
ทนายมอบหลักฐานเพิ่ม!คดีชายพิการ
09 พ.ค. 2559
ทนายชายพิการนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมามอบให้ตร.เพิ่มเติม ขอจนท.เพิ่มข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เชื่อก่อเหตุ 8 คน ขณะที่แม่ร่ำไห้! ร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย
ที่สน.โชคชัย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายขาพิการ วัย 36 ปี พร้อมด้วยนางทองคำ ศรีจันทร์ อายุ 64 ปี มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รองผกก. (สอบสวน) เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับน.ส.กระแต(นามสมมติ) อายุ 19 ปี หญิงสาว ในข้อหาข่มขู่ พร้อมทั้งนำพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน
นายอนันตชัย กล่าวว่า ในวันนี้เดินทางมาเพื่อนำพยานหลักฐานมายืนยันให้การเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงแจ้งข้อหาข่มขู่กับน.ส.ณัฐณิชา เนื่องจากภาพที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าน.ส.กระแต(นามสมมติ) และน.ส.ขวัญ (นามสมมติ) มีการพูดยุยงส่งเสริม ให้ทางกลุ่มผู้ต้องหากระทำการรุมทำร้ายนายสมเกียรติ อีกทั้งในวันเกิดเหตุว่าน.ส.ณัฐณิชา และน.ส.เฟิร์นได้เดินทางไปข่มขู่ ด่าทอ พูดจาหยาบคาย กับทางญาตินายสมเกียรติที่โรงพยาบาล ส่วนการตั้งข้อหากับน.ส.เฟิร์นหรือไม่นั้น ซึ่งอยู่ในฐานะพยานในที่เกิดเหตุ ให้อยู่ในดุลพินิจของพนักงานสอบสวนว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมีทั้งหมด 8 รายซึ่งทั้งนี้จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะกลั่นแกล้งผู้ต้องหาทุกอย่างดำเนินการตามหลักฐานที่ปรากฎ
นายอนันตชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้ลำดับภาพถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิด พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์เรียกพวก และมีการเตรียมอาวุธมีดมาจากที่อื่น ซึ่งมีเวลากว่า 11 นาทีในการไตร่ตรอง ดังนั้นจึงสามารถตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ อย่างไรก็ตามตนยังคงเชื่อมั่นในการทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย แต่หากยังไม่มีการดำเนินการแจ้งข้อหาก็จะดำเนินการทำเรื่องส่งไปยังกองบังคับการปราบปรามต่อไป
“เนื่องจากข่าวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ผมอยากขอโทษจากใจที่ทำให้ตำรวจดีๆหลายคนจะต้องมาพบเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตำรวจดีๆก็ยังคงมีอย่างแน่นอน” นายอนันตชัย กล่าว
นายเมธัส กล่าวว่า ตนยืนยันว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหา และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะไม่มีการฌาปนกิจศพ นายสมเกียรติ จนกว่าจะคดีจะสิ้นสุด และกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ตำรวจ และสังคมที่ให้ความสนใจ
ขณะที่นางทองคำ เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า “ฉันอยากให้ลูกได้รับความเป็นธรรม เหตุใดคนพิการคนเดียวถึงต้องทำกันขนาดนี้” พร้อมทั้งยกมือไหว้
ด้าน พ.ต.ท.อลงกรณ์ กล่าวว่า สำหรับกรณี น.ส.ขวัญ นั้น จากการตรวจพบว่าน.ส.ขวัญได้อยู่ในที่เกิดเหตุจริง แต่ยังไม่มีพยานยืนยันว่าน.ส.ขวัญได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้ก่อนที่จะนำเรียนผู้บังคับบัญชาและดำเนินการต่อไป



