยนต์ไหม้ดำและบิดเบี้ยว กระจายเกลื่อนบนถนน นับเป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดในคราวเดียวของปีนี้
รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง สาเหตุเพราะเกิดในตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านในช่วงชั่วโมงจับจ่าย และรถยนต์ระเบิดหน้าร้านเสริมสวย
ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมารวมตัวชุมนุมใกล้ที่เกิดเหตุ และพากันกล่าวโทษรัฐบาลอย่างโกรธแค้นว่าเป็นต้นเหตุ เพราะผู้มีอำนาจมัวแต่ทะเลาะกัน ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ
เขตซาดร์ ซิตี้ เป็นย่านชนชั้นแรงงาน ตั้งชื่อตามบิดาของนายม็อคตาดา อัล ซาดร์ นักการศาสนาผู้เป็นแกนนำขบวนการประท้วงเรียกร้องปรับคณะรัฐมนตรีและปฏิรูปในเวลานี้
หลังเกิดเหตุไม่นาน กลุ่มก่อการร้ายไอเอส ออกแถลงการณ์อ้างอยู่เบื้องหลัง และระบุว่าเป็นการโจมตีแบบฆ่าตัวตาย
ไอเอสถือว่าชาวมุสลิมชีอะห์ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของอิรัก เป็นพวกนอกรีต และบ่อยครั้ง ตกเป็นเป้าการโจมตี โดยช่วงสองสัปดาห์มานี้ ไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลังการโจมตีชุมชนชีอะห์ในกรุงแบกแดดสองครั้งแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 คน และก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ไอเอสก็อ้างโจมตีด้วยระเบิดแบบฆ่าตัวตายสองครั้งซ้อนในเขตซาดร์ มีผู้เสียชีวิตร่วม 70 คน
รายงานของคณะเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในอิรัก เมื่อ 1 พฤษภาคม ระบุว่า พลเรือนอิรักเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว 410 คน บาดเจ็บกว่าพันคน
ส่วนเดือนมีนาคม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,119 คน บาดเจ็บอีกกว่า 1,500 คน โดยแบกแดดยังคงเป็นพื้นที่นองเลือดสุดในแง่ความสูญเสียในชีวิต
แม้กองทัพอิรักรุกคืบยึดคืนพื้นที่จากไอเอสได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไอเอสยังคงควบคุมพื้นที่กว้างใหญ่ทางตะวันตก และยังสามารถก่อเหตุระเบิดโจมตีในพื้นที่รัฐบาลควบคุมได้หลายครั้ง ขณะที่รัฐสภาอิรักอยู่ในสภาพอัมพาต เพราะปัญหาการปรับคณะรัฐมนตรี จนสหรัฐและสหประชาชาติเตือนว่าความวุ่นวายทางการเมืองไม่เลิกราอาจบั่นทอนการต่อสู้กับไอเอส
นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล อาบาดี ของอิรัก ต้องการปรับรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคการเมืองออก และให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่แทน แต่พรรคการเมืองทรงอิทธิพลไม่เห็นด้วย เพราะการควบคุมกระทรวงหมายถึงอำนาจอุปถัมภ์และเงินทุน
เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ประท้วงหลายพันที่โกรธแค้น พากันบุกเข้าไปในเขตสีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการคุ้มกันแน่นหนาของกรุงแบกแดด และบุกเข้าไปในรัฐสภา หลังจาก ส.ส.ไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องรัฐมนตรีใหม่
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



