
ผู้การอุดรฯส่งดีเอ็นเอญาติ14รายให้นิติเวช
11 พ.ค. 2559
ผู้การอุดรฯส่งดีเอ็นเอญาติ 14 ราย ให้นิติเวชเปรียบเทียบหาอัตลักษณ์บุคคล คดีเผานั่งยาง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 พ.ค.59 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าผลการตรวจดีเอ็นเอ โครงกระดูกที่พบจำนวน 20 กว่าจุดในพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ว่า คดีที่เกิดขึ้นนี้ทาง พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว.)อุดรธานี ได้ส่งดีเอ็นเอ ของญาติ จำนวน 14 ราย มาให้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับโครงกระดูก 8 กอง ก่อนหน้านี้ โดยได้ทราบผลดีเอ็นเอ.แล้ว 1 กอง ส่วนที่เหลือทีมแพทย์กำลังพยายามเร่งสกัดหาดีเอ็นเอ.จากเถ้ากระดูก ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ส่วนเบาะแสคนร้ายยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด แต่เมื่อวานนี้ (10พ.ค.) มีการประชุมชุดสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค(บช.ภ.)4 และตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยมีการเตรียมนักสืบที่มีความชำนาญในพื้นที่ เข้ามาร่วมกับทีมสืบสวน พร้อมกับรื้อคดีเก่าที่อาจจะเชื่อว่า มีความเชื่อมโยงกับคดีนี้มาตรวจสอบด้วย
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวถึงความคืบหน้า นายภาสพล รัตนตยาธิคุณ หรือ เสี่ยพล อายุ 48 ปี นักธุรกิจหนุ่มนักเรียนนอกที่ถูกยิงเสียชีวิตริมถนนสายสมเด็จ-ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ว่า เมื่อวานนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และชุดพนักงานสืบสวนที่รับผิดชอบคดี ซึ่งตอนนี้มีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน
ตร.เร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงคดีทุจริตสอบแพทย์ ม.รังสิต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11พ.ค. 59 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รอง โฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้า การสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีทุจริตการสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ คณะทันตแพทยศาตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต ว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ ผู้ที่สวมแว่นเข้าไปขโมยข้อมูลในข้อสอบ กลุ่มที่เป็นคนแปลงข้อสอบ และกลุ่มนักศึกษาที่เข้าสอบ ซึ่งทั้งสามกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่า มีความเกี่ยวข้องกับใคร ส่วนจะเกี่ยวข้องกับติวเตอร์กลุ่มใดหรือไม่นั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ซึ่งคดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค(ผบช.ภ.) 1 ซึ่งได้ลงมาควบคุมการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ทุจริต แต่การกระทำในลักษณะนี้ ถือเป็นการลักทรัพย์ และเป็นคดีอาญา โดยจะมีการกันตัวนักศึกษา ทั้ง 3 คนที่ทุจริตไว้เป็นพยาน และเมื่อวานนี้(10พ.ค.) นักศึกษาบางส่วนที่ทุจริตได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว
“ขอยืนยันว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำคดีอย่างรัดกุม โดยเฉพาะในเรื่องของพยานและหลักฐาน เพื่อให้ได้ตัวการที่ทำเรื่องนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมาย โดยทาง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ได้ลงมาควบคุมคดีด้วยตนเอง และอยากขอให้ประชาชนมั่นใจได้เลยว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด” รอง โฆษกตร. กล่าว
‘รอง โฆษกตร.’ เผยยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่ากลุ่มโจ๋รุมฆ่าชายพิการ
11 พ.ค. 59 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รอง โฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี 6 วัยรุ่นรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ วัย 36 ปี จนเสียชีวิต ว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการทุกข้อหา ซึ่งอยู่ที่ว่าเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ใช่ข้อหาตามกระแสสังคม ซึ่งจะต้องดำเนินการรวบรวมหลักฐานเท่าที่ปรากฏการกระทำผิด คดีนี้ต้องมีความโปรงใส และไม่ต้องกลัวว่าจะมีการช่วยปกปิดความผิด การทำงานของตำรวจเป็นต้นทางกระบวนการยุติธรรม จะต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานอัยการอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะพิจารณาในชั้นศาล หากพบว่ามีข้อหาใดที่ยังไม่ครบถ้วน อัยการจะมีคำสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เบื้องต้นยังไม่มีการตั้งข้อหาพยายามฆ่า อย่างไรก็ตาม หากพยานหลักฐานเพียงพอ ต้องดำเนินการทุกข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน สน.ที่เกิดเหตุ จะทำให้เกิดปัญหากับการรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ หรือการทำสำนวนหรือไม่ พล.ต.ต. ทรงพล กล่าวว่า เรื่องนี้ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน โดยเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะนำภาพนิ่ง และวีดีโอ ทั้งหมดมาประกอบกันตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เพื่อหาเหตุและผลของการก่อเหตุที่เกิดขึ้น และจะทำให้ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะอะไร โดยยืนยันว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ก็ตาม



