
รมว.ต่างประเทศหารือ'ออง ซาน ซูจี'
รมว.ต่างประเทศเยี่ยมคาราวะ 'ปธน.ติน จ่อ' หารือ'ออง ซาน ซูจี' กระชับความสัมพันธ์ไทย - เมียนมาร์ ยันเดินหน้าโครงการพัฒนาทวาย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเนปิดอว์ เมียนมาร์ ว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เวลา 11.00 น. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าเยี่ยมคาราวะนายติน จ่อ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ที่ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงเนปิดอว์ เนื่องในโอกาสการเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค.นี้ ในฐานะผู้แทนพิเศษของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นายดอน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพบ ว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นการพบปะในฐานะประเทศเพื่อนบ้านอย่างแท้จริง โดยได้มีการพูดถึงภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงไปสู่ความร่วมมือในมิติต่างๆ เพราะไทยเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับเมียนมายาวที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนด้วยกัน มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมานาน 69 ปี และเป็นความสัมพันธที่สร้างสรรค์มาตลอด ความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศมีลักษณะเหมือนกันคือเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้พูดถึงโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือไทย เมียนมา และญี่ปุ่น ว่าเป็นโครงการที่จะต้องเดินหน้าต่อไป ขณะที่ไทยกับเมียนมายังสามารถมีความร่วมมือ 3 ฝ่ายทั้งกับญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆในอีกหลายเรื่องต่อไป อีกทั้งยังได้หารือกันถึงเรื่องการศึกษา การฝึกอบรม และแรงงาน เพราะขณะนี้ถือว่ามีชาวเมียนมาอยู่ในไทยมากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงนโยบายที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะการดูแลแรงงานก็เป็นประโยชน์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับและยังเป็นการสร้างความเชื่อมโยงด้านประชาชนในรูปแบบหนึ่งด้วย
นายดอน กล่าวว่า ประธานาธิบดีเมียนมายังได้ฝากถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงฝากความระลึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยหลังจากนี้ ประธานาธิบดีเมียนมา จะพบกับพล.อ.ประยุทธ์ ในการประชุมผู้นำอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปีของความสัมพันธ์ ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย โดยการพบปะดังกล่าวถือเป็นการพบปะที่มีความหมายอย่างยิ่ง ส่วนการเชิญประธานาธิบดีเมียนมาร์มาเยือนไทยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายเมียนมาร์เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป
นายดอน กล่าวอีกว่า ไทยได้ฝากให้เมียนมาร์ช่วยดูแลนักลงทุนไทยในเมียนมาซึ่งเป็นเสมือนหัวหอกนำไปสู่ความร่วมมือด้านการลงทุนและการมีปฏิสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยไทยให้ความมั่นใจว่าการเข้ามาของนักลงทุนไทยในปัจจุบันจะเอื้อประโยชน์ให้ทั้ง 2 ฝ่าย
“ผมความหวังว่าการได้พูดคุยกันครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือฉันท์มิตรประเทศในฐานะครอบครัวอาเซียน และยังประโยชน์ให้กับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป”นายดอน กล่าว
เมื่อเวลา15.00น. นายดอน ได้เดินทางต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาร์ เพื่อหารือข้อราชการกับนางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศเมียนมา โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นทั้งสองได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยนางซูจี กล่าวว่า ยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับนายดอน และคณะ ซึ่งมีหลายเรื่องที่หารือกันและหวังว่าจะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคตเพื่อประโยชน์กับประชาชนของ2ประเทศและภูมิภาค
ขณะที่นายดอน กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เดินทางเยือนเมียนมาร์ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี ประเด็นของการหารือได้สะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของทั้ง2ประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในอนาคตต่อไป ในฐานะครอบครัวอาเซียนและสมาชิกของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงร่วมเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการหารือถึงการให้การดูแลและสิทธิกับแรงงานเมียนมาได้เท่ากับแรงงานไทยหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานพม่าที่ลงทะเบียนในไทย1.59ล้านคน และเชื่อว่ายังมีบางส่วนที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำเอกสาร ทั้งนี้ยืนยันว่า ไทยยินดีและพอใจกับแรงงานเมียนมาอีกทั้งเชื่อว่าแรงงานเมียนมาในไทยก็มีความสุขเช่นกัน เพราะไทยได้ให้การศึกษากับบุตรและให้การรักษาพยาบาลแรงงานเมียนมาเท่ากับแรงงานไทย คิดว่าทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ
ขณะที่นางซูจีกล่าวว่าเมียนมาร์พร้อมจะแสดงความรับผิดชอบต่อแรงงานเมียนมาที่อยู่ในไทยเช่นกัน โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของไทยเท่านั้น ทั้งนี้ขอแสดงความชื่นชมไทยที่ให้ความช่วยเหลือและมีแผนจะพัฒนากฎหมายเพื่อให้การดูแลแรงงานต่างด้าวในไทยอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า มีประเด็นใดในความสัมพันธ์2ประเทศที่ให้ความสำคัญหรือห่วงกังวลเป็นพิเศษหรือไม่ นางซูจีกล่าวว่า ทุกประเด็นมีความสำคัญ และมีความแตกต่าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราเชื่อว่า2ประเทศมีความตั้งใจจะทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดหรือกำลังจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อมีประเด็นก็จะย่อมมีปัญหาตามมา สิ่งสำคัญคือเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยตนเห็นว่าควรแก้ไขในแนวทางที่มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาร่วมกัน มากกว่าจะมองเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งหรือรู้สึกไม่เป็นมิตรระหว่างกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าเมียนมาให้ความสำคัญกับอาเซียนและหวังว่า อาเซียนจะนำความสุขมาสู่ประชาชนของประเทศสมาชิก
ด้านนายดอนให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกครั้งถึงผลการเยือนเมียนมาว่า เป็นการหารือที่ตรงไปตรงมาซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีของความสัมพันธ์ที่จะมีต่อไปกับรัฐบาลเมียนมา ทั้งนี้ในส่วนของการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่ผู้นำทั้งสองพบกันที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย



