
ยิงนักอนุรักษ์ชุมพรดับปมขวางรุกป่า
09 พ.ค. 2559
2 คนร้ายกระหน่ำยิงนักอนุรักษ์ป่าชุมพรดับคาสวนทุเรียน ตร.มุ่งปมขัดแย้งจนท.กรณีขัดขวางบุกรุกป่า ส่งเรื่องร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ด้านผู้ว่าฯ สั่งเร่งติดตามจับให้
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ต.ท.นรินทร์ พุ่มสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่หมู่ 5 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุอยู่บนภูเขาสูง เขาตะโก เส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ท่ามกลางป่าดงดิบขนาดใหญ่ ที่เชิงเขาเป็นสวนทุเรียนร่วม 30 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนสายห้วยกรวด เป็นถนนลูกรัง ส่วนผู้ถูกยิงได้นำส่ง รพ.หลังสวน ตรวจสอบที่เกิดเหตุห่างเข้าไปจากถนนเพียง 10 เมตร จุดตั้งเครื่องสูบน้ำในสวนทุเรียนมีกองเลือด ห่างออกไปพบปลอกกระสุนลูกซอง 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบชื่อผู้ถูกยิงคือ นายพะเยาว์ ปานโรจน์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.ตะโก เจ้าของสวนทุเรียน ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองที่ด้านซ้ายของร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะ ขมับซ้าย ลำตัว และขา พรุนไปทั้งร่าง ต่อมาเสียชีวิต
จากการสอบสวน น.ส.ภัทรมน กรรมริน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/24 ถนนประชาอุทิศ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า ช่วงเช้าเดินทางจากบ้านเพื่อไปรดน้ำสวนทุเรียนกับนายพะเยาว์ ขณะผู้ตายกำลังสตาร์ทเครื่องสูบน้ำได้มีคนร้าย 2 คน เป็นผู้ชาย สวมเสื้อลายพรางแบบเจ้าหน้าที่ สวมกางเกงยีน ซุ่มห่างจากจุดที่เกิดเหตุ 5 เมตร ใช้อาวุธปืนแบบลูกซองคนละกระบอกกระหน่ำยิงนายพะเยาว์จนล้มลงจมกองเลือด ตอนนั้นวิ่งมานายพะเยาว์และร้องให้คนช่วย คนร้ายได้ยิงปืนขู่อีก 1 นัด ก่อนเดินหันหลังกลับขึ้นไปบนภูเขาสูงหายไป จึงรีบไปหาคนมาช่วยนำนายพะเยาว์ส่ง รพ.หลังสวน แต่สิ้นใจตายก่อนถึงโรงพยาบาล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดสาเหตุการสังหารมาจากเรื่องความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ในเรื่องป่าไม้ที่กำลังเป็นคดีความ โดยผู้ตายถูกเจ้าหน้าที่หน่วยหนึ่งแจ้งความข้อหาบุกรุกป่า แต่นายพะเยาว์ต่อสู้และให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ราชการหลายหน่วยถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ราชการบางหน่วยจนเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในชั้นสอบสวนกำลังจะส่งให้พนักงานอัยการในสัปดาห์หน้า แต่มาถูกยิงตายเสียก่อน
สำหรับนายพะเยาว์ หรือ “หนู ห้วยกรวด” เป็นชาวสวน และเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน เนื่องจากเป็นผู้ที่ขยันทำมาหากิน ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน อีกทั้งคอยตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวน ป่าต้นน้ำในซอยห้วยกรวด ซึ่งเป็นผืนป่าดงดิบผืนใหญ่ใน อ.ทุ่งตะโก เป็นป่าต้นน้ำลำธารผืนสุดท้ายที่เป็นแหล่งน้ำในพื้นที่ จนกระทั่งเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ไปพบการบุกรุกป่าต้นน้ำบนยอดภูเขาตะโก จากกลุ่มชาวบ้านและมีเจ้าหน้าที่หน่วยหนึ่งรู้เห็นเป็นใจ และได้นำข้อมูลไปแจ้งสื่อมวลชนจนเป็นข่าวและเกิดคดีความระหว่างกัน
ทั้งนี้ผู้ตายพยายามต่อสู้เพื่อรักษาป่าต้นน้ำ แต่กลับถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงนำเรื่องไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร และต่อมาพบว่ามีชาย 2 คน พร้อมอาวุธปืนยาวลูกซอง 5 นัด มาดักซุ่มใกล้กับสวนทุเรียน แต่เห็นเสียก่อน ทำให้ชายทั้งสองคนรีบหนีไป และได้แจ้งความลงบันทึกไว้ที่ สภ.ทุ่งตะโก พร้อมเล่าเรื่องดังกล่าวให้คนในครอบครัวและชาวบ้านได้รับทราบ จากนั้นวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุและสอบปากคำจนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ทราบเรื่องแล้ว และได้แจ้งไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บุษย์วิทย์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ให้เร่งจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ขณะที่ชาวบ้านคาดว่าการจับกุมคนร้ายคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากผู้ที่ก่อเหตุเป็นคนในเครื่องแบบ สังเกตจากเมื่อก่อเหตุแล้วเดินเท้ากลับขึ้นไปบนภูเขาเพื่อหลบหนี ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ชำนาญการเดินป่าหรือรู้จักเส้นทางจะไม่สามารถหลบหนีด้วยการเดินเท้าในป่าดงดิบได้ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวเป็นการสวนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามผู้บุกรุกป่าไม้และปราบผู้มีอิทธิพล



