ข่าว

แพนด้าน้อยเอาแต่หลับไม่ยอมเล่นเต่าไขลาน

แพนด้าน้อยเอาแต่หลับไม่ยอมเล่นเต่าไขลาน

02 ส.ค. 2552

ตรวจสุขภาพแพนด้าน้อยพบแข็งแรงมาก น้ำหนัก 4 โลกว่าตัวอ้วนหนาอีก แต่ยังเมินเอาแต่หลับไม่ยอมเล่นเต่าไขลาน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ส.พญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้า นางหูไห่ผิง ผู้เชี่ยวชาญจีน พร้อมนักวิจัยแพนด้าสวนสัตว์เชียงใหม่ นำตัวแพนด้าน้อยใส่รถเข็นมาตรวจสุขภาพบนเตียงภายในคลินิกแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงตรวจสุขภาพแล้วเสร็จ ซึ่งขากลับขณะทีมวิจัยได้นำตัวแพนด้าน้อยใส่รถเข็นมีผ้าห่มคลุมตัวไว้ แพนด้าน้อยได้ส่งเสียงร้องดังคล้ายสุนัขเห่าเป็นครั้งแรกคาดว่าจะแสดงความไม่พอใจกับบางสิ่งและร้องคล้ายเสียงเห่าดังอีกครั้งระหว่างที่พี่เลี้ยงอุ้มตัวออกจากล้อเข็นเพื่อให้กลับเข้าไปในคอกกักดังเดิม

 ส.พญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้า กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ยินแพนด้าน้อยร้องเสียงแบบนี้ เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาหากไม่พอใจอะไรแพนด้าน้อยจะร้องเป็นเสียงที่อยู่ในลำคอโดยเฉพาะเวลาที่กินนมไม่อิ่ม แต่ครั้งนี้แผดเสียงดังคล้ายสุนัขเห่าเหมือนกับไม่พอใจอะไรบางอย่างคาดว่าอาจจะตกใจเสียงล้อเข็นที่ดังและเข็นแล้วกระแทก ซึ่งการส่งเสียงโวยวายครั้งที่สองของแพนด้าน้อยส่งผลให้หลินฮุ่ยซึ่งกำลังกินไผ่ต้องหยุดและหันมามองว่าใครทำอะไรลูก

 สำหรับผลการตรวจสุขภาพวันนี้แพนด้าน้อยแข็งแรงมาก น้ำหนักตัว 4,095 กรัมเพิ่มขึ้น 225 กรัมจากสองวันก่อน ส่วนลำตัวนั้นขยายทางด้านกว้างมากกว่าพบว่าแพนด้าน้อยนั้นอ้วนหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ความยาวช่วงตัววันนี้ยังเท่าเดิมคือที่ 51 เซนติเมตร หูเริ่มมีรูลึกเข้าไปแต่จากการทดสอบด้วยการใช้ปากกาคลิกที่ใกล้หูแพนด้าน้อยยังไม่มีปฏิกิริยาที่จะหันตาม วันนี้นางหูไห่ผิง ผู้เชี่ยวชาญจีนได้มีการตรวจเพิ่มเติมด้วยการใช้มือล้วงเข้าไปในปากแพนด้าน้อยเพื่อคลำดูการขึ้นของฟันในปาก และพบว่าที่เหงือกแข็งแรงดีแต่ยังไม่พบตอฟันที่ปูดขึ้นมา การตรวจวัดการเต้นของหัวใจพบว่าปกติ ส่วนระยะการมองเห็นยังประเมินไม่ได้ว่าเห็นไกลแค่ไหน เนื่องจากยังตรวจสอบได้ยากเพราะแพนด้าน้อยยังตอบสนองต่อสิ่งที่มองเห็นไม่ชัดเขาน่าจะมองเห็นแต่ยังไม่มีการโฟกัสหรือรู้ว่าสิ่งที่นำไปให้ดูนั้นเป็นรูปอะไร

 ส.พญ.กรรณิการ์ กล่าวว่า ในเวลา 13.30 น.วันนี้ ทีมวิจัยจะนำของเล่นคือเต่าไขลานสีชมพูเข้าไปให้แพนด้าน้อยเล่นภายในคอกกักอีกครั้งเพื่อทดสอบดูพัฒนาการด้านการมองเห็นและการคลาน เนื่องจากเมื่อวานได้ทดลองทำแล้ว 1 ครั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากนำตัวแพนด้าน้อยออกมาหลังจากเพิ่งกินนมอิ่มส่งผลให้แพนด้าน้อยเอาแต่หลับไม่สนใจเต่าไขลานสีชมพูที่นำมาทดสอบให้เล่นแต่อย่างใด

 ส่วนปัญหาอื่นที่พบคือหลินฮุ่ยจะมีปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความไม่ชอบใจต่อเสียงเพลงที่ดังออกมาจากเต่าไขลานสีชมพูด้วยการพ่นจมูกและส่งเสียงขู่เหมือนคนสะอึกรวมทั้งเดินไปเกาะตรงประตู ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจถอดสายไฟเพื่อตัดเสียงดนตรีออก แต่ก็ยังมีเสียงขณะล้อเต่าไขลานเคลื่อนซึ่งหลินฮุ่ยก็จะหันมาแล้วทำท่าตะกรุย ทางพี่เลี้ยงก็จะพูดบอกหลินฮุ่ยว่าไม่มีอะไรซึ่งหลินฮุ่ยก็จะเชื่อให้ความร่วมมือยอมกินไผ่ต่อ

 ส.พญ.กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า สำหรับวันที่ 6 ส.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดช่วงช่วงและเจ้าหน้าที่ได้นำแพนด้าน้อยออกมาโชว์ให้ประชาชนได้ดูตัวเป็น ๆระหว่างการตรวจสุขภาพก็ไม่น่ามีปัญหา ด้านการนำแพนด้าน้อยใส่ตระกร้าออกมาให้ช่วงช่วงผู้พ่อได้พบหน้าเป็นครั้งแรกผ่านทางซี่กรงกั้นในวันดังกล่าวนั้น ส่วนตัวแล้วคาดเดาว่าช่วงช่วงน่าจะสนใจเข้ามาดมระยะใกล้และอาจจะคิดว่าเป็นสัตว์อื่นที่เล็กกว่าตัวเอง

 “ที่ผ่านมาเคยมีนกบินหลุดเข้ามาในส่วนจัดแสดง ซึ่งตามปกติของแพนด้าที่อยู่ตามธรรมชาติเมื่อเจอสัตว์ที่เล็กกว่าจะมีสัญชาตญาณเป็นผู้ล่าเพื่อนำโปรตีนมาเป็นอาหาร ซึ่ง กรณีของช่วงช่วงที่เจอนกครั้งนั้นได้ตัดสินใจตบนกตาย ซึ่งหากให้พบหน้าลูกครั้งแรกนี้เจ้าหน้าที่คงต้องใช้ความระวังและจดบันทึกสังเกตพฤติกรรมอย่างรอบคอบ” ส.พญ.กรรณิการ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวหลินฮุ่ยออกสู่ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง ระหว่างนั้นสัตวแพทย์และทีมวิจัยได้นำพรมสีเขียวเข้าไปปูพื้นในคอกกัก พร้อมนำม้าโยกและของเล่นคือทั้งเพอร์คัทชั่นที่เขย่าแล้วมีเสียงกับเต่าไขลานสีชมพูเข้าไปให้แพนด้าได้เล่น แต่สามารถทดสอบติดตามดูพัฒนาการของแพนด้าน้อยได้เพียง 10 นาทีก็ต้องหยุด นำตัวแพนด้าน้อยมุดเข้าไปในคอกกักใหญ่ที่หลินฮุ่ยอยู่ตามเดิม เพราะหลินฮุ่ยซึ่งถูกปล่อยตัวออกไปยังส่วนจัดแสดงภายนอกแสดงอาการกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงลูก

 หลังจากออกไปนั่งกินขนมปังไผ่ที่ส่วนจัดแสดงด้านหน้าประตูคอกกักเพียงครู่เดียวก็ออกอาการกระสับกระส่ายเดินขึ้นลงไปมาเมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูทึบตรงเหล็กกั้นทำให้หลินฮุ่ยไม่สามารถมองเห็นลูกได้จึงแสดงอาการกังวลอย่างเก็นได้ชัด โดยไม่ยอมเดินลงไปด้านล่างหรือไปทักทายให้ช่วงช่วงได้เห็นเหมือนครั้งก่อน แต่จะมาวนหยุดยืนเกาะและตะกรุยที่บริเวณประตูเพื่อจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้าไปหาลูกอย่างร้อนรน

 ด้านแพนด้าน้อยนั้น ระหว่างที่ทีมวิจัยนำของเล่นเข้าไปให้แพนดาน้อยเล่นเพื่อพัฒนาทักษะให้ ปรากฏว่าแพนด้าน้อยกินนมอิ่มจึงงัวเงียและล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจของเล่น แม้ว่าทีมวิจัยจะนำเต่าไขลานและเขย่าของเล่นให้ได้ยินเสียงก็ตาม ทำให้พี่เลี้ยงต้องเปิดประตูให้หลินฮุ่ยกลับเข้ามาหาลูก

 ส.พญ.กรรณิการ์ กล่าวว่า แพนดาน้อยหลับและไม่สนใจอะไร เมื่อเราปลุกให้ตื่นมาเล่นเขาก็งัวเงียไม่ยอมมองอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเราเคาะพื้นเขาจะสนใจคาดว่าจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ทีมวิจัยคงต้องปรับเวลาให้แพนด้าน้อยเล่นของเล่น ซึ่งน่าจะเป็นเวลาช่วงเช้าหรือตอนนำตัวออกมาตรวจสุขภาพขณะที่แพนด้าน้อยกินนมและทิ้งช่วงขณะที่เขาตื่นนานแล้ว

 “เราต้องการเร่งพัฒนาการให้แพนด้าน้อยเพราะเขาแข็งแรงมาก ซึ่งบ่ายนี้ก็เห็นเขาพยายามยืน 4 ขา แต่ยังโงนเงนและล้มลง แต่เมื่อเขายังไม่สนใจของเล่นก็ไม่ถือว่าผิดปกติอะไร" ส.พญ.กรรณิการ์กล่าว