ข่าว

นายกฯโต้ศก.ไทยไม่แย่จนติดลบ
	ย้ำข้อมูลคลัง-ธปท.โต0-2%-เอกชนชี้ดีสุดติดลบ1%

นายกฯโต้ศก.ไทยไม่แย่จนติดลบ ย้ำข้อมูลคลัง-ธปท.โต0-2%-เอกชนชี้ดีสุดติดลบ1%

05 ก.พ. 2552

นายกฯ โต้ "โอฬาร" เศรษฐกิจไม่เลวร้าย เผยข้อมูลคลัง-ธปท.ยังเติบโตได้ 0-2% รับเจอปัญหาสาหัสกันทั่วหน้า ยันต้องปั๊มให้เศรษฐกิจไม่ติดลบ ภาคเอกชนมองปีนี้ดีที่สุดยังติดลบ แนะเพิ่มมาตรการกระตุ้นให้ถูกทาง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเศรษฐกิจไทยปี 2552 จะติดลบถึง 4.05% มากที่สุดในโลก ว่า เป็นเพียงประมาณการของ ดร.โอฬาร แต่จากตัวเลขของหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ พบว่าไม่เลวร้ายจนเติบโตต่ำสุดในโลก และรัฐบาลยืนยันว่าจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวเป็นบวกให้ได้ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประเมินว่าการส่งออกปีนี้จะติดลบ แต่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะพยายามผลักดันการส่งออกให้โต 0-3% "ผมมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เป็นแนวทางที่ดีสุด โดยจะไม่หลอกประชาชนว่าแก้ปัญหาได้ง่าย เพราะเป็นปัญหาที่ทั่วโลกยอมรับว่าสาหัส แต่ก็ขอให้มั่นใจว่าจะทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด โดยไม่มีประโยชน์แอบแฝง" นายอภิสิทธิ์กล่าว นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจว่า หากรัฐบาลสามารถเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 ได้ถึง 94% ของวงเงินงบประมาณและเบิกจ่ายงบกลางปีได้เต็มจำนวน จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้อยู่ที่ระดับ 0-2% นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้จะไม่ติดลบ เพราะจีดีพีขณะนี้ยังเป็นบวก โดยมั่นใจว่าตลอดทั้งปีจีดีพีจะไม่ติดลบตามที่ ดร.โอฬารประเมินไว้แน่นอน และรัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหา แต่เป้าหมายสำคัญที่อยากให้คนสนใจคือ ทำอย่างไรไม่ให้คนตกงาน เพราะคนตกงานขณะนี้เพิ่มขึ้นทุกเดือน เดือนละกว่าหมื่นคน ขณะที่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จัดเสวนาพิเศษเรื่อง "นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ฟื้นความมั่นใจผู้ลงทุนไทยได้จริงหรือ" ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะติดลบแน่นอน ซึ่งประเมินไว้ 3 ขั้นตอน กรณีดีที่สุดจะติดลบ 1% ปานกลางติดลบ 2.6% และแย่สุดจะติดลบ 4% ซึ่งเป็นการปรับสมมติฐานหลังจากที่ภาครัฐมีมาตรการต่างๆ ออกมา หลังจากประเมินไว้ว่าจะติดลบ 5% หากไม่มีมาตรการกระตุ้น "แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างหนัก จึงเสนอแนะรัฐบาลเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอก 2 ให้ถูกจุด โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่า มาตรการที่จะออกมาใหม่จะช่วยเหลือกลุ่มไหน และต้องมีมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความสามารถระยะยาวให้ภาคเศรษฐกิจ" ดร.ก้องเกียรติกล่าว