ข่าว

เกรซ ล้อบุณยารักษ์ปันสุขภาพดีตามวิถีแพทย์ทางเลือก

เกรซ ล้อบุณยารักษ์ปันสุขภาพดีตามวิถีแพทย์ทางเลือก

11 พ.ค. 2559

เกรซ ล้อบุณยารักษ์ ปันสุขภาพดีตามวิถีแพทย์ทางเลือก : คมคิดธุรกิจนิวเจน เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง ภาพ/รชานนท์ อินทรักษา

           โรคภัยใกล้ตัวกว่าที่คิด...แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงหรือป้องกัน เพียงรู้จักตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ หมายความว่าอะไรที่จะนำมาซึ่งการเจ็บป่วยก็เลี่ยงเสีย แล้วกระตุ้นด้วยการใส่ใจกินอยู่ มากกว่านั้นคือการมองตัวช่วย อย่าง “อาหารเสริม” ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ได้ดี เกรซ ล้อบุณยารักษ์ จับกระแสผู้บริโภคที่มองเรื่องแพทย์ทางเลือกไม่ใช่ของใหม่อีกต่อไป ปลุกปั้นอาหารเสริมที่เน้นสุขภาพจริงๆ เป็นทางเลือกให้คนใส่ใจดูแลตัวเองได้จับจ่ายเพื่อแลกกับการมีสุขภาพที่ดีขึ้น

           กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ “RE-LIVE" (รีลีฟ) ที่กำลังไปได้สวยในตลาด “เกรซ” สาวเจ้าของไอเดีย “กินกันตาย” ลำดับเหตุการณ์ให้ฟังเป็นฉากๆ ว่า ที่บ้านทำธุรกิจโรงงานผลิตเส้นจันท์ส่งออกในนาม “THAI Flavour" (ไทยเฟลเวอร์) ในเครือบริษัท ไทย เอเชีย ไรซ์ โปรดักส์ จำกัด ส่งเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ขณะที่ตัวเองสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่ร่ำเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้วยลึกๆ ไม่ได้ชอบเรื่องฟู้ดซายน์ ประจวบเหมาะกับราว 11 ปีก่อน วงการพร็อพเพอร์ตี้กำลังเติบโตจึงเบนเข็มไปทางด้านนั้นอย่างเต็มตัว ส่วนมูลเหตุที่เริ่มมาสนใจอาหารเสริมก็เนื่องจากคุณพ่อเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เอแอลเอส) พยายามหาวิธีรักษาสารพัดจนมาคลิกเรื่องการกินรักษาโรค

           "จริงๆ โรคนี้เป็นแล้วเกินครึ่งอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี อาการเริ่มจากหยิบจับของไม่ได้ หายใจไม่ได้ ช่วงที่พ่อเริ่มหายใจไม่ได้เราพยายามรักษาคุณพ่อ มีพี่น้อง 5 คน เปลี่ยนเวรกันดูแล ใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้พ่อหาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสนใจเรื่องสุขภาพและการกินอยู่ จนตอนนี้คุณพ่อหายเป็นปกติ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ตอนพยายามรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ไม่หายอาจเพราะใช้ยา ซึ่งเป็นสารเคมีแล้วทำให้ระบบคุณพ่อรวน คุณพ่อเป็นโรคตับอักเสบมา 30 ปีแล้ว ท่านกินยาเยอะ วันละเป็นกำมือ ร่างกายเกิดท็อกซิกแล้วก็ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อก่อนโรคนี้ในเมืองไทยมีน้อย คนก็ไม่ค่อยรู้จัก เราไปหาหมอทั้งเมืองไทยและที่อเมริกาด้วย  เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอดีว่าไปเจอหลวงพ่อท่านหนึ่ง ซึ่งท่านจบด้านเคมีวิจัย ท่านเคยรักษาคนไข้มะเร็ง หรือโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เกิดจากการกินอยู่ หลวงพ่อแนะนำให้เปลี่ยนการกินอยู่ ไม่รับสเตียรอยด์ ยกเลิกยาของคุณหมอหมดเลย มากินน้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง เป็นสูตรของหลวงพ่อ ที่บ้านไม่มีใครจบวิชาทางการแพทย์อะไรเลย ความที่เรารู้กันน้อยก็เลยกล้าที่จะเสี่ยง แค่ 5 วันคุณพ่อดีขึ้นเยอะมาก เราก็เลยประหลาดใจกับอาหารบำบัด” นักธุรกิจอสังหาฯ ที่ตอนนี้แบ่งภาคมาสนใจเรื่องแพทย์ทางเลือกเท้าความ

           เกรซอธิบายถึงรูปแบบของอาหารบำบัดว่า เป็นอาหารธรรมชาติในลักษณะช่วยเสริม ไม่ใช่ยา บางตัวอาจจะมีอยู่ในสาหร่ายแดง หรืออะไรก็ตามซึ่งไม่สามารถสกัดได้จำนวนมาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากธรรมชาติมีมานานแล้ว แต่คนไทยยังมีความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างน้อย ที่ต่างประเทศมีการคิดค้นอย่างจริงจัง หลักๆ ครอบคลุมเรื่องการกิน การใช้ชีวิต และสิ่งแวดล้อม จึงอยากให้ความรู้คนไทยเกี่ยวกับอาหารเสริมหรืออาหารบำบัด

           ความสนใจใคร่รู้ดังกล่าวยังจุดประกายให้เกรซหยิบปากกาขึ้นมาเขียนหนังสือเพื่อเป็นวิทยาทานชื่อ “กินกันตาย” ถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้เป็นพ่อที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ใช้วิธีรักษาแบบแพทย์ทางเลือก ซึ่งเกรซมองว่า ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่มักให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นอยู่บางครั้งจนลืมใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม จะกระตือรือร้นก็ต่อเมื่อเกิดโรคกันแล้ว เห็นได้ชัดเจนพออายุย่าง 50 สุขภาพที่มองข้ามมาตลอดเริ่มแย่ลง กลายเป็นว่า หาเงินมาก่อนหน้านี้เพื่อมารักษาตัวเอง

           “จริงๆ แพทย์ทางเลือกเน้นการกินอยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่แพทย์แผนปัจจุบันเน้นสารเคมี สเตียรอยด์ แต่ต้องบอกว่า แล้วแต่ความเชื่อ ไม่ได้มองแผนปัจจุบันว่าไม่ดี แต่เกิดจากประสบการณ์ของเราเองมากกว่า อย่างกรณีคุณพ่อพยายามรักษาด้วยยาสมัย่ใหม่แล้วไม่หาย ก็เลยหันไปหาแพทย์ทางเลือก พอมีความรู้สึกประทับใจกับแพทย์ทางเลือกเลยมีความฝันว่าอยากจะมีศูนย์สุขภาพแพทย์ทางเลือก ให้คนเข้ามาปรึกษาว่าจะกินอยู่อย่างไร กินอาหารเสริมอย่างไรให้ไกลโรค ตอนนี้เปิดเว็บไซต์เริ่มจากการให้คำปรึกษาโดย นพ.ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท และสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ได้ด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตออกมาแล้วตอนนี้มี “Heart Leaf (ฮาร์ท ลีีฟ)" ผลิตจากน้ำสกัดใบพลูคาว (สมุนไพรไทย) ที่ผ่านกรรมวิธีหมักด้วยแลคติก แอซิด แบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะ ช่วยในเรื่องภูมิคุ้มกัน คนเป็นหวัดเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงเอชไอวีและเอดส์ด้วย

           อีกตัวคือ “แอสต้าแซนทิน (Astaxanthin)” และ “ไลโคปีน (Lycopene)” กลุ่มนี้จะเป็นพวกอนุมูลอิสระ  ช่วยหลายโรค อย่างโรคหัวใจ จริงๆ ต้องบอกว่าคนเป็นเอชไอวีเขาจะดู 2 อย่าง คือ “CD 4 (ซีดี 4)” และ “VL (วีแอล)”  สำหรับคนติดเชื้อเอชไอวี ค่าซีดี 4 จะต่ำมาก ถ้าต่ำกว่า 400 ถือว่ามีเชื้อเอชไอวี และถ้าต่ำกว่า 200 จะเป็นเอดส์ ตัวนี้จะไปช่วยให้ค่าซีดี 4 เพิ่มขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งสมุนไพรพลูคาวนี้ มีเพื่อนแนะนำมา เขาใช้แล้วดี พบว่ามีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ภูมิแพ้ก็ดีขึ้น เราไปลงพื้นที่จริงๆ  มีเกือบ 250 ตัวอย่าง เมื่อกินฮาร์ท ลีฟแล้ว 80 คนดีขึ้น แต่คนทั่วไปยังไม่รู้จัก อาจจะเพราะการตลาดเรายังไม่ดีพอ เป็นที่มาของการนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวแรกที่อยากช่วยผู้คนให้มีชีวิตดีขึ้น ตอนนี้ขายผ่านออนไลน์ขวดละ 900 บาท" เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้องใหม่ กล่าว

           ที่สนใจกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นพิเศษ เกรซบอกเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสถิติผู้ป่วยและคนเสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวมองว่าโรคนี้ไม่ได้น่ารังเกียจอย่างที่เข้าใจ จึงเอาความตั้งใจอยากช่วยสังคมเป็นที่ตั้ง พยายามให้ความรู้ว่าเอชไอวีไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ที่ผ่านมาเคยลงพื้นที่ไปพบกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี รู้สึกเห็นใจ อีกทั้งเคยไปวัดพระบาทน้ำพุเพื่อสัมผัสกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย จนคิดทำโครงการเพื่อสังคมอย่าง “เดอะกิฟเวอร์ โปรเจกท์ 1” โดยเลือกวัดพระบาทน้ำพุในการทำกิจกรรมการกุศล พร้อมบริจาค 1 ล้านบาท สมทบทุนช่วยผู้ป่วยเอดส์ อยากให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองต่อผู้ป่วยใหม่ ปรากฏว่าหลังจากนั้นมีคนเขียนจดหมายเข้ามาขอบคุณจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจผู้ป่วยเอดส์มากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยไม่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวจากสังคม กล้าเปิดเผยกับครอบครัว ขณะเดียวกันก็ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนให้หันมาป้องกันมากขึ้น

           “ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของเราโฟกัสแค่เรื่องสุขภาพก่อน ต่อไปจะออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโรคหัวใจ และมะเร็ง อาจจะมีเรื่องความงามเสริมบ้าง ช่องทางหลักที่เรานำเสนอสินค้าคือเว็บไซต์ www.relivethailand.com ที่ลูกค้าหรือผู้สนใจเรื่องสุขภาพสามารถปรึกษากับคุณหมอได้ ผู้ป่วยหลายคนใช้ช่องทางนี้ในการขอคำแนะนำ เป็นแบบเรียลไทม์เลย ขณะเดียวกันก็เริ่มส่งเซลล์ลงไปตามร้านยาทั่วไปเพื่อกระจายสินค้า เท่าที่ดูแข่งกันเยอะเพราะอาหารเสริมในตลาดมีจำนวนมาก ของเราต่างจากคนอื่นคือเน้นสุขภาพมากกว่าเรื่องความงาม” สาวรักสุขภาพวัย 33 ปี เผยแผนธุรกิจในอนาคตทิ้งท้าย

           ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีสารพัดรูปแบบในตลาด หากรู้จักคิดค้นสิ่งใหม่และวางกลยุทธ์การตลาดที่ไม่ซ้ำใคร ผลลัพธ์ที่ได้รับรองว่าคุ้ม...

           เกรซรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมาเป็น 10 ปีแล้ว เป็นนักกีฬาไตรกีฬา และมาราธอนด้วย ค่อนข้างใส่ใจเรื่องสุขภาพ ไม่เคยเจ็บป่วยหนักๆ ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเลย ที่ต้องดูแลตัวเองดีเป็นพิเศษ อาจเพราะตอนไปทำงานอยู่ต่างประเทศไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เลยทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ทำให้ต้องเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย ประกอบกับส่วนใหญ่กินคลีน (คลีนฟู้ด) เน้นอาหารที่ทำง่ายๆ ไม่ปรุงแต่งมาก ต่อให้ไปต่างประเทศเราก็พยายามหาอาหารคลีนให้ได้ และออกกำลังกายเป็นปกติ วิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง ทุกคนสามารถทำได้ อยู่ที่เราจะทำหรือเปล่า  อยากให้ทุกคนคิดให้ดี บางทีเวลาป่วยค่ารักษาจะสูงกว่าการป้องกันนะ อย่ารอให้ถึงเวลานั้น ต้องใส่ใจสุขภาพตัวเองก่อนดีที่สุด...