
นายกเมืองดาเวาคะแนนนำเลือกตั้งปธน.ฟิลิปปินส์
นายกเมืองดาเวาคะแนนนำเลือกตั้ง ปธน.ฟิลิปปินส์ เผยเริ่มเปิดหีบก็ทิ้งห่างผู้สมัครอันดับสองเกือบ 2 เท่า ด้านประชาชน 54 ล้านคน แห่ใช้สิทธิ์
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรยากาศการเลือกตั้งฟิลิปปินส์เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนหลั่งไหลเข้ามาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เปิดคูหาในช่วงเช้า แม้มีรายงานเหตุซุ่มโจมตีขบวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในช่วงก่อนเปิดหีบเลือกตั้งทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ซึ่งตำรวจเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขณะที่โพลล์สำรวจก่อนหน้านี้ชี้ว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต ที่ประกาศจุดยืนจะใช้กำปั้นเหล็กเข้าปราบปรามอาชญากร มีคะแนนนำจ่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศที่เต็มไปด้วยคนยากจน
สื่อมวลชนท้องถิ่นฟิลิปปินส์รายงานผลการนับคะแนนในช่วงแรก หลังปิดหีบเลือกตั้งทั่วประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยเมื่อมีการนับคะแนนราว 8% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในประเทศพบว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา เกาะมินดาเนา มีคะแนนนำในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมีคะแนนสนับสนุนถึง 1.31 ล้านเสียง มากกว่าวุฒิสมาชิกเกรซ โป คู่แข่ง ที่ตามมาเป็นอันดับสอง ถึงเกือบ 2 เท่า ส่วนนายมาร์ โรฮาส ได้รับคะแนนสนับสนุนเป็นอันดับสาม
ชาวฟิลิปปินส์เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคัก แม้จะมีข่าวการใช้อาวุธโจมตีขบวนรถยนต์ของอาสาสมัครหาเสียงให้นักการเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ในช่วงเช้ามืดก่อนการเปิดหีบเลือกตั้ง โดยในจำนวนนี้ 7 คนเสียชีวิตจากเหตุซุ่มโจมตีในพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา และ อีก 4 คน เสียชีวิตจากเหตุใช้อาวุธโจมตีใน จ.มินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ
ทั้งยังมีรายงานว่า กลุ่มชายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนที่ถูกใช้เป็นสถานที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเมืองลาเนา เดล นอร์เต และมีรายงานว่า มีกลุ่มชายติดอาวุธมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งในเมืองมากินดาเนา และพังเครื่องนับคะแนน 10 เครื่อง ก่อนที่คูหาเลือกตั้งจะเปิด
ขณะที่บรรยากาศโดยรวมประชาชนชาวฟิลิปปินส์ 54 ล้านคน จาก 100 ล้านคน ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างหนาตา โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ความนิยมในตัวนายดูเตร์เตมาจากการหาเสียงที่เข้มข้น จากการประกาศนโยบายเดินหน้าชนผู้ก่ออาชญากรรมด้วยความรุนแรง การประกาศกร้าวว่าจะยอมยุบสภาหากตนเองที่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีถูกดำเนินการถอดถอนในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการปราบปรามผู้ก่ออาชญากรรม
นายดูเตร์เตประกาศว่า จะปราบปรามการก่ออาชญากรรม และการคอร์รัปชั่นภายในประเทศภายในเวลา 6 เดือนหลังจากได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี และได้จัดตั้งรัฐบาลที่ “กล้าหาญและมุ่งมั่น” ทั้งยังให้สัญญาว่าจะแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน ตั้งแต่เรื่องการจราจร ระบบอินเทอร์เน็ตที่ช้ามากภายในประเทศ และระบบขนส่งมวลชนที่ให้บริการได้ไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ยังประกาศจะกำจัดความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับแรงงาน และ ผลักดันให้รัฐบาลกลางของประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น
สำหรับนายดูเตร์เตมีประสบการณ์ในการเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวามากว่า 20 ปี แต่นโยบายเดินหน้าชนผู้ก่ออาชญากรรมของนายดูเตร์เตก็ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนว่าเขาจะรับมือกับปัญหาสำคัญของประเทศ นั่นคือความยากจน การก่ออาชญากรรม และการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนได้ดีเพียงใด
ล่าสุดฟิลิปปินส์ อินไควเรอร์ รายงานเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ถึงผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ที่นับคะแนนไปแล้วราว 53% ปรากฏว่านายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ที่ใช้นโยบายหาเสียงแบบกำปั้นเหล็กปราบปรามอาชญากรรมและการคอร์รัปชั่นภายในประเทศ ได้คะแนนเสียงสนับสนุน 10.9 ล้านเสียง นำห่างวุฒิสมาชิกเกรซ โป คู่แข่งที่ตามมาในอันดับสองที่ได้รับคะแนนเสียง 6.22 ล้านเสียง และนายมาร์ โรฮาส ที่ตามมาห่างๆ ด้วยคะแนนเสียง 6.09 ล้านเสียง
ขณะที่การเลือกตั้งรองประธานาธิบดีนั้นนายบองบอง มาร์กอส ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดที่ 10.1 ล้านเสียง อันดับสองได้แก่ นายเลนี โรเบรโด 9.19 ล้านเสียง และนายอลัน คาเยทาโน 3.84 ล้านเสียง



